
จงคุ้มครองแหล่งข่าวดังญาติมิตร...(ต้านคอร์รัปชั่น-4)
ก่อนปี 2001 ยังไม่มีหน่วยงานโดยตรงที่รับผิดชอบ สอดส่องส่งเสริมสร้างสรรค์และดูแล
ก่อนปี 2001 ยังไม่มีหน่วยงานโดยตรงที่รับผิดชอบ สอดส่องส่งเสริมสร้างสรรค์และดูแล ปัญหาการทุจริตในภาครัฐและเอกชนกับรัฐในเกาหลี จะมีก็แต่ฝ่ายตรวจสอบประจำหน่วยงานนั้นๆ ซึ่งก็ไม่ได้ผลอะไรเพราะโครงสร้างของการต่อต้านคอร์รัปชั่นไม่เข้มแข็งพอ จึงทำให้ทั้งภาครัฐและเอกชนมีช่องโหว่ทางการเงินเนื่องจากเอื้อประโยชน์กันให้ก่อหนี้ก้อนโต เกาหลีจึงต้องประสบปัญหาวิกฤตทางเศรษฐกิจในช่วงปี 1997 และต้องพึ่งพาการกู้ยืมเงินจาก IMF...
ด้วยเหตุนี้ คณะกรรมการต่อต้านคอร์รัปชั่น จึงได้ถือกำเนิดขึ้น และพัฒนาไปเป็น Korea Independent Commission Against Corruption (KICAC) ในช่วงปี 20022008 ...หลังจากนั้นจึงได้ยกระดับขึ้นเป็น “คณะกรรมาธิการสิทธิพลเมืองและการต่อต้านคอร์รัปชั่น” ( The AntiCorruption & Civil Rights CommissionACRC) ที่มีประสิทธิภาพกว่าเดิมทั้งทางโครงสร้าง อำนาจหน้าที่และระเบียบปฏิบัติ ซึ่งกลายเป็นพระเอกนักรบถือดาบและป้ายอาญาสิทธิ์เข้าต่อต้านขุนนางกังฉินรวมทั้งลิ่วล้อ และพ่อค้านายทุนผู้ทุจริตแผ่นดินตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา...
หน้าที่หลักของ ACRC ได้เขียนผ่านไปแล้ว 3 ด้านในฉบับก่อนๆ ยาวเป็นซีรีส์เหมือนละครตอนค่ำ มาถึงด้านที่ 4) คือ เมื่อมีผู้กล้า “เป่านกหวีด” (Whistleblowersผู้แจ้งเบาะแส แหล่งข่าว ผู้รายงานการทุจริต) ส่งสัญญาณให้รู้ว่าที่ใดมีการทุจริต ACRC จะต้องรีบรุดเข้าไปตรวจสอบและคุ้มครองผู้กล้าเป่านกหวีด ทั้งปกป้องมิให้ถูกคุกคามทำร้ายและให้รางวัล มิเช่นนั้นใครเล่าจะยอมเสี่ยงชีวิตของตนเองและครอบครัวเพื่อเปิดโปงความเลวร้ายเหล่านั้น หลักการที่ว่า “คนทำดีต้องได้ดีตอบแทน” มีดังนี้
การรับประกันอาชีพการงานACRC ต้องดำเนินการป้องกันมิให้ผู้เป่านกหวีดได้รับความเดือดร้อนจากการเลิกจ้างหรือการเลือกปฏิบัติในสภาพการทำงานอันเนื่องจากการรายงานการทุจริต รวมไปถึงการคืนสถานะและตำแหน่งเดิมของผู้ที่รายงานที่ถูกกลั่นแกล้งโยกย้าย หรือการโอนย้ายผู้ที่รายงานไปยังหน่วยงานอื่นหากร้องขอ
การรักษาความลับตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการต่อต้านการทุจริตของเกาหลี และระเบียบของ ACRC ได้ห้ามมิให้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เป่านกหวีดโดยปราศจากความยินยอมของพวกเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดความเสียหายและอันตรายที่เป็นผลมาจากการรายงานการทุจริต
ความปลอดภัยทางกายภาพACRC สามารถขอให้สำนักงานตำรวจทำการอารักขาผู้เป่านกหวีดรวมทั้งญาติสนิท เมื่อพิจารณาเห็นว่าไม่ปลอดภัย และสุ่มเสี่ยงต่อการถูกคุกคามอันเป็นผลมาจากการรายงานการทุจริตนั้น
รางวัลตอบแทนแด่ผู้เป่านกหวีดACRC มีรางวัลให้แก่ผู้ที่รายงานการคอร์รัปชั่น สูงสุดถึง “2 ล้านเหรียญสหรัฐ” ตามสัดส่วนของเงินงบประมาณแผ่นดินที่สามารถปกป้องได้โดยตรง ไม่ว่าจะเป็นด้านการลดความเสียหายหรือเพิ่มรายได้ให้แก่แผ่นดิน อีกทั้งยังสามารถเสนอชื่อของผู้รายงานด้านการปกป้องประโยชน์สาธารณะ เข้ารับรางวัลที่มีเกียรติต่างๆ ด้วย
ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความมั่นใจแก่ผู้ที่ต้องการปกป้องผลประโยชน์ของแผ่นดินและสาธารณชน เกาหลีได้ตรา “พระราชบัญญัติว่าด้วยการคุ้มครองผู้ปกป้องประโยชน์สาธารณะ” ซึ่งบังคับใช้มาตั้งแต่เดือน ก.ย. 2011 เพื่อคุ้มครองแหล่งข่าวผู้ที่รายงานการทุจริตทั้งในภาครัฐและเอกชนที่สร้างความเสียหายให้แก่ประโยชน์ของสาธารณชนอีกด้วย ดังนั้นความคุ้มครองได้รวมไปถึงแหล่งข่าวผู้รายงานความเสียหายใดๆ ที่เป็นอันตรายต่อมวลมหาประชาชนเกาหลี เช่น การกระทำที่เป็นผลร้ายต่อความปลอดภัยของสาธารณชนและสิ่งแวดล้อม อาทิ โรงงานผลิตอาหารออกจำหน่ายที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ การปลดปล่อยน้ำเสีย ควันพิษ เป็นต้น...
ด้วยเหตุนี้ ชาวเกาหลีทั้งแผ่นดินจึงกล้าที่จะพูดและร้องเรียนความผิดของหน่วยงานรัฐและผู้มีอิทธิพล รวมถึงบริษัทใหญ่ที่สามารถใช้อำนาจเงินปกปิดความผิดของตนเอง... จึงนำเกาหลีไปสู่สังคมที่โปร่งใส และเป็นธรรม...







