posttoday
Luxury Japan 7

Luxury Japan 7

14 กันยายน 2557

เสร็จจากการสำรวจที่พัก The Vale Niseko แล้วคณะของเราก็เดินทางต่อไปยังที่พักอีกแห่งซึ่งอยู่ไม่ไกลชื่อว่า

เสร็จจากการสำรวจที่พัก The Vale Niseko แล้วคณะของเราก็เดินทางต่อไปยังที่พักอีกแห่งซึ่งอยู่ไม่ไกลชื่อว่า Suiboku เป็นอาคารคอนกรีตผสมโลหะออกแนวๆ ซึ่งแตกต่างจาก The Vale คนละเรื่องเลย ได้ยินว่าเจ้าของตึกเป็นชาวฮ่องกงมาลงทุนสร้างไว้ให้เช่ามีห้องพักทั้งหมด 10ห้อง และที่ผมบอกว่าออกแนวๆ ก็เพราะห้องพักของที่นี่เขาตั้งชื่อว่า Loft ทั้งหมด หลายท่านอาจจะยังไม่เข้าใจว่า Loft คืออะไร อันที่จริงผมก็ไม่ได้สันทัดนักแต่ก็ได้คำจำกัดความคร่าวๆ ว่า คำว่า Loft นั้นแปลกันตรงๆ ก็คือห้องใต้หลังคาซึ่งส่วนใหญ่จะเห็นตามบ้านฝรั่ง และเนื่องจากว่ามันคือห้องใต้หลังคาเขาจึงไม่ได้กรุฝ้าทำผนังให้สวยเรียบแต่อย่างใด ห้องใต้หลังคาจึงมักจะเห็นขื่อคานกันชัดเจน ห้องที่ออกแบบให้เห็นโครงสร้าง หรือนำโครงสร้างเทียมมาตกแต่งแบบนี้แหละครับที่เรียกว่า Loft

ห้องของ Suiboku ทุกห้องจะเปลือยผนังคอนกรีตและไม่มีฝ้าเพดาน ใครคุ้นกับงานของคุณ Tadao Ando จะนึกออก ในหนึ่งห้องอาจจะมีชั้นเดียวหรือ 2 ชั้น ขึ้นอยู่กับขนาดของห้องและจำนวนห้องนอน พอเปิดประตูเข้าไปจะเจอห้องครัวและห้องนั่งเล่นเหมือนกันหมด ไปแต่ตัวได้เลยเพราะอุปกรณ์ครบถ้วน โต๊ะทานข้าวเป็น Long Table ที่เชื่อมสายตาไปยังส่วนนั่งเล่นซึ่งมีจุดเด่นอยู่ตรงกระจกบานโตมองเห็นภูเขา Yotei เต็มตาทุกห้อง ผนังห้องนั่งเล่นแต่งเป็นชั้นหนังสือฝั่งนึง อีกฝั่งเป็นทีวีและมีเตาผิงแบบทันสมัย ได้อารมณ์เวลานั่งสุมหัวกันหลังเล่นสกีเสร็จ ทุกห้องมีเฉลียงเล็กใหญ่ไม่เท่ากันแต่ก็สามารถเปิดออกไปท้าลมหนาวได้เหมือนกัน รวมๆ แล้วที่นี่ผมคิดว่าเหมาะกับกลุ่มเพื่อนหรือถ้าเป็นครอบครัวก็ควรเป็นเด็กที่โตหน่อย เพราะห้องไม่ได้ออกแบบให้เป็นมิตรกับเด็กเล็กและผู้สูงวัยเลย มุมเหลี่ยมทุกแห่งยังอยู่ครบถ้วน ยิ่งห้อง 2 ชั้นนี่มีโอกาสตกบันไดสูงและอาจจะเลือดตกยางออกได้ แต่ข้อดีของที่นี่คืออยู่ห่างจาก Family ChairLift แค่ซอยเดียว ร้านสะดวกซื้อก็ใกล้ และแถวที่พักนี่ร้านอาหารเพียบ แม้กระทั่งชั้นล่างสุดของอาคารก็เป็นร้าน Abucha อิซากายะชื่อดังของเมือง ดื่มเสร็จกลับขึ้นห้องสบายหายห่วงไม่ต้องกลัวว่าจะกลับไม่ไหว ถ้าเป็นวัยรุ่น หรือรุ่นใหญ่แต่ใจรุ่น ผมเชียร์ที่นี่ครับ รับรองว่าต้องถูกใจ อ้อ!เกือบลืมเรื่องสำคัญไป ที่นี่ไม่มีโรงเรียนหรือร้านเช่าอุปกรณ์ใดๆ ทั้งสิ้น มีแต่ล็อกเกอร์เปล่าๆ ให้ จะเรียนหรือจะเช่าต้องติดต่อผู้ให้บริการอื่นนะครับ ถ้าให้ดีควรจองมาพร้อมกับห้องพัก ให้ที่นี่เขาเป็นธุระจัดหาล่วงหน้าจะดีกว่าครับ

Luxury Japan 7

 

เสร็จจาก Suiboku คณะของเราก็ข้ามเมืองไปดูที่พักอีกแนวหนึ่ง เป็นเรียวกังร่วมสมัยคือไม่ญี่ปุ่นจ๋าแบบดั้งเดิม ตั้งอยู่ที่ Kombu Onsen ที่พักแห่งนี้ไม่ได้อยู่ติดลานสกีเหมือนสมาชิก Niseko United เมืองอื่นๆ แต่บังเอิญว่ารวมอยู่ในเขตของ Niseko Town ด้วยและอยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้าน An'nupuri ทางเมืองเลยอยากให้มาเยี่ยมชมเผื่อว่าจะเป็นทางเลือกให้ลูกค้าที่อยากจะนอนแช่ออนเซนซักคืนสองคืน หลังจากเมื่อยล้าเพราะเล่นสกีติดต่อกันมาแล้วหลายวัน แน่นอนว่าที่พักแห่งนี้ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกในเรื่องสกีเลยเพราะฉนั้นจึงไม่เหมาะกับนักสกีที่ต้องการเล่นสกีอย่างจริงจัง ในทางกลับกันหากท่านอยากมาพักผ่อนในเรียวกังดีๆ และอยากลองเล่นสกีดูซักวันสองวัน ที่นี่ก็สามารถตอบโจทย์ของท่านได้ไม่เลว ที่พักแห่งนี้เป็นเรียวกังแห่งล่าสุดของเครือ Tsuruga แบรนด์เรียวกังท้องถิ่นของฮอกไกโดที่มีชื่อเสียงในเรื่องความเรียบหรูดูดี ผสมประสานความเป็นญี่ปุ่นและศิลปะท้องถิ่นของชาวไอนุได้อย่างลงตัว และใช้วัสดุท้องถิ่นในการก่อสร้างและตกแต่งภายในให้มากที่สุด ที่พักแห่งนี้มีชื่อเก๋ๆ ว่า Moku no Sho

คำว่า Moku no Sho นั้นหมายถึงสัมผัสที่แตกต่างของเนื้อไม้ เพราะคอนเซปต์ของที่นี่จะเน้นการใช้ไม้ที่มีพื้นผิวและลวดลายที่แตกต่างกันมาตกแต่ง เวลาไปพักที่นี่นอกจากจะได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติแล้ว ข้าวของเครื่องใช้ที่ส่วนใหญ่ทำจากไม้ก็จะพาให้เราเข้าใกล้กับธรรมชาติมากยิ่งขึ้น ที่พักแห่งนี้มีขนาดไม่ใหญ่เมื่อเทียบกับที่พักอื่นๆ ในเครือ Tsuruga คงเป็นเพราะแถวนี้ไม่ใช่ที่ๆ คนจะนิยมมานอนออนเซนรีสอร์ทกัน ถึงจะมีก็เป็นแค่ระดับพื้นๆ ธรรมดา ก็เพราะแถว Niseko ไม่มีนี่แหละครับเขาถึงมาเปิด คนมาเล่นสกีส่วนใหญ่มีเงินกันแทบทั้งนั้น บ้านพักใหญ่โต คอนโดหรูหรือทาวน์เฮาส์ระดับไฮเอนด์มีกันหมดแล้ว จะขาดก็แค่เรียวกังดีๆ นี่เท่านั้นแหละครับ ถึงจะมาอยู่ท่ามกลางแหล่งสกีแต่คอนเซปต์หลักของเรียวกังเครือนี้ก็ไม่ได้แกว่งตามแต่อย่างไร ตั้งแต่ตัวอาคารไปจนถึงห้องพักยังรักษามาตรฐานของ Tsuruga ไว้ได้อย่างเต็มเปี่ยม ผมชอบบาร์เลานจ์ของที่นี่มากเพราะจัดได้ดีและมีการเล่นระดับ ถ้าเป็นหน้าร้อนจะมีชุดยูกาตะหลากสีสันไว้ให้คุณสุภาพสตรีเลือกสวมใส่ได้ตามชอบใจ ไม่ต้องถูกจำกัดเพียงแค่แบบสองแบบเหมือนเรียวกังอื่น เสื่อทาทามิของที่นี่เป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากโอกินาวะจึงทำให้ดูแปลกตากว่าเรียวกังทั่วไป เครื่องตกแต่งประดับประดารวมถึงบรรดาลวดลายซึ่งได้รับอิทธิพลของศิลปะไอนุมีให้เห็นอยู่ทั่วโรงแรมทั้งที่ล็อบบี้ ห้องอาหาร โต๊ะอาหาร ตลอดจนถึงห้องพัก ที่นอนไม่ได้เป็นฟูกบางแต่หนาเหมือนเตียงนอนวางบนยกพื้นที่สูงขึ้นมาประมาณหนึ่งฟุต ทำให้ยังได้อารมณ์ของการนอนฟูกแต่สูงระดับนอนเตียง ผู้หลักผู้ใหญ่คงชอบเพราะไม่ต้องลุกนั่งจากระดับพื้น ในห้องมีบ่อแช่ออนเซนส่วนตัวมองเห็นวิวธรรมชาติชัดเจน ห้องอาบน้ำแร่ของที่นี่ก็ดีเกินมาตรฐานเรียวกังทั่วไป แถมเครื่องอาบน้ำต่างๆ ก็ทันสมัย ใครชอบเรียวกังหรูอยู่ที่นี่รับรองไม่มีบ่นซักคำ อาหารการกินก็ไม่ต้องห่วง เครือ Tsuruga นอกจากเด่นเรื่องที่พักแล้วอาหารก็เยี่ยมไม่แพ้กัน หลายคนไม่มีโอกาสได้มาพักขอแค่ได้มาทานข้าวก็เอาแล้ว

Luxury Japan 7

 

ระหว่างทางก่อนเข้าที่พักเราแวะไปกินขนมนมเนยที่ Milk Kobo กันก่อน มาแถวนิเซโกะแล้วต้องแวะมาชิมชูครีมไส้ไหลของที่นี่ทุกครั้ง โยเกิร์ตที่ขายอยู่แถวนี้ก็ของ Milk Kobo เขาทั้งหมด ผมจำได้ว่าทานครั้งแรกที่ Rusutsu แล้วติดใจมาก เป็นโยเกิร์ตพร้อมดื่มที่อุดมไปด้วยความเข้มข้นไม่ใสจางเหมือนบางเจ้า คุณ Takahashi เจ้าของที่นี่เขามีฟาร์มวัวนมอยู่ไม่ไกลจากร้าน ควบคุมคุณภาพเองทุกอย่างตั้งแต่เลี้ยงวัว รีดนมวัว จนเสร็จกระบวนการออกมาเป็นผลิตภัณฑ์พร้อมทาน นอกจากนี้เขายังมีคอร์สสอนทำเนยทำไอศกรีมด้วย วันไหนหยุดพักการเล่นสกีลองพาเด็กๆ มาแวะเที่ยวชิมกันที่นี่สิครับรับรองว่าจะติดใจ

ข่าวล่าสุด

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน