
ญี่ปุ่นหวัง1ปีเห็นผลสร้างประชาธิปไตยในไทย
สีหศักดิ์เผยญี่ปุ่นหวัง 1 ปีเห็นผลสร้างประชาธิปไตยที่เข้มแข็งในไทย รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศ โดยเฉพาะด้านศก.
สีหศักดิ์เผยญี่ปุ่นหวัง 1 ปีเห็นผลสร้างประชาธิปไตยที่เข้มแข็งในไทย รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศ โดยเฉพาะด้านศก.
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยภายหลังหารือร่วมกับนายฟูมิโอะ คิชิดะ รมว.ต่างประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นการหารือทวิภาคีครั้งแรกหลังเกิดเหตุเมื่อวันที่ 22 พ.ค. ที่ผ่านมาว่า โดยได้เน้นกับญี่ปุ่นว่าช่วงเวลา 1 ปีข้างหน้า เป็นช่วงเวลาสำคัญสำหรับไทยในทางการเมือง และแน่นอนว่าต้องสร้างประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการตามแผนโรดแมปที่ประกาศไว้
นอกจากนี้ ยังได้ยืนยันว่าไทยยึดมั่นในค่านิยมประชาธิปไตย และหวังจะนำพาประเทศกลับสู่ประชาธิปไตยที่ยั่งยืน และ 1 ปีข้างหน้ายังสำคัญกับไทยในแง่เศรษฐกิจ เพราะญี่ปุ่นมาลงทุนและค้าขายในไทยเป็นจำนวนมาก ซึ่งภายใน1 ปีนี้ คงได้เห็นการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจหลายอย่างที่คั่งค้างและทำไม่ได้ในช่วงที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลพร้อมขับคลื่อนเศรษฐกิจควบคู่กับโครงการพัฒนาต่างๆ ในเรื่องโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ รวมถึงสร้างความเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจขยายตัวมากขึ้น เช่นเดียวกับประเทศเพื่อนบ้าน เพราะไทยเน้นการพัฒนาให้เกิดความก้าวหน้าร่วมกัน
ดังนั้น บทบาททางการทูตของไทยจะสำคัญอย่างมาก ดังนั้น 1 ปีข้างหน้า ไทยและญี่ปุ่นต้องจับมือกันมากขึ้น เพื่อพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างกันและร่วมมือสร้างความก้าวหน้าให้กับภูมิภาค เพราะญี่ปุ่นเป็นประเทศสำคัญในเอเชีย ขณะที่ รมว.ต่างประเทศญี่ปุ่นได้ฝากสารแสดงความยินดีไปถึง พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร หลังด้รับการแต่งตั้งเป็นรมว.ต่างประเทศคนใหม่ด้วย
อย่างไรก็ดี ญี่ปุ่นมีท่าทีค่อนข้างพอใจ เพราะไทยได้ชี้แจงอย่างตรงไปตรงมา การที่รัฐบาลมีนโยบายปรับโครงสร้างเศรษฐกิจก็ เป็นสิ่งที่ญี่ปุ่นควรจะยินดี เพราะนโยบายเหล่านี้ก็ทำเพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปด้วยความโปร่งใส และให้โอกาสกับเอกชนต่างประเทศทุกประเทศ ซึ่งญี่ปุ่นได้ฝากให้ไทยพิจารณาปรับลดพื้นที่ของจังหวัดในญี่ปุ่นที่ไทยได้ห้ามนำเข้าสินค้าเนื่องจากหวั่นกลัวผลกระทบจากนิวเคลียร์ที่ฟูกูชิมา จากเดิม 9 จังหวัดเหลือ 3 จังหวัด เพราะญี่ปุ่นยืนยันว่าขณะนี้สามารถจัดการปัญหาได้แล้ว







