
อียูพร้อมคว่ำบาตรรัสเซียหมีขาวขู่ปิดน่านฟ้า
สหภาพยุโรป (อียู) กำหนดจะเปิดเผยมาตรการคว่ำบาตรรอบใหม่ต่อรัสเซียในวันจันทร์ที่ 8 ก.ย.ที่ผ่านมา
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
สหภาพยุโรป (อียู) กำหนดจะเปิดเผยมาตรการคว่ำบาตรรอบใหม่ต่อรัสเซียในวันจันทร์ที่ 8 ก.ย.ที่ผ่านมา ท่ามกลางข้อสงสัยที่ว่า ข้อตกลงเรื่องการหยุดยิงในยูเครนยังมีผลหรือไม่ หลังมีรายงานว่าเกิดเหตุปะทะในพื้นที่พิพาทช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากรัฐบาลยูเครนเห็นด้วยกับการเจรจายุติการหยุดยิงกับกลุ่มกบฏแบ่งแยกดินแดนในภูมิภาคตะวันออก ผู้แทนจากทั้ง 28 ประเทศของอียูได้บรรลุแผนการลงโทษทางเศรษฐกิจต่อรัสเซียเพิ่มเติม หลังจากทางการหมีขาวรุกล้ำเข้าไปยังพื้นที่ของยูเครน ทั้งนี้ มาตรการลงโทษดังกล่าวรวมไปถึงการไม่อนุญาตให้บริษัทสัญชาติรัสเซียในธุรกิจอาวุธยุทโธปกรณ์และพลังงานเข้ามาระดมทุนในสหภาพยุโรป
อย่างไรก็ตาม บทลงโทษพิเศษอื่นๆ ยังต้องรอการรับรองอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลประเทศสมาชิกอียู ด้านนายกรัฐมนตรี เดวิด คาเมรอน ของอังกฤษ แสดงทัศนะในเรื่องดังกล่าวว่า แม้การหยุดยิงจะเป็นข่าวดี และแผนสันติภาพก็เป็นเรื่องดี ทว่าการคว่ำบาตรก็ยังคงต้องดำเนินต่อไป อย่างไรก็ดีมาตรการคว่ำบาตรดังกล่าวอาจถูกยกเลิกได้ ถ้าสถานการณ์ก้าวเข้าสู่เป้าหมายที่วางไว้อย่างเหมาะสม
ทั้งนี้ อียูได้ประสานงานกับสหรัฐในการเพิ่มมาตรการลงโทษรัสเซีย เพื่อบังคับให้ประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ยุติการสนับสนุนกลุ่มกบฏในภาคตะวันออกของยูเครน รวมถึงการผนวกไครเมียเข้าเป็นส่วนหนึ่งของแดนหมีขาว ซึ่งสั่นคลอนความมั่นคงของยุโรป
ร่างบทลงโทษรัสเซียระลอกล่าสุดมีขึ้นตั้งแต่วันที่ 30 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยผู้นำชาติสมาชิกอียู เรียกร้องให้เกิดขึ้นภายในเวลาเพียง 1 สัปดาห์ หลังประธานาธิบดี เปโตร เปโรเชนโก แห่งยูเครน กล่าวโทษว่า ถูกรุกรานโดยกองกำลังทหารและรถถัง ทว่าข้อตกลงหยุดยิงล่าสุดระหว่างทางการยูเครนกับกลุ่มกบฏช่วยเพิ่มโอกาสในการยุติความขัดแย้งอันยาวนาน
บลูมเบิร์กรายงานเพิ่มเติมว่า แพ็กเกจใหม่ที่อียูจะคว่ำบาตรรัสเซียนั้น ประกอบไปด้วย การปรับเงื่อนไขการชำระหนี้ในกลุ่มอียูของธุรกิจรัสเซียที่ถูกแบนจาก 90 วัน ลดลงเหลือเพียง 30 วัน ตลอดไปจนถึงห้ามไม่ให้ธนาคารในยุโรปเสนอเงินกู้ร่วมกับบริษัทรัสเซียที่ถูกคว่ำบาตร ขยายมาตรการระงับสินค้าที่ใช้ได้ทั้งภาคพลเรือนและทหารเพิ่มมากขึ้น และยังจะเข้าควบคุมการเข้าถึงเทคโนโลยีในอุตสาหกรรมน้ำมันด้วย
นอกจากนี้ อียูยังเพิ่มรายชื่อผู้คนและบริษัทต่างๆ ของรัสเซียในบัญชีดำมากขึ้น โดยมีเป้าหมายในการแช่แข็งทรัพย์สินของผู้ที่มีรายชื่อในบัญชีดังกล่าวในยุโรป เพื่อจัดการกับกลุ่มแบ่งแยกดินแดนในภาคตะวันออกของยูเครน
เมื่อเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ยุโรปได้เพิ่มมาตรการคว่ำบาตรแก่รัสเซียไปแล้วครั้งหนึ่ง โดยห้ามธนาคารของรัฐ 5 แห่ง ขายหุ้น หรือตราสารหนี้ในยุโรป จำกัดการส่งออกอุปกรณ์ที่ทันสมัยแก่อุตสาหกรรมน้ำมัน รวมถึงห้ามการขายอาวุธ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และสินค้าอื่นๆ ที่สามารถใช้ได้ทั้งภาคพลเรือนและทหารแก่รัสเซีย ทำให้รัสเซียออกมาตอบโต้ด้วยการคว่ำบาตรสินค้าเกษตรของสหภาพยุโรป
ล่าสุด ดิมิทรี เมดเดเวฟ นายกรัฐมนตรีของรัสเซีย ก็ออกมาประกาศเตือนแล้วว่า จะตอบโต้มาตรการคว่ำบาตรรอบใหม่ของอียู ด้วยการจำกัดสิทธิสายการบินจากประเทศตะวันตกเหนือน่านฟ้ารัสเซีย พร้อมขู่ด้วยว่า ถ้าไม่อาจใช้น่านฟ้าของรัสเซียได้ สายการบินหลายแห่งอาจถึงขั้นประสบปัญหาล้มละลาย แถมยังระบุเพิ่มเติมว่า การคว่ำบาตรเป็นเครื่องมือที่ไม่ถูกต้องในการสร้างสันติภาพให้เกิดขึ้นในยูเครน
อย่างไรก็ตาม ความหวังที่จะเห็นความสงบสุขในยูเครนเริ่มริบหรี่ลง เนื่องจากเมื่อช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีรายงานว่าเกิดเหตุปะทะในเมืองมาริอูโปล จนเป็นเหตุให้มีผู้หญิงและเด็กเสียชีวิตอย่างน้อย 2 ราย และมีเด็กได้รับบาดเจ็บอีก 1 ราย ขณะที่ทั้งฝ่ายรัฐบาลและกลุ่มกบฏต่างก็กล่าวโทษกันและกันว่า อีกฝ่ายเป็นผู้ละเมิดข้อตกลงในการหยุดยิงก่อน







