posttoday
อีโบลาลามนอกแอฟริกา! สหรัฐยันไม่แบนการเดินทาง

อีโบลาลามนอกแอฟริกา! สหรัฐยันไม่แบนการเดินทาง

08 ตุลาคม 2557

กลับสู่กระแสความสนใจของชาวโลกอีกครั้ง หลังจากมีรายงานว่าพบการติดต่อของเชื้อไวรัส อีโบลา

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์

กลับสู่กระแสความสนใจของชาวโลกอีกครั้ง หลังจากมีรายงานว่าพบการติดต่อของเชื้อไวรัส อีโบลา ระหว่างคนสู่คนนอกทวีปแอฟริกาเป็นครั้งแรก โดยเหยื่อครั้งนี้เป็นพยาบาลชาวสเปนผู้เป็นส่วนหนึ่งในทีมรักษาสองบาทหลวงที่ถูกส่งตัวกลับมาจากแอฟริกาตะวันตกเนื่องจากติดเชื้ออีโบลา

รัฐบาลสเปนแถลงว่า พยาบาลผู้ไม่สามารถเปิดเผยนามได้ติดเชื้อไวรัสมรณะจากการรักษาสองบาทหลวงซึ่งเสียชีวิตในที่สุด ที่โรงพยาบาล ลา ปาส คาโรสที่ 3 ในกรุงมาดริดของสเปน

พยาบาลคนดังกล่าวเริ่มรู้สึกถึงอาการไข้เมื่อวันที่ 30 ก.ย.ที่ผ่านมา แต่ไม่ได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลจนกระทั่งเมื่อวันที่ 5 ต.ค. (5 วัน) ซึ่งจากการทดสอบถึง 2 ครั้ง ยืนยันว่าพยาบาลชาวสเปนติดเชื้ออีโบลาจริง

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวส่งผลให้ทางกระทรวงสาธารณสุขสเปนต้องทำงานอย่างหนัก เพื่อเร่งทำการค้นหาผู้ที่มีโอกาสสัมผัสกับพยาบาลผู้ติดเชื้อไวรัสมรณะ โดยขณะนี้ได้เฝ้าติดตาม 3 คน ซึ่งรวมถึงเพื่อนร่วมงาน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งสามีซึ่งเสี่ยงต่อการติดเชื้อสูง

ทั้งนี้ บาทหลวงทั้งสองที่ติดเชื้อไวรัสอีโบลาจากแอฟริกาเสียชีวิตอย่างรวดเร็ว หลังจากรัฐบาลสเปนตัดสินใจนำตัวบาทหลวงทั้งสองกลับมารักษาที่สเปน โดยบาทหลวงคนแรกมีชื่อว่า มิเกล ปาเฆเรส ติดเชื้ออีโบลาจากไลบีเรีย เสียชีวิตเมื่อวันที่ 12 ส.ค. ขณะที่ มานูเอล การ์เซีย บาทหลวงคนที่สองเสียชีวิตเมื่อวันที่ 25 ก.ย. หลังจากนำตัวกลับจากเซียร์ราลีโอน

นอกจากนี้ อันโตนิโอ อเลมานี ผู้อำนวยการสาธาณสุขมูลฐานของกรุงมาดริด เปิดเผยว่า พยาบาลผู้ติดเชื้อคนล่าสุดได้เดินทางไปพักร้อนหลังจากที่บาทหลวงคนที่สองเสียชีวิตลง แต่ปฏิเสธที่จะเปิดเผยถึงชื่อสถานที่

ล่าสุด ผู้ติดเชื้ออีโบลาชาวสเปนรายนี้ได้เข้ารับการรักษาในห้องรักษาแยกที่โรงพยาบาลอัลกอร์กอน ย่านชานเมืองทางใต้ของกรุงมาดริด โดยอาการยังคงที่ ถึงแม้จะยังมีไข้อยู่บ้างก็ตาม

เหตุการณ์การติดเชื้อดังกล่าวเป็นการติดเชื้อไวรัสอีโบลานอกทวีปแอฟริกาครั้งแรก ถึงแม้ก่อนหน้านี้จะมีรายงานว่าพบผู้ติดเชื้อไวรัสมรณะที่สหรัฐ แต่ก็มีการพิสูจน์แล้วว่าเป็นการติดเชื้อจากไลบีเรีย ในแอฟริกาตะวันตก ทว่าเชื้อดังกล่าวเพิ่งฟักตัวเมื่อผู้ติดเชื้อเดินทางมาเยี่ยมญาติที่สหรัฐ

ความเคลื่อนไหวดังกล่าว ส่งผลให้รัฐบาลสหรัฐเพิ่มความเข้มงวดด้านการเดินทางเข้าสหรัฐมากขึ้น โดยล่าสุด ประธานาธิบดี บารัก โอบามา ของสหรัฐ ประกาศว่าจะขยายขอบเขตการตรวจเชื้อไวรัสอีโบลากับผู้โดยสารที่เดินทางมาจากประเทศในแอฟริกาตะวันตกและในสหรัฐเช่นกัน

อย่างไรก็ดี โอบามา ยืนยันว่าการยกระดับความเข้มงวดในการกลั่นกรองผู้โดยสารดังกล่าวจะไม่ละเมิดข้อตกลงที่มีอยู่

“เราจะยังคงทำตามข้อตกลงที่มีอยู่ การตรวจสอบและกลั่นกรองผู้โดยสารจะอยู่บนพื้นฐานของข้อตกลงดังกล่าว ทั้งจากประเทศที่มีการแพร่ระบาดของอีโบลาและจากในสหรัฐเอง” โอบามา กล่าว

ด้าน จอช เอียเนสต์ โฆษกทำเนียบขาว ระบุว่า ทางสหรัฐจะไม่สั่งห้ามการเดินทางไปกลุ่มประเทศแอฟริกาตะวันตก ซึ่งมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสอีโบลา เนื่องจากจะเป็นอุปสรรคต่อระบบการคมนาคมสำหรับการเดินทางไปยังประเทศเหล่านั้น

ในปัจจุบันผู้ที่เดินทางมาจากประเทศที่มีการแพร่ระบาดของอีโบลา ต้องตอบแบบสอบถามเพื่อประเมินว่าบุคคลดังกล่าวมีโอกาสติดเชื้อไวรัสอีโบลาหรือไม่ อาทิ มีไข้สูงหรือไม่ หรือเคยสัมผัสผู้ป่วยอีโบลามาก่อนหรือไม่

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI