
ลุยขยายพื้นที่ถล่มไอเอสหลายชาติร่วมหนุน ลุยถอนราก
สหรัฐและพันธมิตรโลกอาหรับยังเดินหน้าปฏิบัติการโจมตีทางอากาศกลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส) ในซีเรียอย่างต่อเนื่อง
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
สหรัฐและพันธมิตรโลกอาหรับยังเดินหน้าปฏิบัติการโจมตีทางอากาศกลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส) ในซีเรียอย่างต่อเนื่อง โดยเครื่องบินขับไล่ เครื่องบินทิ้งระเบิด และขีปนาวุธ ส่วนใหญ่โดนเป้าหมายซึ่งเป็นฐานที่มั่น พื้นที่ฝึกกำลังพล และแหล่งซ่องสุมอาวุธพาหนะ และสาธารณูปโภคของกลุ่มไอเอส ที่กระจายอยู่ภายในกรุงรัคกา เมืองหลวงของประเทศ และเมืองต่างๆ ตามแนวชายแดนอิรักและตุรกี
พล.ร.ต.จอห์น เคอร์บีย์ โฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐ ระบุว่า แม้การโจมตีทางอากาศซึ่งมีสหรัฐเป็นผู้นำปฏิบัติการครั้งนี้จะสามารถกำราบและบั่นทอนศักยภาพของกลุ่มไอเอสได้ แต่การต่อสู้เพื่อถอนรากถอนโคนไอเอสอาจต้องใช้เวลาหลายปี ขณะที่ประธานาธิบดีบารัก โอบามา แห่งสหรัฐ แสดงจุดยืนชัดเจนว่าการโจมตีขั้นเด็ดขาดเพื่อจัดการภัยคุกคามของสหรัฐ และของโลกเป็นไปอย่างชอบธรรม โดย จอห์น แคร์รี รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ กล่าวต่อผู้สื่อข่าวว่า มากกว่า 50 ประเทศเห็นชอบและตอบตกลงที่จะเข้าร่วมกับสหรัฐเพื่อสู้กับกลุ่มไอเอส
“เราจะไม่ยอมให้ผู้ก่อการร้ายเหล่านี้มีพื้นที่พักพิงใดๆ ไม่ว่าที่ไหนก็ตาม” รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐระบุ ก่อนที่ไม่กี่ชั่วโมงต่อมาทางการเนเธอร์แลนด์ประกาศส่งฝูงบินขับไล่ เอฟ16 เข้าร่วมการโจมตีไอเอสในซีเรียกับสหรัฐ
ล่าสุด การโจมตีทางอากาศเริ่มขยายออกจากกรุงรัคกาไปยังเมืองและรอบๆ บริเวณของเมืองบูคามาลติดพรมแดนอิรัก และเมืองโบคาเน พื้นที่ของชาวเคิร์ดติดพรมแดนตุรกีซึ่งถูกนักรบไอเอสยึดไว้หลายวัน โดยผู้สังเกตการณ์และนักเคลื่อนไหวรายงานว่าการโจมตีที่มากกว่า 200 เที่ยว ส่งผลให้พลเรือนซีเรีย ส่วนใหญ่เป็นชาวเคิร์ดหลายแสนคนอพยพลี้ภัยทะลักสู่พรมแดนตุรกี
องค์กรเอ็นจีโอระบุว่า ขณะนี้กำลังเกิดวิกฤตบริเวณพรมแดนตุรกี เฉพาะช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมามีผู้ลี้ภัยอพยพเข้ามามากกว่า 1.3 แสนคนและยังคงทยอยเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ ประธานาธิบดีเรเซป ตอยยิบ แอร์โดแกน แห่งตุรกี ระบุว่า รัฐบาลเตรียมเข้าร่วมโจมตีทางอากาศกับสหรัฐ หลังจากที่ก่อนหน้านี้สงวนท่าทีเนื่องจากกลุ่มไอเอสจับกุมตัวประกันชาวตุรกีไว้ 49 คน ก่อนที่จะปล่อยตัวเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา
วันเดียวกัน คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) ประกาศขึ้นบัญชีดำกลุ่มก่อการร้ายหัวรุนแรงชาวต่างชาติ ท่อน้ำเลี้ยงทางการเงิน และผู้ทำหน้าที่รับสมัครบุคลากรชาวต่างชาติเข้าร่วมอุดมการณ์การก่อการร้ายกว่า 12 คน ที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายในซีเรีย อิรัก อัฟกานิสถาน ตูนิเซีย และเยเมน รวมถึงกลุ่มไอเอส พร้อมกำหนดบทลงโทษด้วยการคว่ำบาตรกลุ่มอัลกออิดะห์ ห้ามซื้อขายอาวุธหรือเดินทางไปยังที่ต่างๆ ทั่วโลก และแช่แข็งสินทรัพย์
ด้านรัฐบาลออสเตรเลียได้แก้ไขร่างกฎหมายก่อการร้ายเพิ่มเติม โดยกำหนดให้ผู้ที่จะเดินทางไปยัง “พื้นที่ที่กำหนด” เป็นการละเมิดกฎหมาย ยกเว้นเพียงเดินทางไปให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม เป็นตัวแทนอย่างเป็นทางการของรัฐบาลออสเตรเลียหรือองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เข้าไปทำข่าวหรือรายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้น หรือเดินทางไปเยี่ยมครอบครัว
ทั้งนี้ กฎหมายดังกล่าวมีขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้พลเมืองออสเตรเลียเดินทางเข้าร่วมรบ หรือสนับสนุนกลุ่มก่อการร้ายในซีเรียและอิรัก โดยกฎหมายดังกล่าวไม่มีผลย้อนหลัง ขณะเดียวกันผู้ที่ละเมิดกฎหมายก่อการร้ายเพิ่มเติมนี้ จะถูกดำเนินคดีสูงสุดด้วยการจำคุก 10 ปี
ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจออสเตรเลียยังได้วิสามัญผู้ต้องสงสัยรายหนึ่ง อายุเพียง 18 ปี ที่คาดว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มก่อการร้าย ซึ่งใช้มีดแทงเจ้าหน้าที่ตำรวจ เมื่อวันที่ 23 ก.ย.ที่ผ่านมา
นอกจากนี้ กระทรวงมหาดไทยมาเลเซียมีคำสั่งให้อายัดทรัพย์สินทั้งหมดที่มีอยู่ในสถาบันทางการเงินของกลุ่มผู้ต้องสงสัยก่อการร้าย ด้วยการตรวจสอบฐานข้อมูลรายชื่อในบัญชีของยูเอ็น รวมถึงกลุ่มที่มีส่วนร่วมในกิจกรรมการก่อการร้าย ทั้งนี้ หากพบว่าสถาบันการเงินแห่งใดละเมิดคำสั่งดังกล่าว จะถูกปรับเป็นเงินไม่เกิน 1 ล้านริงกิต (ราว 10 ล้านบาท)







