posttoday
แพทย์ไร้พรมแดนคาด6เดือนคุมอีโบลาได้

แพทย์ไร้พรมแดนคาด6เดือนคุมอีโบลาได้

17 สิงหาคม 2557

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์

องค์กรแพทย์ไร้พรมแดน (เอ็มเอสเอฟ) เปิดเผยรายงานคาดการณ์กรอบระยะเวลาในการกำราบการระบาดของไวรัสมรณะอีโบลาว่าอาจต้องใช้เวลาอีกประมาณ 6 เดือน จึงจะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ เมื่อคำนึงถึงผลลัพธ์ของมาตรการและจำนวนบุคลากรที่ใช้ในปัจจุบัน โดยเฉพาะในประเทศกินี เซียร์ราลีโอน ไลบีเรีย และไนจีเรีย

โจแอน หลิว ประธานองค์กรแพทย์ไร้พรมแดน เปิดเผยต่อทีมผู้สื่อข่าวในเจนีวา ว่า การระบาดของอีโบลาในพื้นที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นและเร็วขึ้นมากกว่าที่เจ้าหน้าที่จะสามารถตอบสนองได้

ความเห็นข้างต้นมีขึ้นหลังจากที่องค์การอนามัยโลก (ดับเบิ้ลยูเอชโอ) เปิดเผยว่า การประเมินสถานการณ์การระบาดในพื้นที่ต่ำกว่าความเป็นจริงที่เกิดขึ้น ขณะที่ผู้แทนองค์กรกาชาดสากลชี้แจงว่าสาเหตุสำคัญที่ทำให้การระบาดรุนแรงมากขึ้นเป็นเพราะปัจจัยด้านความกลัวและข่าวลือที่ผิดๆ ขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ พร้อมเห็นด้วยกับองค์กรแพทย์ไร้พรมแดนในเรื่องกรอบระยะเวลา 6 เดือน ที่จะใช้เพื่อควบคุมการระบาดไวรัสอีโบลาในพื้นที่

วันเดียวกัน โครงการอาหารโลก (ดับเบิ้ลยูเอฟพี) แห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็น) รายงานว่า สถานการณ์การระบาดของไวรัสอีโบลาในแถบแอฟริกาตะวันตก กำลังก่อให้เกิดวิกฤตด้านอาหารขึ้นซ้ำเติมความเลวร้ายทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของประชากรในประเทศเหล่านั้นตกอยู่ในอันตราย

เอพีรายงานจากการสังเกตการณ์ในพื้นที่ ระบุว่า กรุงโคนากรี เมืองหลวงของกินี เริ่มขาดแคลนผักและผลไม้ เช่นเดียวกับในเซียร์ราลีโอนและไลบีเรียที่ตลาดสดหลายแห่งปิดให้บริการ ส่งผลให้ราคาข้าวและอาหารพื้นฐานหลักปรับตัวแพงขึ้นหลายสิบเท่า

“ใครๆ ต่างพยายามฉกฉวยประโยชน์จากสถานการณ์ครั้งนี้ พวกเขาขึ้นราคาสินค้าทุกอย่างที่ขายได้” เดวิด โคเลห์ แรงงานโรงงานยางและปาล์มในไลบีเรีย กล่าว โดยจนถึงขณะนี้ยังไม่มีเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้ามาจัดการปัญหาด้านการขาดแคลนอาหารและการฉวยโอกาสขึ้นราคาจากบรรดาพ่อค้าแม่ค้าที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด

ดับเบิ้ลยูเอฟพี ประเมินว่า ประชาชนราว 1 ล้านคนในพื้นที่ระบาดห่างไกลจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือทางอาหารในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า โดยทางโครงการกำลังดำเนินการให้ความช่วยเหลือทางด้านอาหารแก่พื้นที่ดังกล่าว พร้อมตั้งเป้าขยายระยะเวลาเพิ่มเติม

ฟาเบียง ปอมเปย์ โฆษกโครงการอาหารโลก ระบุว่า การจำกัดการเดินทางเข้าออกในพื้นที่ที่มีการระบาด ทำให้กินี ไลบีเรีย เซียร์ราลีโอน และไนจีเรีย กลายเป็นพื้นที่โดดเดี่ยวมากขึ้นทุกขณะ เนื่องจากไม่สามารถส่งสินค้าเข้าไปขายในพื้นที่ได้

นอกจากวิฤตด้านอาหารแล้ว หนังสือพิมพ์วอลสตรีท เจอร์นัล รายงานว่า การขาดแคลน บุคลากรทางการแพทย์ในพื้นที่ที่มีการระบาดก็กำลังเป็นวิกฤตร้ายแรงทางสาธารณสุข โดยแพทย์และพยาบาลซึ่งคลุกคลีใกล้ชิดกับผู้ป่วยเปิดเผยว่า สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการขาดแคลนอุปกรณ์ เช่น ถุงมือยาง ที่เจ้าหน้าที่จะสามารถใช้เพื่อป้องกันตัวเองในกรณีที่ต้องสัมผัสกับผู้ติดเชื้อ หรือต้องหยิบจับข้าวของเครื่องใช้ของผู้ติดเชื้อ

รายงานระบุว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นนอกจากจะทำให้แพทย์และพยาบาลกลายเป็นหนึ่งในจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นแล้ว อีกส่วนหนึ่งยังเป็นปัจจัยทำให้เจ้าหน้าที่หวาดกลัวจนยื่นเรื่องขอลาพักร้อนหรือขอลาออกจำนวนมาก จนกระเทือนต่อการตรวจรักษาในส่วนอื่นๆ และทำให้สถานพยาบาลหลายแห่งต้องปิดให้บริการในที่สุด

ล่าสุด ตัวเลขจากองค์การอนามัยโลก เปิดเผยว่า จนถึงขณะนี้มีรายงานผู้ติดเชื้อไวรัสอีโบลาแล้วกว่า 2,000 คน โดยมียอดผู้เสียชีวิต 1,145 คน ส่งผลให้การระบาดครั้งนี้ร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ในรอบกว่า 40 ปี

10 ข้อควรรู้เกี่ยวกับ ‘ยา’ อีโบลา

1.ยังไม่มีวิธีการหรือตัวยาใดๆ ที่ได้รับการรับรองทางวิทยาศาสตร์ในการรักษาไวรัสอีโบลา และตัวยาทุกประเภทที่ในปัจจุบันยังคงอยู่ในขั้นตอนทดลองทั้งสิ้น จึงต้องมีการเฝ้าระวังจับตาดูอาการอย่างใกล้ชิดหลังการใช้ยา

2.ยารักษาไวรัสอีโบลาแทบทั้งหมดกำลังอยู่ในระหว่างการพัฒนา เนื่องจากอีโบลาเป็นไวรัสที่หายากและจำกัดอยู่ในประเทศยากจน ทำให้ทุนพัฒนาต้องพึ่งพาประเทศพัฒนาแล้วอย่างสหรัฐและแคนาดา

3.“วัคซีน” และ “การรักษา” ไม่เหมือนกัน โดยวัคซีนมีเพื่อป้องกันการติดเชื้อ ขณะที่การรักษาคือการให้ยาผู้ป่วยซึ่งมีอาการติดเชื้อแล้ว ดังนั้นยาซีแมพพ์จึงไม่ใช่วัคซีน

4.ขณะเดียวกัน ยังมีการใช้ยาปัองกันอาการของโรค เช่น กรณียาทีเคเอ็ม-อีโบลา ของบริษัท เทคมิรา โดยเป็นยาที่ให้กับผู้ที่คลุกคลีกับผู้ติดเชื้อ แต่ยังไม่มีอาการป่วยจากอีโลบา ทั้งนี้ยังไม่มีการยืนยันว่ายาชนิดนี้สามารถกำราบอีโบลาได้

5.การรักษาอีโบลาทุกทางที่ใช้อยู่ยังไม่เคยมีการทดสอบกับมนุษย์ที่ติดเชื้อไวรัสมาก่อน รวมถึงยาซีแมพพ์

6.ยาทีเคเอ็ม-อีโบลา เคยทดสอบทางคลินิกเล็กๆ มาก่อน แต่การทดสอบทำกับอาสาสมัครที่ร่างกายแข็งแรงเพื่อดูว่ามีผลข้างเคียงของยาที่น่าวิตกหรือไม่

7.เคยมีการทดสอบยาป้องกันอาการของไวรัสอีโบลาในปี 2009 โดยนักวิจัยเยอรมนีซึ่งบังเอิญโดนเข็มที่มีเชื้ออีโบลาแทง ซึ่งหลังใช้ยาแล้วไม่มีอาการติดเชื้อแต่อย่างใด

8.ยาที่ใช้รักษาอีโบลาหลายขนานล้วนเคยทดลองในลิงที่ติดเชื้ออีโบลามาก่อน

9.สถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐ ระบุว่า การทดสอบความปลอดภัยวัคซีนจะเริ่มต้นได้ช่วงต้นเดือน ก.ย.นี้ โดยที่บริษัทยาอื่นๆ กำลังเตรียมตัวทดสอบทางคลินิกเช่นกัน

10.อย่างน้อยมีทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยการแพทย์เทกซัสกำลังศึกษาเพื่อทดสอบความเป็นไปได้ของการผสมแนวทางการรักษาหลายทางเข้าไว้ด้วยกัน เหมือนกับวิธีการค็อกเทลที่ใช้ในการรักษาเชื้อเอชไอวี

ภาพ : เอเอฟพี

ข่าวล่าสุด

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน