posttoday
โลกชะลอระดมทุนหวั่นสงคราม

โลกชะลอระดมทุนหวั่นสงคราม

12 สิงหาคม 2557

เอกชนผวาโลกเสี่ยงเกิดสงคราม ชะลอการระดมทุน นักลงทุนหนีสินทรัพย์ความเสี่ยงสูง

เอกชนผวาโลกเสี่ยงเกิดสงคราม ชะลอการระดมทุน นักลงทุนหนีสินทรัพย์ความเสี่ยงสูง

บลูมเบิร์กรายงานเมื่อวันที่ 11 ส.ค. ว่า ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากความขัดแย้งในหลายๆ จุดทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นปัญหาในยูเครน หรือตะวันออกกลางนั้น กำลังทำให้เกิดความวิตกกังวลมากขึ้นต่อตลาดสินเชื่อ และได้ส่งผลให้ภาคเอกชนทั่วโลกเริ่มชะลอการออกตราสารหนี้อย่างเห็นได้ชัด

ช่วง 8 วันแรกของเดือน ส.ค.ที่ผ่านมานี้ ภาคเอกชนทั่วโลกได้ออกตราสารหนี้เป็นมูลค่ารวมกันราว 5.36 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐเท่านั้น ซึ่งถือว่าต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือน ก.ค. 2013 ซึ่งเป็นช่วงที่ภาคเอกชนต่างเทขายสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงทิ้ง หลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐเริ่มพิจารณาการปรับลดการกระตุ้นเศรษฐกิจแบบคิวอี

บลูมเบิร์กระบุว่า ความปั่นป่วนทางการเมืองที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะวิกฤตในยูเครนที่นำเอารัสเซียเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง การสู้รบในฉนวนกาซา และความวุ่นวายในอิรักนั้น กำลังทำให้บรรดาผู้จัดการการเงินกำลังมุ่งเข้าหาสินทรัพย์ที่มีความปลอดภัยกว่ายิ่งไปกว่านั้นเมื่อเดือนที่แล้วธนาคารกลางสหรัฐก็ยังออกโรงเตือนถึงสัญญาณของการปล่อยสินเชื่อที่ล้นมากเกินไปอีกด้วย

“ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์กำลังส่งผลให้การเสนอขายหุ้นกู้ของภาคเอกชนปรับลดลงทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตยูเครน กาซา และอิรัก ล้วนแต่ทำให้เกิดความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้น แต่เหนืออื่นใดตามปกติแล้วเดือน ส.ค.จะเป็นเดือนที่เงียบเหงาสำหรับการระดมทุนอยู่แล้ว” เดวิด ไหลผู้อำนวยการฝ่ายการลงทุนจากบริษัทเพื่อการลงทุนอีสต์สปริงในสิงคโปร์ กล่าว

ทั้งนี้ ตามข้อมูลจากธนาคาร แบงก์ ออฟ อเมริกา เมอร์ริล ลินช์ ระบุว่า ผลตอบแทนเฉลี่ยของตราสารหนี้เอกชนทั่วโลก รวมไปถึงตราสารหนี้ที่มีความเสี่ยงสูง หรือ “สเปคคูเลทีฟเกรด” นั้นได้ไต่ขึ้นไปอยู่ที่ 1.78% เมื่อวันที่ 2 ส.ค.ที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นจากเดิมถึง 0.22% จากเดือน มิ.ย. และเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 18 มี.ค.ด้วย

นอกจากนี้ รายงานระบุว่า เศรษฐกิจโลกนั้นได้รับผลกระทบเพิ่มมากขึ้นจากการสู้รบในยูเครน และจากเหตุการณ์การยิงเครื่องบินพลเรือนของสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส เที่ยวบินเอ็มเอช 17 ตก หลังจากที่สหรัฐและยุโรปได้ยกระดับความเข้มข้นในการใช้มาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซีย ขณะที่รัฐบาลกรุงมอสโกเองก็ได้ใช้มาตรการคว่ำบาตรตอบโต้เช่นกัน ซึ่งยิ่งทำให้บรรยากาศทางเศรษฐกิจโลกไม่สู้ดีนัก

จากสถานการณ์ความไม่แน่นอนเหล่านี้ ยังทำให้เกิดกระแสการไหลออกของทุนจากตลาดตราสารและพันธบัตรที่ให้ผลตอบแทนสูง ซึ่งยิ่งเป็นการบั่นทอนแรงหนุนต่อตราสารของภาคเอกชนด้วย ทั้งนี้มีรายงานว่าได้มีการไหลออกของกระแสทุนจากตลาดพันธบัตรที่ให้ผลตอบแทนสูงมากถึง 7,100 ล้านเหรียญสหรัฐ ในเวลา 1 สัปดาห์ เมื่อสิ้นสุดวันที่ 6 ส.ค.ที่ผ่านมา

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน