ปูตินขู่เสริมแกร่งนิวเคลียร์อียูหารือจ่อยกระดับคว่ำบาตร
วิกฤตยูเครนส่อเค้ารุนแรงหนักหลังรัสเซียขู่ว่ามีนิวเคลียร์แข็งแกร่ง ด้านอังกฤษหนุนถอนหมีขาวออกจากสวิฟท์
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
วิกฤตยูเครนส่อเค้ารุนแรงหนักหลังรัสเซียขู่ว่ามีนิวเคลียร์แข็งแกร่ง ด้านอังกฤษหนุนถอนหมีขาวออกจากสวิฟท์ พร้อมนาโต้ยังเสริมแกร่งตั้งกองกำลังใหม่
ซีเอ็นเอ็นรายงานประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ออกโรงขู่ซีกโลกตะวันตก โดยเปิดเผยว่ากองทัพรัสเซียกำลังเสริมความแข็งแกร่งให้อาวุธนิวเคลียร์มีประสิทธิภาพและความทันสมัยยิ่งขึ้น แม้เจ้าตัวจะยืนยันว่ารัสเซียไม่ต้องการให้เกิดความขัดแย้งจนถึงขั้นต้องใช้กำลังก็ตาม
“ผมอยากเตือนว่า รัสเซียเป็นหนึ่งในประเทศที่มีพลังอำนาจทางนิวเคลียร์สูงที่สุดในโลก” ปูติน กล่าว
นอกจากนี้ ประธานาธิบดีรัสเซียยังย้ำว่า สิ่งที่เจ้าตัวพูดเป็นเรื่องจริง ไม่ใช่แค่คำพูดเท่านั้น และขู่ให้ศัตรูผู้ต่อต้านรัสเซียระวังตัวให้ดี เพราะการต่อต้านรัสเซียจะนำไปสู่การใช้กำลังทางทหาร
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นหลังจากกลุ่มประเทศซีกโลกตะวันตกตบเท้าออกมาเปิดเผยหลักฐานที่บ่งชี้ว่า รัฐบาลเครมลินได้ส่งกองทัพเข้ามาปฏิบัติภารกิจสนับสนุนกลุ่มแบ่งแยกในยูเครน โดยล่าสุดกลุ่มแบ่งแยกดินแดนได้เปิดแนวรบใหม่บริเวณเมืองโนโวอะซอฟสก์ ทางตะวันออกเฉียงใต้ของยูเครน ซึ่งทางยูเครนและสหรัฐได้กล่าวหาว่า กองกำลังดังกล่าวเคลื่อนไหวตามคำสั่งของรัฐบาลเครมลิน
ข้อกล่าวหาดังกล่าวยังสอดรับกับหลักฐานภาพถ่ายดาวเทียมขององค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต้) ซึ่งแสดงให้เห็นภาพขบวนรถถังจากฝั่งรัสเซียกำลังข้ามพรมแดนเข้าไปยังดินแดนของยูเครน เมื่อวันที่ 28 ส.ค.ที่ผ่านมา
ด้านแหล่งข่าวรัฐบาลอังกฤษเปิดเผยแก่ซีเอ็นเอ็น ว่า อาจมีทหารรัสเซียอยู่ในยูเครน 4,0005,000 นาย ขณะที่ทางสหรัฐอ้างว่ามีอยู่ราว 1,000 นายเท่านั้น นอกจากนี้แหล่งข่าวยังอ้างว่ายังมีหน่วยรบหมีขาวประจำการอยู่ตามแนวพรมแดนยูเครนรัสเซียอีกกว่า 2 หมื่นนาย และอีกหลายส่วนกำลังตามมาสมทบ
ทั้งนี้ นักวิเคราะห์หลายสำนักต่างระบุตรงกัน มีความเป็นไปได้ว่ารัสเซียกำลังพยายามสร้างฉนวนเชื่อมต่อดินแดนไครเมียซึ่งรัสเซียผนวกไปเมื่อเดือน มี.ค. กับรัสเซีย และยังผลให้รัฐบาลเครมลินสามารถควบคุมทะเลอะซอฟได้ทั้งหมด
ขณะที่นักวิชาการอีกจำนวนไม่น้อยที่เชื่อว่า รัสเซียต้องการเปิดแนวรบที่ 2 เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของรัฐบาลยูเครนจากการโจมตีฝ่ายกบฏในลูฮันสก์และโดเนตสก์
อย่างไรก็ดี เซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย กล่าวหาว่า ซีกโลกตะวันตกมักชอบใช้การสร้างหลักฐานเท็จเป็นกลยุทธ์ในการโจมตีรัสเซีย พร้อมเสริมอีกด้วยว่าหลักฐานภาพถ่ายดาวเทียมของนาโต้ เป็นภาพจากเกมคอมพิวเตอร์
จากหลักฐานที่ชี้ว่ารัสเซียอยู่เบื้องหลังกลุ่มแบ่งแยกดินแดนในยูเครน ส่งผลให้เมื่อวันที่ 30 ส.ค. มีรายงานว่าผู้นำชาติสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) ได้ยกวาระการพิจารณายกระดับมาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซียขึ้นเป็นพิเศษ โดยในครั้งนี้อังกฤษถือเป็นหัวหอกสำคัญที่ออกมาผลักดันมาตรการอย่างแข็งกร้าว
บลูมเบิร์กรายงานว่า รัฐบาลอังกฤษมีแผนจะผลักดันให้เกิดการกีดกันรัสเซียออกจากสมาคมการสื่อสารโทรคมนาคมด้านการเงินระหว่างธนาคารทั่วโลก (สวิฟท์) ระหว่างการประชุมอียูครั้งนี้ ซึ่งนับเป็นการยกระดับการคว่ำบาตรครั้งสำคัญ เพราะจะส่งผลกระทบต่อการโอนเงินระหว่างประเทศของรัสเซีย และจะทำให้ขั้นตอนในการค้าขายสินค้ามีความยุ่งยากมากขึ้นอีกด้วย
ยิ่งไปกว่านั้น แหล่งข่าวจากนาโต้ยังเปิดเผยแก่หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทมส์ว่า อังกฤษ เดนมาร์ก ลัตเวีย เอสโตเนีย ลิทัวเนีย นอร์เวย์ และเนเธอร์แลนด์ ได้เตรียมจัดตั้งกองกำลังร่วมเคลื่อนที่เร็วภายใต้สังกัดของนาโต้ โดยมีทหารในสังกัดอย่างน้อยราว1 หมื่นนาย จากทั้งกองทัพบก เรือ และอากาศของทั้ง 6 ประเทศ เพื่อเป็นการเพิ่มศักยภาพในนาโต้สำหรับการรับมือการรุกรานของรัสเซียอีกด้วย







