
ยิงมิสไซล์สอยบินรบยูเครนร่วงอีก
กบฏเปิดฉากยิงซ้ำนักบินดีดตัวทัน‘รัสเซีย’อัดซีไอเอ
กบฏเปิดฉากยิงซ้ำนักบินดีดตัวทัน‘รัสเซีย’อัดซีไอเอ
เครื่องบินรบยูเครนถูกสอยร่วงอีก 2 ลำ ด้านสื่อรัสเซียซัดซีไอเอ อยู่เบื้องหลังฉากยิงเที่ยวบินเอ็มเอช 17
กบฏแบ่งแยกดินแดนยูเครนเปิดฉากยิงเครื่องบินรบ 2 ลำ ของกองทัพอากาศยูเครนตกลงอีกแล้วในพื้นที่สู้รบด้านตะวันออกของประเทศเพียง 1 สัปดาห์ให้หลังจากที่เครื่องบินพาณิชย์ของมาเลเซียถูกยิงตกไป
โฆษกกองทัพยูเครน แถลงว่า เครื่องบินรบ 2 ลำที่ถูกยิงตกดังกล่าวเป็นเครื่องบินรบแบบซูคอย โดยนักบินสามารถดีดตัวออกจากตัวเครื่องบินได้ก่อน ซึ่งเครื่องบินทั้งสองลำถูกยิงด้วยจรวดจากกลุ่มกบฏ
“ในวันนี้ในพื้นที่แคว้นลูกานส์ใกล้กับหมู่บ้านดมิทริฟกา ฝ่ายนักรบฝักใฝ่รัสเซียได้ยิงเครื่องบินซู25 สองลำด้วยขีปนาวุธ” โฆษกแถลง
ทั้งนี้ เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นไม่ถึง 1 สัปดาห์เต็มหลังจากที่เครื่องบินของสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส เที่ยวบิน เอ็มเอช 17 ถูกขีปนาวุธยิงตกใกล้พรมแดน ยูเครนรัสเซีย ซึ่งขณะนี้ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าฝ่ายใดเป็นฝ่ายยิง
ล่าสุด ทางด้านสถานีโทรทัศน์แชลแนล วัน รัสเซีย รายงานโต้ข้อกล่าวหาของฝ่ายตะวันตกที่อ้างว่ารัสเซียอยู่เบื้องหลังเหตุยิงเที่ยวบินเอ็มเอช 17 ดังกล่าว ว่าแท้จริงเป็นฝีมือรัฐบาลยูเครนที่ได้รับความช่วยเหลือจากสำนักข่าวกรองกลางสหรัฐ หรือซีไอเอ
รายงานนี้ได้อ้างความเห็นนักการเมืองรายหนึ่งของรัสเซียว่ามีเครื่องบินรบ สัญชาติยูเครนลำหนึ่งบินประกบอยู่ไม่ไกลจากเที่ยวบินเอ็มเอช 17 ก่อนประสบเหตุโดนยิงกลางอากาศ อีกทั้งรัฐบาลกรุงเคียฟยังมีสถานีปฏิบัติการเรดาร์เพื่อใช้กับระบบยิงขีปนาวุธทำให้มีศักยภาพเพียงพอที่จะยิงเครื่องบินโดยสารตกได้
แชนแนล วัน รายงานว่า การวางแผนนี้มีขึ้นเพราะสหรัฐต้องการทำลายเศรษฐกิจรัสเซีย และซีไอเอเคยวางแผนลงมือปฏิบัติการคล้ายกันเมื่อช่วงวิกฤตขีปนาวุธคิวบาในช่วงสงครามเย็นมาแล้ว
ขณะเดียวกัน ทางด้านบลูมเบิร์ก เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ซีไอเอของสหรัฐ ไม่ประสงค์เปิดเผยนามเริ่มเปลี่ยนท่าทีและเริ่มยุติการกล่าวหารัสเซียว่าอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว เนื่องจากเกือบ 1 สัปดาห์หลังเกิดเหตุ สหรัฐยังคงไม่สามารถหาหลักฐานที่่จะบ่งชี้ได้ชัดว่าใครเป็นคนยิงและรัสเซียมีส่วนเกี่ยวข้องจริงหรือไม่
ทั้งนี้ ไม่กี่วันที่ผ่านมา ประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ได้ออกโรงตอบโต้ว่าตะวันตกพยายามใช้โศกนาฏกรรมครั้งนี้เพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองอย่างเห็นแก่ตัวที่สุด







