
อร่อยร้อยลิ้น ปี 2 ตอนที่ 19
สัปดาห์นี้ยังคงวนเวียนอยู่แถวฮอกไกโดครับ เพราะคนไทยไปกันเยอะจริงๆ
สัปดาห์นี้ยังคงวนเวียนอยู่แถวฮอกไกโดครับ เพราะคนไทยไปกันเยอะจริงๆ ขนาดการบินไทยเปิดโปรโมชั่นขายตั๋วไปญี่ปุ่นถูกมากเกือบทุกเส้นทาง แต่ยกเว้นฮอกไกโด เพราะแน่นเสียจนไม่ต้องลดราคา จุดหมายปลายทางยอดนิยมก็ไม่พ้นทุ่งลาเวนเดอร์ที่เมืองฟุราโนะ แต่อย่างที่เล่าให้ฟังไปเมื่อสองสัปดาห์ก่อนว่า ทัวร์ไทยส่วนใหญ่ไม่ได้นอนในฟุราโนะเพราะจองกันช้าเลยหาห้องกันไม่ได้ หรือถึงหาได้ก็สู้ราคาไม่ไหว ห้องหนึ่งต่ำๆ ก็สามหมื่นเยน หนีไปนอนที่ซัปโปโรถูกกว่ากันตั้งครึ่ง แต่ก็ต้องแลกด้วยเวลานั่งรถไปกลับอีก 5-6 ชั่วโมง โดยส่วนตัวแล้วผมสนับสนุนการนอนที่ฟุราโนะมากที่สุด ลองคิดดูว่าถ้าท่านจะไปเที่ยวงานพืชสวนโลกที่เชียงใหม่ แต่ต้องตะกายไปนอนที่ลำปางมันจะรู้สึกอย่างไร ในเมืองฟุราโนะก็มีโรงแรมที่ผมติดใจไปใช้บริการอยู่เสมอๆ นั่นก็คือโรงแรม Natulux ซึ่งเป็นโรงแรมขนาดกลางตั้งอยู่หน้าสถานีรถไฟ สะดวกไปหมดทั้งเรื่องเที่ยวและเรื่องกิน ร้านอาหารอร่อยๆ แถวโรงแรมมีเยอะแยะ ที่เคยแนะนำไปแล้วก็มีร้านซูชิยักษ์ Fukuzushi และร้านชาบูชาบู Sennari ที่อร่อยแบบบ้านๆ แต่รสชาติดีกว่าร้านเชนที่ทัวร์ไทยชอบไปกินหลายขุม จริงๆ แล้วอาหารของโรงแรม Natulux นั้นก็อร่อยไม่แพ้ใคร โดยเฉพาะอาหารฝรั่ง บ่อยครั้งที่ผมจะเสนออาหารเที่ยงหรืออาหารค่ำในโรงแรมให้ลูกค้าลองทานซักมื้อ และไม่ใช่เพราะถูกนะครับ ทานอาหารตามร้านข้างนอกนี่แค่พันสองพันเยนก็ทานได้แล้ว แต่ที่โรงแรมนี่มีไม่ต่ำกว่า 3,000 เยนสำหรับมื้อกลางวัน และมื้อค่ำก็ราคาสูงขึ้นไปอีก หลายท่านอาจจะงงว่ามาญี่ปุ่นทำไมถึงไม่ทานอาหารญี่ปุ่นล่ะ คือเมื่อครั้งทัวร์ไทยมาเที่ยวญี่ปุ่นกันใหม่ๆ เราก็ยังทานอาหารจีนไทยหรือบุฟเฟ่ต์สลับกับญี่ปุ่น เพราะยังไม่คุ้นอาหารญี่ปุ่นกันซักเท่าไหร่ ผ่านมาสิบปีหลังคนไทยไม่กลัวอาหารญี่ปุ่นแล้ว คราวนี้ทุกมื้อเลย มีแต่อาหารญี่ปุ่นจนบางครั้งผมเองก็เริ่มเบื่อ จึงอยากลองทานอะไรที่แตกต่างดูบ้าง และพบว่าอาหารฝรั่งก็เป็นที่นิยมในหมู่คนญี่ปุ่นมายาวนาน ที่สำคัญรสชาติไม่ฝรั่งจ๋า เลยอยากลองนำเสนอให้ลูกค้าทานบ้าง ปรากฏว่าเป็นที่ถูกใจกันมาก โดยเฉพาะที่ฮอกไกโดซึ่งเป็นแหล่งวัตถุดิบอาหารชั้นเลิศ อาหารฝรั่งของที่นี่จึงโดดเด่นด้วยคุณภาพและรสชาติ อีกทั้งราคาก็ไม่แพงเมื่อเทียบกับเมืองใหญ่อย่างโตเกียว เกียวโต หรือโอซากา และเป็นการเพิ่มสีสันให้การท่องเที่ยวในฮอกไกโดนั้นมีความต่างจากภูมิภาคอื่นอีกด้วย
ที่โรงแรม Natulux นี้ผมเคยทานทั้งอาหารเช้า กลางวัน และเย็นที่เป็นเมนูอาหารฝรั่งแล้วต้องบอกว่าดีถึงดีมาก อย่างอาหารเช้าเขามีให้เลือกทั้งญี่ปุ่นและฝรั่ง ทานแล้วฝรั่งถูกปากมากกว่า อาจเป็นเพราะผักก็เสิร์ฟแบบสดๆ ใช้พืชผักท้องถิ่นล้วนๆ เบคอนก็อร่อย สืบทราบมาว่าทำเองด้วย ไม่ได้ไปซื้อที่ไหนมา ไข่ดาวก็ทำจากไข่สดส่งตรงจากฟาร์ม และที่อร่อยมากๆ คือขนมปังที่อบเสร็จใหม่ๆ เสิร์ฟมาร้อนๆ พร้อมกับนมสดและโยเกิร์ตสดของฟุราโนะ เป็นอาหารเช้าที่ประทับใจผมทุกครั้ง ส่วนอาหารกลางวันก็คุ้มค่า อย่างชุดที่ผมทานประจำก็ประกอบด้วย Cheese Fondu มีผักสด เนื้อไก่ กุ้ง หอยเชลล์ทานกับชีสฮอกไกโด รวมเป็นสุดยอดของความอร่อยเลย จานหลักมีให้เลือกทั้งปลา หมูและเนื้อ ขอแนะนำว่าเนื้อฮอกไกโดนั้นก็อร่อย หรือถ้าไม่ทานเนื้อก็ลองหมูฟุราโนะดูรับรองว่าจะติดใจ ตบท้ายด้วยของหวานที่หวานตั้งแต่หน้าตาไปจนถึงรสชาติ ซึ่งเขาก็จะเปลี่ยนไปตามฤดูกาล เช่น ช่วงใบไม้ผลิก็ใช้ซากุระ หน้าร้อนก็ใช้เมลอนหรือลาเวนเดอร์ เป็นต้น ส่วนอาหารค่ำก็แล้วแต่จะเลือก มีทั้งแบบ a la carte และแบบ Course ขึ้นอยู่กับความสามารถในการบรรจุของแต่ละคนครับ
นอกจากโรงแรม Natulux แล้ว อีกโรงแรมหนึ่งที่ผมชอบไปพักคือโรงแรม Orika หรือชื่อเต็มๆ คือ Furano Resort Orika ซึ่งเป็นหนึ่งในโรงแรมที่ดีที่สุดของเมือง ค่าห้องแพงพอประมาณตกคืนละ 6 หมื่นเยนขึ้นไป แล้วแต่ช่วงเวลาและระดับของห้อง เห็นราคาขนาดนี้ขอโทษนะครับเต็มตลอด ยิ่งถ้าเป็นหน้าร้อนนี่แทบจะหาห้องว่างไม่ได้เลย เพราะความต้องการสูง แต่มีห้องจำกัดเพียงแค่ไม่กี่สิบห้อง และเปิดให้บริการแค่ครึ่งปี คือช่วงที่ไม่มีหิมะเท่านั้น ที่สำคัญโรงแรมนี้ตั้งอยู่ในเมืองนาคะฟุราโนะ เมืองเดียวกันกับฟาร์มโทมิตะที่นักท่องเที่ยวแห่กันไปชมทุ่งดอกลาเวนเดอร์และทุ่งดอกไม้ 7 สีกันนั่นแหละครับ จากโรงแรมวิ่งลงมาฟาร์มโทมิตะแค่ 5 นาทีเท่านั้น โลเกชั่นของโรงแรมก็เยี่ยมเพราะตั้งอยู่บนเนิน ทุกห้องมองลงมาเห็นวิวเมืองนาคะฟุราโนะหมด ใครคิดจะไปพักต้องจองล่วงหน้านานๆ ถ้าไม่ได้นอนที่นี่ผมก็มักจะมาทานอาหารกลางวัน เพราะได้ทั้งความอร่อยและความสุขทางสายตา เพราะห้องอาหารของที่นี่ก็เป็นอีกจุดนึงที่ชมวิวได้อย่างชัดเจน เมนูก็มีให้เลือกเยอะตั้งแต่เมนูง่ายๆ อย่างแฮมเบอร์เกอร์ พาสตาสปาเกตตี ข้าวราดแกงกะหรี่ ไปจนถึงสเต็ก ราคาก็ถูกอย่างไม่น่าเชื่อ แต่ถ้านอนที่นี่ผมก็ต้องทานมื้อเย็นอย่างน้อย 1 มื้อ เพราะบรรยากาศยามค่ำนั้นสุดจะโรแมนติก มีบรรเลงเปียโนให้ฟังระหว่างทานด้วย เมนูอาหารค่ำก็มักจะเป็นคอร์สมีให้เลือกทั้งญี่ปุ่นและฝรั่ง แน่นอนว่าเมนูอาหารฝรั่งดูจะเข้ากับบรรยากาศมากกว่า อย่างเมนูฤดูร้อนก็จะเปิดด้วยออร์เดิร์ฟประกอบด้วยสลัดผลไม้กับผักสด แฮมม้วนสอดไส้กุ้งมังกรเสิร์ฟคู่กับครีมซอสแตงกวา รสชาติสดชื่นสมกับเป็นเมนูหน้าร้อน จานถัดมาแม้จะเป็นคอร์สอาหารฝรั่ง แต่ก็ยังมีซาชิมิมาให้ลิ้มลองก่อนที่จะเสิร์ฟอาหารจานแรก ขาปูทะราบะย่างมาคู่กับหอยโฮตาเตะตัวโตราดด้วยซอสไวน์ขาว อร่อยจนอยากจะสั่งซ้ำ แต่ก็กลัวจะไปกินพื้นที่ของอาหารจานหลักซึ่งเป็นเนื้อบิเอะอบราดด้วยซอสไวน์แดง เนื้อบิเอะนั้นนุ่มอร่อยไม่แพ้เนื้อแบรนด์ไหนๆ ได้ความละมุนของซอสมาช่วยเติมรสชาติให้สมบูรณ์ ปิดท้ายด้วยข้าวผัดปู และที่ขาดไม่ได้คือของหวานประจำฤดูร้อนยอดนิยม เมลอนหวานฉ่ำอีกหนึ่งซีกใหญ่ กินแล้วชุ่มฉ่ำไปถึงข้างใน ส่วนอาหารเช้าก็อุดมสมบูรณ์เช่นกัน
หน้าร้อนปีนี้ใครไปเที่ยวชมดอกไม้ที่ฟุราโนะแล้วอยากทานอาหารฝรั่งอร่อยๆ ในราคาไม่แพง ลองแวะเวียนไปที่โรงแรม Natulux และ Furano Resort Orika กันดู ใกล้ที่ไหนไปที่นั่น อร่อยไม่แพ้กันครับ







