
รัสเซียเมินตะวันตกบอยคอต
เชื่อคว่ำบาตรหนุนศก.หมีขาวมีอิสระรัฐบาลญี่ปุ่นจ่อไม่นำเข้าสินค้าไครเมีย
เชื่อคว่ำบาตรหนุนศก.หมีขาวมีอิสระรัฐบาลญี่ปุ่นจ่อไม่นำเข้าสินค้าไครเมีย
รัสเซียยันไม่ตอบโต้คว่ำบาตรของอียู เชื่อยิ่งอียูคว่ำบาตรรัสเซียยิ่งเป็นอิสระ
เซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย กล่าวระหว่างการแถลงข่าวว่า รัฐบาลเครมลินจะไม่ดำเนินการรุนแรงเพื่อตอบโต้การคว่ำบาตรของกลุ่มซีกโลกตะวันตก โดยเชื่อว่าเป็นมาตรการที่ไม่เหมาะสมสำหรับรัสเซียในฐานะมหาอำนาจ พร้อมเสริมว่ามาตรการคว่ำบาตรกลับจะยิ่งเป็นการส่งเสริมให้เศรษฐกิจแดนหมีขาวมีอิสระยิ่งขึ้น
“ผมรับประกันว่ารัสเซียจะสามารถเอาชนะทุกความยากลำบากที่เกิดขึ้นในทางเศรษฐกิจได้ และเราจะมีอิสระและเชื่อมั่นในความแข็งแกร่งของเรามากขึ้น” ลาฟรอฟ กล่าว
อย่างไรก็ดี สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานว่า ปัจจุบันเศรษฐกิจรัสเซียยังคงต้องพึ่งพาการลงทุนจากซีกโลกตะวันตก สะท้อนได้จากบีพี บริษัทด้านพลังงานจากอังกฤษ ยังคงเป็นผู้ลงทุนรายใหญ่ที่สุดในรัสเซีย โดยบีพีถือครองหุ้นในรอสเนฟท์ บริษัทผลิตน้ำมันรายใหญ่ของรัสเซียถึง 19.75%
ขณะเดียวกัน รอสเนฟท์ยังมีสัญญาการลงทุนในแหล่งพลังงานนอกชายฝั่งใกล้เขตขั้วโลกเหนือกับเอ็กซอนโมบิล เอนิ และสตาร์ทออย ซึ่งเป็นบริษัทด้านพลังงานจากตะวันตก
ความเคลื่อนไหวของรัสเซียมีขึ้นหลังจากอียูได้เพิ่มเติมรายชื่อของบุคคลและบริษัทของรัสเซียในรายการการคว่ำบาตร หลังจากที่เกิดเหตุเครื่องบินของสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส เที่ยวบินเอ็มเอช 17 ถูกยิงตก ซึ่งส่วนใหญ่เชื่อว่าเป็นฝีมือของกลุ่มกบฏแบ่งแยกดินแดนยูเครนที่รัสเซียหนุนหลัง
มาตรการคว่ำบาตรของอียูยังรวมถึงการจำกัดการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในยุโรปของธนาคารที่รัฐบาลรัสเซียเป็นเจ้าของ การระงับการส่งออกยุทโธปกรณ์และ เทคโนโลยีที่สามารถใช้ได้ทั้งในทางสันติและการสงคราม
ในวันเดียวกัน โยชิฮิเดะ ซุกะ หัวหน้าเลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น เปิดเผยว่า รัฐบาลโตเกียวจะทำการคว่ำบาตรรัสเซียเพิ่มเติมเช่นกัน โดยให้เหตุผลว่ารัสเซีย ล้มเหลวในการผ่อนคลายความตึงเครียดในวิกฤตยูเครน
ทั้งนี้ ญี่ปุ่นจะทำการอายัดทรัพย์สินในญี่ปุ่นของบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับกรณีรัสเซียผนวกรวมดินแดนไครเมีย หรือกรณีความวุ่นวายในภาคตะวันออกของยูเครน
นอกจากนี้ ทางการญี่ปุ่นวางแผนจะระงับการให้เงินสนับสนุนโครงการใหม่ๆ ในรัสเซีย และจะจำกัดการนำเข้าสินค้าที่ผลิตในดินแดนไครเมีย อย่างไรก็ตาม มาตรการที่กล่าวมาทั้งหมดจะมีผลในทางปฏิบัติหลังจากคณะรัฐมนตรีแดนปลาดิบให้การอนุมัติเท่านั้น







