
สุดซึ้ง!น้ำใจข้ามโลกช่วยเด็ก3ขวบได้หน้าใหม่ผ่านFB
หญิงใจบุญจากออสเตรเลียส่งผ่านความช่วยเหลือผ่านFB ช่วยเหลือเด็กชาวโมร็อกโกให้ได้รับการผ่าตัดรักษาใบหน้า
หญิงใจบุญจากออสเตรเลียส่งผ่านความช่วยเหลือผ่านFB ช่วยเหลือเด็กชาวโมร็อกโกให้ได้รับการผ่าตัดรักษาใบหน้า
ปาฏิหาริย์ที่เชื่อกันว่ามีอยู่จริงบนโลกนับตั้งแต่มนุษย์รู้จักคำว่า "ศรัทธา" กำลังจะเกิดขึ้นในยุคดิจิตอล ด้วยการอำนวยความสะดวกของโซเชียลเน็ตเวิร์ค เมื่อหญิงใจบุญจากออสเตรเลียส่งผ่านความช่วยเหลือครั้งใหญ่แบบข้ามโลกมาถึงเด็กชายวัย 3 ขวบชาวโมร็อกโก ให้ได้รับการผ่าตัดรักษาโรคไร้หน้าตั้งแต่กำเนิด หลังทราบข่าวที่แชร์ต่อกันผ่านเฟซบุ๊ค
ยาห์ย่า เอล จาบาลี่ หนุ่มน้อยวัย 3 ขวบ จากหมู่บ้านเล็กๆ ของเมืองตากอากาศคาซาบลานกา เกิดมาพร้อมกับความพิการทางใบหน้า ที่เกิดจากความผิดปกติของพัฒนาการช่วงตั้งครรภ์ของมารดา ที่หยุดสร้างและประกอบตัวของกระดูกใบหน้าของทารก
กรณีที่พบเห็นได้ไม่กี่คนบนโลกนี้ส่งผลให้ยาห์ย่าไม่มีลูกตา มีหลุมกลางหน้าบริเวณที่ควรจะเป็นจมูกและกรามส่วนบน ส่งผลให้มองไม่เห็นและพูดไม่ได้ ต้องสื่อสารกับพ่อแม่และคนรอบข้างด้วยการส่งเสียงทางจมูกเท่านั้น
แน่นอนว่าด้วยใบหน้าที่ไม่เหมือนใคร เด็กชายที่ร่าเริงสดใสจึงใช้ชีวิตค่อนข้างลำบาก พ่อและแม่ต้องคอยปกปิดใบหน้าของเขาเวลาออกไปทำธุระนอกหมู่บ้านด้วยกัน เพื่อไม่สร้างเสียงหรือปฏิกิริยาที่อาจกระทบต่อจิตใจของเด็ก
กระทั่งวันหนึ่ง พ่อของเพื่อนสนิทที่สุดของยาห์ย่า ตัดสินใจโพสต์เล่าเรื่องของเพื่อนลูกลงบนเฟซบุ๊ค เพื่อขอความช่วยเหลือทางการแพทย์มารักษาความผิดปกติแต่กำเนิดของเด็กน้อย ซึ่งเรื่องดังกล่าวได้รับการส่งต่อกันไปเรื่อยๆ จนไปถึงหน้าฟีดของ ฟาติมา บารากา หญิงชาวเมลเบิร์นในออสเตรเลีย ที่เผยว่า เมื่อได้อ่านเรื่องราวนี้ก็คิดหาทางช่วยทันทีอย่างไม่รีรอ
เธอตัดสินใจกดเบอร์ติดต่อตามที่ปรากฏในโพสต์ประกาศไปยังผู้ปกครองของยาห์ย่าทันที เพื่อสอบถามเรื่องราวและตรวจสอบว่าเรื่องราวเป็นความจริง ก่อนค้นหาศัลยแพทย์ที่ยินดีผ่าตัดพลิกโฉมใบหน้าผิดรูปนี้ ซึ่งโชคดีที่ในเมืองที่เธออยู่มีศัลยแพทย์มือฉมัง โทนี่ โฮล์มส์ ที่เพิ่งผ่าตัดแยกแฝดสยามชาวบังกลาเทศ จนกลายเป็นข่าวโด่งดังเมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งทางแพทย์เมื่อทราบเรื่องก็ยินดีรับเรื่องของยาห์ย่าไว้ด้วย
จากนั้น บาราการีบบินลัดฟ้ามายังโมร็อกโกเพื่อพบกับเด็กชายและครอบครัว โดยครั้งแรกที่ได้เจอยาห์ย่า เธอยอมรับว่าอดตกใจไม่ได้แม้เตรียมใจไว้แล้ว โดยสาเหตุหนึ่งที่เชื่อว่าช่วยให้พ่อแม่ของเด็กน้อยรับความช่วยเหลือ เพราะความเป็นคนบ้านเดียวกัน หลังพูดคุยแล้วทราบว่าบ้านเกิดเดิมของเธออยู่ใกล้กับหมู่บ้านของพวกเขา อีกทั้งเจ้าตัวเพิ่งผ่านโรคร้ายอย่างมะเร็งเต้านมมาได้ จึงเข้าใจสถานการณ์ที่เหมือนปกติแต่สุดจะเฉียดตายมากที่สุดของยาห์ย่า
เมื่อมาถึงมือของแพทย์ในเมลเบิร์น หนูน้อยวัย 3 ขวบผ่านขั้นตอนการตรวจสอบอย่างละเอียดหลายอย่างตั้งแต่ CT Scan จนถึง MRI เพื่อตรวจสอบการสั่งการของสมองสั่งการและความพร้อมของร่างกาย จนในที่สุดทีมแพทย์ก็ยินดีที่จะดำเนินการผ่าตัดครั้งนี้
นพ.โฮล์มส์ ยอมรับว่า กรณีของยาห์ย่ามีความเสี่ยงสูง เรียกได้ว่าสำเร็จและไม่สำเร็จมีสัดส่วนเท่ากัน หากไม่ผ่าตัดเด็กก็อาจจะไม่รอดในอนาคต แต่ถ้าผ่าตัดก็ยืนยันผลไม่ได้ 100% แต่ที่รับช่วยเหลือ เพราะสุดท้ายแล้ว เขาเชื่อว่าทุกคนล้วนแต่มีสิทธิที่จะมีใบหน้าเหมือนมนุษย์
โดยกำหนดการต่อไปคือ ในเดือน ธ.ค.นี้ เจ้าหนูจากโมร็อกโกจะเข้ารับการผ่าตัดเชื่อมกะโหลกสองฝั่งเข้าหากัน และทำจมูกขึ้นใหม่จากผิวหนังของตัวเอง การผ่าตัดครั้งนี้จึงไม่เพียงแต่รังสรรค์ใบหน้าให้สมบูรณ์ แต่อาจมีโอกาสที่ยาห์ย่าจะได้พูดสื่อสารเหมือนคนปกติเป็นครั้งแรก หลังการตรวจทางการแพทย์พบเส้นเสียงของเขาอยู่ในสภาพสมบูรณ์ดี







