
ศก.สหรัฐโต-ญี่ปุ่นซึมยาว
จีดีพีมะกันโตสะท้อนอนาคตสดใส ญี่ปุ่นฟุบจากการขึ้นภาษี-อากาศเลวร้าย
จีดีพีมะกันโตสะท้อนอนาคตสดใส ญี่ปุ่นฟุบจากการขึ้นภาษี-อากาศเลวร้าย
จีดีพีสหรัฐปรับตัวดีขึ้น สะท้อนมุมมองเชิงบวกด้านเศรษฐกิจ ขณะที่ญี่ปุ่นยังซบเซา เศรษฐกิจหดตัว
กระทรวงพาณิชย์สหรัฐปรับเพิ่มประมาณการการเติบโตเศรษฐกิจสหรัฐไตรมาส 2 ของปีนี้ ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ปรับตัวเพิ่มขึ้น 4.2% ซึ่งขยายตัวจากการประเมินในรอบแรก 0.2% สะท้อนให้เห็นสัญญาณเชิงบวกว่าอนาคตทางเศรษฐกิจของเมืองลุงแซมน่าจะสดใส
ตัวเลขประมาณการจีดีพีที่ปรับเพิ่มขึ้นนี้ เป็นผลมาจากการส่งออกที่แข็งแกร่งขึ้น และการใช้จ่ายภาครัฐที่เพิ่มสูงขึ้น ทว่าตัวเลขการใช้จ่ายผู้บริโภคล่าสุดในเดือน ก.ค. ของสหรัฐ ปรับตัวลดลง 0.1% เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ต้นปีแสดงให้เห็นว่าภาคครัวเรือนยังระมัดระวังการใช้จ่าย แม้ว่าเศรษฐกิจและการจ้างงานจะมีแนวโน้มดีขึ้นก็ตาม
นอกจากนี้ สหรัฐยังเผยว่าจำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอรับเงินชดเชยตามสวัสดิการการว่างงานลดลงติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 2 ขณะที่ยอดทำสัญญาขายบ้านในเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.3% ที่ระดับ 105.9 ซึ่งเป็นระดับที่สูงที่สุดในรอบเกือบ 1 ปี
สวนทางกับเศรษฐกิจของญี่ปุ่นที่มีสัญญาณว่าภาวะเศรษฐกิจยังคงซบเซา หลังข้อมูลตัวเลขเศรษฐกิจที่ประกาศอย่างเป็นทางการ พบว่าเศรษฐกิจไตรมาส 2 หดตัวลง 1.7% เมื่อเทียบจากไตรมาสที่ผ่านมา
นอกจากนั้น ตัวเลขค่าใช้จ่ายภาคครัวเรือนในเดือน ก.ค. ก็ยังทรุดลง 5.9% เช่นเดียวกับอัตราการว่างงานที่พุ่งขึ้น 3.8% ขณะที่ตัวเลขการผลิตของโรงงานปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยที่ระดับ 0.2% สาเหตุหลักเกิดจากการปรับขึ้นอัตราภาษีการค้าและสภาพอากาศที่เลวร้าย เนื่องจากต้องเผชิญกับพายุฝนที่รุนแรงหลายลูก
อย่างไรก็ดี แม้ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานในเดือน ก.ค. ที่หักรายการสินค้ากลุ่มอาหารสดเพิ่มขึ้น 3.3% เทียบจากปีที่ผ่านมา แต่นักเศรษฐศาสตร์คาดว่าอัตราเงินเฟ้อที่แท้จริงน่าจะอยู่ที่ 1.3% เนื่องจากราคาเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นและค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าที่ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้น
ด้าน ทาโร ไซโตะ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจากหน่วยงานวิจัยเอ็นแอลไอ ประเมินว่าธนาคารกลางญี่ปุ่นน่าจะประกาศเพิ่มมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) ราวสิ้นปีงบประมาณนี้ (ประมาณเดือน มี.ค. 2015) เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อในปัจจุบันเป็นไปตามที่คาดหมาย







