
กบฏยูเครนยอมรับมีขีปนาวุธบัค
ผู้บัญชาการกบฏยูเครนรับมีขีปนาวุธต่อต้านอากาศยานบัคในครอบครอง พร้อมกล่าวโทษยูเครนจงใจให้เครื่องบินพลเรือนถูกสอย
ผู้บัญชาการกบฏยูเครนรับมีขีปนาวุธต่อต้านอากาศยานบัคในครอบครอง พร้อมกล่าวโทษยูเครนจงใจให้เครื่องบินพลเรือนถูกสอย
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานสัมภาษณ์พิเศษ อเล็กซานเดอร์ โคดาคอฟสกี ผู้นำกลุ่มกบฏในยูเครน ซึ่งยอมรับเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่เกิดเหตุโศกนาฏกรรมเครื่องบินเอ็มเอช 17 ถูกยิงตกว่า กลุ่มแบ่งแยกดินแดนในยูเครนตะวันออกมีขีปนาวุธต่อต้านอากาศยานชนิดเดียวกับที่ทางวอชิงตันระบุว่าใช้ยิงเครื่องบินดังกล่าว ซึ่งนำมาจากรัสเซีย
นับตั้งแต่สายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์สถูกยิงตก จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตถึง 298 ราย ก็ยังมีการถกเถียงกันในวงกว้างว่าฝ่ายใดเป็นผู้กระทำ อย่างไรก็ดี ก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุดังกล่าว กลุ่มกบฏเคยอวดว่าได้รับขีปนาวุธบัคที่สามารถยิงเครื่องบินในระดับสูงได้ ทว่าหลังจากเกิดเหคุเครื่องบินตก ทางกลุ่มกบฏกลับออกมาปฏิเสธว่าไม่ได้ครอบครองอาวุธในลักษณะดังกล่าว
"ผมรู้ว่าบัคมาจากลูฮันส์กภายใต้ธงของสาธารณรัฐประชาชนลูฮันส์ก (แอลพีอาร์)" โคดาคอฟสกีกล่าว นอกจากนี้ โคดาคอฟสกียังกล่าวโทษทางการกรุงเคียฟว่าเป็นผู้กระตุ้นให้มีขีปนาวุธดังกล่าว เนื่องจากรัฐบาลจากเคียฟปฏิบัติการโจมตีทางอากาศในพื้นที่ของกลุ่มแบ่งแยกดินแดน
ทั้งนี้ โคดาคอฟสกียังฝากคำถามไปยังรัฐบาลยูเครนด้วยว่า ยูเครนรับรู้ตลอดเวลาว่า กลุ่มกบฏมีเทคโนโลยีดังกล่าวผ่านทางรัสเซีย แต่ไม่ได้ทำอะไรเพื่อป้องกันรักษาความปลอดภัยเลย แถมยังกระตุ้นให้ทางกลุ่มแบ่งแยกดินแดนนำอาวุธดังกล่าวมาใช้เพื่อต่อต้านอากาศยานที่บินไปกับเครื่องบินพลเรือน ซึ่งเป็นการกล่าวหายูเครนว่า พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้แน่ใจ
ว่าเครื่องบินพลเรือนจะถูกยิง
อย่างไรก็ตาม ไอลีน ลายเนซ โฆษกหญิงของเพนตากอนแสดงความคิดเห็นจากบทสัมภาษณ์ของโคดาคอฟสกีว่า คำพูดของแกนนำกลุ่มกบฏดังกล่าว แสดงให้เห็นว่า รัฐเซียอยู่เบื้องหลังกลุ่มแบ่งแยกดินแดน เป็นผู้ให้อาวุธ ฝึกฝน และสนับสนุนกลุ่มแบ่งแยกดินแดนในยูเครน ทว่า โฆษกจากเพนตากอนไม่ได้สนใจคำพูดของโคดาคอฟสกีที่พยายามกล่าวหารัฐบาลกรุงเคียฟเรื่องการตกของเครื่องบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส พร้อมทั้งระบุด้วยว่า เป็นเพียงการพยายามในการสาดโคลนและเปลี่ยนความสนใจจากข้อเท็จจริงที่เกิดขี้นเท่านั้น
ภาพ: รอยเตอร์ส







