
ปิดฉากผู้นำคนที่ 4 ในรอบ 4 ปีของญี่ปุ่น
โพสต์ทูเดย์
— ยูคิโอะ ฮาโตยามา ทิ้งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น เจอกระหน่ำทั้งปมการเมืองและฐานทัพสหรัฐในที่สุดญี่ปุ่นก็ต้องอำลาผู้นำคนที่ 4 ในรอบ 4 ปี โดยสำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า นายกรัฐมนตรี ยูคิโอะ ฮาโตยามา ของญี่ปุ่น ประกาศลาออกจากตำแหน่งด้วยน้ำตา หลังได้รับแรงกดดันและเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ต่อกรณีที่ผู้นำญี่ปุ่นตัดสินใจคงฐานทัพสหรัฐในเกาะโอกินาวาต่อไป
ฮาโตยามา ซึ่งรั้งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีไว้ได้เพียงกว่า 8 เดือนเท่านั้น หลังจากที่นำพรรคประชาธิปไตยญี่ปุ่น (ดีพีเจ) กวาดคะแนนนิยมจากการเลือกตั้งครั้งล่าสุดเมื่อเดือน ก.ย. ปีที่แล้วอย่างถล่มทลาย สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่และเป็นความหวังให้กับชาวญี่ปุ่นในการเปลี่ยนแปลงการเมืองและเศรษฐกิจของประเทศ
เอเอฟพีระบุว่า ชะตากรรมของฮาโตยามาที่ดำเนินมาจนถึงจุดนี้ เป็นเพราะคำมั่นในเรื่องฐานทัพอากาศของสหรัฐ ที่เกาะโอกินาวา ซึ่งได้กล่าวไว้เมื่อครั้งลงสู้ศึกเลือกตั้ง และการประกาศทิ้งตำแหน่งพรรคร่วมของพรรคสังคมประชาธิปไตย (เอสดีพี) เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เพื่อเป็นการประท้วงต่อการตัดสินใจให้กองทัพสหรัฐตั้งมั่นฐานทัพที่เกาะโอกินาวาต่อไป
นอกจากนี้ ยังมีเงื่อนปมหนึ่งที่ทางเอเอฟพีกล่าวถึงก็คือ การที่ฮาโตยามาขอให้อิชิโร โอชาวา เลขาธิการพรรคดีพีเจ ซึ่งเชื่อว่าเป็นหนึ่งในผู้ทรงอิทธิพลของพรรคมากที่สุดคนหนึ่งของพรรคให้พ้นจากตำแหน่ง จากกรณีเกี่ยวโยงกับคดีระดมทุนทางการเมือง และทั้งคู่ก็มีท่าทีไม่ลงรอยต่อกัน
เอเอฟพีระบุว่า โอชาวาได้รับการขนานนามว่าเป็น
“ชาโดว์ โชกุน” หรือผู้ที่อยู่เบื้องหลังบัลลังก์และอำนาจ แต่ผู้ช่วยคนสนิทของโอชาวาตกเป็นผู้ต้องสงสัยจากคดีดังกล่าว ซึ่งแน่นอนว่าโอชาวาจึงหลีกไม่พ้นที่จะเกี่ยวโยงกับเรื่องดังกล่าว ถึงมีการบุกค้นที่ทำการของโอชาวา ซึ่งกลายเป็นเรื่องอื้อฉาวมากในญี่ปุ่นทั้งนี้ ฮาโตยามา ยังระบุว่า เรื่องของคดีเงินสนับสนุนพรรค และประเด็นฐานทัพสหรัฐบนเกาะโอกินาวา เป็นประเด็นหลักสำหรับการก้าวพ้นจากตำแหน่งในครั้งนี้
ฮาโตยามา กล่าวว่า เจ้าตัวคือต้นเหตุของปัญหาที่เกิดขึ้นกับชาวโอกินาวา
“
ความร่วมมือระหว่างญี่ปุ่นและสหรัฐเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งเกิดความสงบสุขและความมั่นคงของภูมิภาคเอเชียตะวันออก ดังนั้นผมจึงต้องขอร้องชาวโอกินาวาด้วยความเสียใจในการที่จะต้องแบกรับภาระนี้ไว้” ฮาโตยามา กล่าวด้านความคิดเห็นของนักวิเคราะห์หลายคนเชื่อว่า ผู้ที่จะก้าวขึ้นมารั้งตำแหน่งผู้นำแทนที่นายกรัฐมนตรี ฮาโตยามา อาจจะต้องรับบทหนักไม่น้อย และจะต้องเร่งใส่เกียร์เดินหน้าสู้ศึกแก้ไขภาระหนี้สิน และการปฏิรูประบบเศรษฐกิจ เพื่อแก้ไขปัญหาภาวะเงินฝืด ซึ่งจะมีการโหวตผู้ที่จะขึ้นมาดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคดีพีเจ และนายกรัฐมนตรีคนใหม่ในสัปดาห์หน้านี้
เป็นที่จับตามองว่า นาโอโตะ คัง รัฐมนตรีคลังของญี่ปุ่นวัย 63 ปี ได้รับการวางเป็นตัวเต็งที่จะขึ้นมาแทนที่นายกรัฐมนตรี ฮาโตยามา ซึ่งกำลังเป็นการจุดประกายความหวังว่า ถ้ารัฐมนตรีคลังรายนี้ได้ขึ้นรั้งตำแหน่งดังกล่าวจริง ญี่ปุ่นอาจจะฟื้นตัวทางเศรษฐกิจได้ดีขึ้นกว่าเดิม ก่อนที่ตำแหน่งประเทศเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับที่ 2 ของโลกจะลอยหายไป
คัง สนับสนุนนโยบายในการอ่อนค่าเงินเยน เพื่อช่วยส่งเสริมภาคการส่งออก และบ่อยครั้งที่แสดงบทบาทเป็นเสียงที่ออกมาเตือนถึงอันตรายของภาวะเงินฝืด พร้อมพยายามกดดันธนาคารที่จะจัดการกับเรื่องดังกล่าวมาโดยตลอด
“
ในเชิงของความต่อเนื่อง การเข้ามารับช่วงต่อของรัฐมนตรี คัง น่าจะเป็นเรื่องที่อย่างน้อยก็เป็นที่ยอมรับ และชื่นชอบในมุมมองความคิดเห็นของคนในประเทศ” ซุซุมุ คะโตะ นักวิเคราะห์กล่าวนอกจากรัฐมนตรีคลังแล้ว ยังมีผู้ที่ได้รับความสนใจและมีโอกาสที่จะได้ขึ้นรั้งตำแหน่งผู้นำของญี่ปุ่นคนอื่นๆ อีกด้วย อาทิ ไซจิ มาเอะฮาระ รัฐมนตรีคมนาคม และโยชิฮิโกะ โนดะ รัฐมนตรีช่วยคลัง
อย่างไรก็ตาม ทันทีที่นายกรัฐมนตรีประกาศก้าวลงจากตำแหน่ง นักวิเคราะห์ก็มองว่านั่นอาจจะกำลังเขย่าความมั่นใจ และปลุกกระแสความตื่นกลัวว่าการปฏิรูปทางการเงินในญี่ปุ่นก็ยิ่งยืดยาวออกไปอีก
“
นักลงทุนต่างชาติจะรู้สึกผิดหวัง และนั่นจะเป็นการสร้างผลกระทบในด้านลบให้กับตลาด” คะโตะ กล่าวนอกจากนี้ คะโตะ ยังหวั่นว่า ปรากฏการณ์ครั้งนี้จะเป็นการสร้างภาพให้กับนักลงทุนจำนวนมากเข้าใจว่า การเมืองในญี่ปุ่นไม่เคยเปลี่ยนแปลงไปเลย แม้ว่าพรรคดีพีเจจะได้รับชัยชนะเป็นประวัติการณ์ก็ตาม
ก่อนหน้าของประกาศลาออกจากตำแหน่งเพียง 2 วัน เวินเจียเป่า นายกรัฐมนตรีของจีน ได้เดินทางเยือนญี่ปุ่น และพบกับฮาโตยามา ในภารกิจกระชับความสัมพันธ์ของสองประเทศ และทันทีที่ฮาโตยามาประกาศลาออก ทางการจีนถึงออกแถลงการณ์ระบุว่า จีนยังคงต้องการที่จะกระชับความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศให้แน่นแฟ้นต่อไป
ในแถลงการณ์ดังกล่าว หม่าจ้าวซี กล่าวว่า ฮาโตยามาได้พยายามอย่างมาก เพื่อที่จะพัฒนาความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศ ซึ่งเป็นความสัมพันธ์ที่ไม่ราบรื่นมาหลายสิบปี







