
โอบามากร้าวกำราบไอเอสลุยฝึกรบให้อาวุธกบฏซีเรีย
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
ผู้นำสหรัฐประกาศกร้าวเดินหน้าจัดการกลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส) ขั้นเด็ดขาดในอิรักและซีเรีย ลุยกลยุทธ์ใหม่ขยายความร่วมมือกับพันธมิตรในพื้นที่ตะวันออกกลาง รวมถึงฝึกอบรมและให้อาวุธกับกลุ่มกบฏซีเรียที่ต่อสู้กับกลุ่มไอเอสและพยายามโค่นล้มประธานาธิบดี บาชาร์ อัล อัสซาด
“เราจะตามล่าผู้ก่อการร้ายที่คุกคามประเทศของเรา ไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ที่ใดก็ตาม ซึ่งหมายความว่าข้าพเจ้าจะไม่ลังเลที่จะลงมือจัดการต่อต้านกลุ่มไอซิลในซีเรียและอิรัก” ประธานาธิบดี บารัก โอบามา แห่งสหรัฐ ออกแถลงการณ์สดจากทำเนียบขาวผ่านสถานีโทรทัศน์ พร้อมเปิดเผยคำสั่งที่เปิดทางให้กองทัพสหรัฐโจมตีกลุ่มไอเอสทางอากาศเป็นครั้งแรก ทว่ายังไม่ระบุรายละเอียดวันที่จะเริ่มปฏิบัติการโจมตี
กลยุทธ์ใหม่ที่ประธานาธิบดี โอบามา นิยามว่าเป็นความพยายามที่จะไม่มีความปรานีให้อีกต่อไปนี้ มีขึ้นเพื่อถอนรากถอนโคนและตัดตอนอิทธิพลกลุ่มไอเอสที่คืบคลานคุกคามภูมิภาคตะวันออกกลางมากขึ้นเรื่อยๆ โดยผู้นำสหรัฐยังได้เรียกร้องให้สภาคองเกรสเร่งอนุมัติโครงการมูลค่า 500 ล้านเหรียญสหรัฐ ในการฝึกรบและให้การสนับสนุนทางด้านอาวุธกับกลุ่มกบฏฝ่ายค้านในซีเรีย
ขณะเดียวกัน เพื่อให้ความร่วมมือเพื่อจัดการต่อต้านกลุ่มไอเอสดำเนินไปได้อย่างลุล่วง จอห์น แคร์รี รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ มีกำหนดพบกับรัฐมนตรีต่างประเทศกลุ่มตะวันออกกลาง อย่างจอร์แดน อียิปต์ และตุรกี รวมถึงกษัตริย์แห่งซาอุดิอาระเบีย เพื่อหารือกับแผนกำราบไอเอสขั้นเด็ดขาด
มาตรการต่อสู้กับกลุ่มไอเอสของผู้นำสหรัฐครั้งนี้ได้รับเสียงตอบรับสนับสนุนอย่างดีจากกลุ่มฝ่ายค้านในซีเรีย ซึ่งระบุว่าทางกลุ่มพร้อมและเต็มใจที่จะร่วมมือกับประชาคมโลกเพื่อโค่นล้มกลุ่มหัวรุนแรงเหล่านี้ แต่ไม่วายท้วงว่าการต่อสู้กับกลุ่มไอเอสอย่างเดียวไม่เพียงพอ ต้องจัดการให้ประธานาธิบดี อัล อัสซาด ลงจากตำแหน่งด้วย
ด้าน ฮอชยา เซบารี รองนายกรัฐมนตรีอิรัก จากลุ่มนักการเมืองชาวเคิร์ด แสดงความเห็นตอบรับกลยุทธ์ใหม่ของประธานาธิบดี โอบามา โดยระบุว่านโยบายนี้จะได้ผล เนื่องจากมีความร่วมมือจากกองกำลังในพื้นที่อย่างหน่วยรักษาความปลอดภัยอิรัก กลุ่มเคิร์ด เปชเมอร์กา และกองกำลังอื่นๆ เข้าร่วม
ขณะเดียวกัน ภัยคุกคามความมั่นคงโลกของกลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส) ยังส่งผลกระเทือนถึงภูมิภาคในเอเชีย โดย จางซินเฟิง ผู้อำนวยการองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (เอสซีโอ) ซึ่งเป็นหน่วยงานต่อต้านการก่อการร้ายในภูมิภาคเอเชียและเอเชียกลาง เปิดเผยต่อสำนักข่าวซินหัวของทางการจีนว่า ขณะนี้ชาติสมาชิกเอสซีโอกำลังเผชิญปัญหาแบบเดียวกับที่พบในยุโรปและสหรัฐ คือ มีพลเรือนส่วนหนึ่งของประเทศเข้าร่วมกับกลุ่มเชื้อชาติในอิรักและซีเรีย จนต้องยกระดับการเฝ้าระวัง รวมถึงการตรวจสอบเนื้อหาข้อมูลบนโลกออนไลน์อย่างเข้มงวด
“คนเหล่านี้เริ่มเดินทางกลับบ้านเกิด และมีส่วนคุกคามเสถียรภาพความมั่นคงของภูมิภาค” จางซินเฟิง ระบุ โดยให้เหตุผลว่า อิทธิพลจากการเข้าร่วมกลุ่มก่อการร้ายในซีเรียและอิรัก ทำให้ผู้ที่เข้าร่วมซึ่งส่วนใหญ่เป็นชนกลุ่มน้อยของประเทศนั้นๆ อยู่แล้วซึมซับรับอิทธิพลการใช้ความรุนแรงนำมาใช้สั่นคลอนความมั่นคงในประเทศ ซึ่งพลเรือนจีนที่พบว่าเข้าร่วมกับกลุ่มก่อการร้ายในอิรักและซีเรียส่วนใหญ่คือชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิมอุยกูร์







