posttoday
แช-บอล(คอร์รัปชั่น6)

แช-บอล(คอร์รัปชั่น6)

03 สิงหาคม 2557

หลังปี 1997 ที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจทั่วเอเชีย นักวิชาการทางด้านเกาหลีได้เริ่มศึกษา

โดย...เพียงออ วิไลย [email protected]

หลังปี 1997 ที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจทั่วเอเชีย นักวิชาการทางด้านเกาหลีได้เริ่มศึกษาปรากฏการณ์ของคอร์รัปชั่นในเกาหลีโดยเฉพาะในช่วงทศวรรษ 1960’s จนถึง 2000’s ที่กลุ่ม “แชบอล??” ประสานมือกระชับกับผู้นำการเมืองการปกครองของประเทศ (“แชบอล” คือ กลุ่มธุรกิจของตระกูลที่มั่งคั่งครอบคลุมกิจการหลากหลายประเภท ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ 30+ แชบอล ที่ครอบครองทรัพย์สินในประเทศรวมกันมากกว่า 70% ในขณะที่สร้างงานให้แก่คนเกาหลีเกือบทั้งประเทศ) และมีหนังสือเล่มหนึ่งชื่อ Crony Capitalism : corruption and development in South Korea and the Philippines เขียนโดย Dr.David C.Kang (อาจารย์ทางด้าน International Relations and Business แห่ง มหาวิทยาลัย Southern California) ซึ่งได้ทำการศึกษาเปรียบเทียบการคอร์รัปชั่นในเกาหลีกับฟิลิปปินส์ไว้อย่างชัดเจน เหตุที่เลือกฟิลิปปินส์มาเปรียบเทียบเพราะสองประเทศนี้มีประสบการณ์สูงในด้านการคอร์รัปชั่นหลังจากได้รับเอกราชเป็นประเทศอิสระ (โชคดีที่ไทยไม่เคยเป็นเมืองขึ้นของใคร เลยไม่เข้าข่ายเป็นกรณีศึกษาของอาจารย์คัง) และในช่วงเวลานั้นทั้งสองประเทศใช้ผลประโยชน์ทางการเมืองเป็นตัวแปรสำคัญในการตัดสินนโยบายทางเศรษฐกิจ...ยิ่งไปกว่านั้น ประสบการณ์คอร์รัปชั่นของเกาหลีกับฟิลิปปินส์สามารถอธิบายความสัมพันธ์ระหว่าง “อำนาจรัฐกับกลุ่มธุรกิจ” ในประเทศกำลังพัฒนาได้เป็นอย่างดี

เรามา “ส่องเฉพาะเกาหลี” กันค่ะ โดยทั่วไปเกาหลีใช้นโยบายสามด้านในการผลักดันความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในช่วงเริ่มพัฒนาประเทศ ได้แก่ นโยบายด้านการค้า นโยบายด้านการเงิน และนโยบายด้านการบริหารราชการ นโยบายด้านการค้าในช่วงปี 1960’s เน้นด้านการผลิตเพื่อการส่งออก ดังนั้นนโยบายด้านการเงินและด้านการบริหารราชการ จึงเป็นไปเพื่ออำนวยความสะดวกและสนับสนุนการส่งออก ด้วยเหตุนี้จึงเกิดผู้เล่นสำคัญสองฝ่ายคือ “กลุ่มอำนาจรัฐ” ที่สามารถให้สิทธิประโยชน์และสร้างกฎระเบียบอันเป็นคุณหรือโทษแก่กลุ่มธุรกิจได้ กับ “กลุ่มธุรกิจใหญ่” (แชบอล) ผู้ผลิต หรือผู้ส่งออกที่สร้าง GDP ให้แก่ประเทศ ซึ่งจำเป็นต้องมี Connection กับกลุ่มอำนาจรัฐ เพื่อแลกผลประโยชน์ เพื่อประโยชน์ที่มากยิ่งขึ้นของตน เช่น การได้ประมูลงานของรัฐ หรือได้เงินอุดหนุนที่รัฐให้แก่ธุรกิจ รูปแบบของสินบนในเกาหลีนั้น มีความพิสดารล้ำลึกมากกว่าที่ไหนๆ ส่วนการบริหารราชการก็แน่นอนว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐไม่สามารถหลุดพ้น หรือมีอิสระจากอิทธิพลของการเมืองได้ จึงต้องทำตามนโยบายของเบื้องบนที่กำหนดมาแล้วเท่านั้น

แช-บอล(คอร์รัปชั่น6)

 


ประเด็นนี้น่าสนใจค่ะ เพราะอาจารย์คังได้ให้คำนิยามแก่การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของเกาหลีว่า “เติบโตจากการนำของกลุ่มนักวิชาการชนชั้นกลางที่มีความเชี่ยวชาญในด้านต่างๆ กับนายพลแห่งกองทัพที่เข้มงวด” (Economic growth led by meritocratic technocrats and austere military generals) ทั้งนี้เพราะประเทศถูกปกครองเบ็ดเสร็จโดยผู้นำที่เป็น “นายพล” ทหารมาถึง 30 ปี (ปัคจองฮีชอนดูฮวานโรแทอู) ในยุคประธานาธิบดี ปัคจองฮี ได้ดำเนินนโยบาย “แยกสองบริหารราชการ” (Bifurcated Bureaucracy) คือ มีการสอบแข่งขันเข้ารับราชการอย่างเข้มงวด เพื่อคัดนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้ความสามารถทั้งที่จบการศึกษาในประเทศและต่างประเทศ เข้ามาช่วยสานฝันประธานาธิบดีให้สามารถทำให้เศรษฐกิจเกาหลีเจริญเติบโตได้ ในขณะที่อีกส่วนหนึ่งมีระบบราชการที่ผสานผลประโยชน์กับกลุ่มธุรกิจ ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนหลักของกลุ่มของประธานาธิบดี จึงอธิบายได้ว่า เพราะเหตุใด แม้เกาหลีมีการคอร์รัปชั่นมากในช่วงเร่งสร้างความเจริญของประเทศ แต่ก็ยังเติบโตกลายเป็นเสือแห่งเอเชียได้เหมือนกับไต้หวัน สิงคโปร เรียกว่าเห็นน้ำเห็นเนื้อได้ในเวลาของคนเพียงแค่ช่วงอายุเดียว

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน