
บัลแกเรียสยบวิกฤตถอนเงิน
ธนาคารกลางบัลแกเรียประกาศเมื่อวันที่ 1 ก.ค. ว่า สามารถควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
ธนาคารกลางบัลแกเรียประกาศเมื่อวันที่ 1 ก.ค. ว่า สามารถควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว หลังจากที่เกิดความปั่นป่วนประชาชนแห่ถอนเงินจากธนาคารพาณิชย์รายใหญ่หลายแห่ง ภายหลังจากที่กลุ่มคนไม่ประสงค์ดีได้เปิดฉากโจมตีปล่อยข่าวลือให้ประชาชนถอนเงินออกจากธนาคารอย่างต่อเนื่อง
ธนาคารกลางบัลแกเรียได้รับอนุญาตจากสหภาพยุโรปให้ภาครัฐให้ความช่วยเหลือธนาคารพาณิชย์หลายแห่งแล้ว หลังคณะกรรมาธิการยุโรปได้อนุมัติเงินกู้ฉุกเฉินเครดิตไลน์มูลค่า 3,300 ล้านเลฟ (ราว 7.4 หมื่นล้านบาท) ให้บัลแกเรีย หลังจากตำรวจบัลแกเรียได้เข้าจับกุมกลุ่มผู้ต้องสงสัย 7 คนที่ปล่อยข่าวลือจนเกิดกระแสแห่ถอนเงินจากธนาคารพาณิชย์หลายแห่งในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ธนาคารที่ตกเป็นเหยื่อล่าสุดนั้นคือ ธนาคารเฟิร์ส อินเวสต์เมนต์ แบงก์ (เอฟไอแบงก์) ซึ่งเป็นธนาคารรายใหญ่อันดับ 3 ของประเทศ โดยมีผู้ฝากแห่ถอนเงินในวันเดียวเมื่อวันที่ 27 มิ.ย.ที่ผ่านมาถึง 800 ล้านเลฟ (ราว 1.8 หมื่นล้านบาท) ซึ่งก่อนหน้านั้น ธนาคารคอร์เปอร์เรต คอมเมอร์เชียล แบงก์ (ซีเอ็มแบงก์) ธนาคารรายใหญ่อันดับ 4 ก็ถูกภาครัฐเข้าควบคุมแล้ว หลังจากที่มีผู้แห่ถอนเงินอย่างบ้าคลั่งเช่นกัน
ธนาคารกลางบัลแกเรียแถลงว่า แรงกดดันที่เกิดจากการโจมตีของกลุ่มอาชญากรรมนั้นสามารถแก้ไขได้แล้ว และขณะที่ธนาคารพาณิชย์ต่างๆ ของบัลแกเรียสามารถดำเนินการต่อไปได้อย่างปกติ
นอกจากนั้น ธนาคารกลางบัลแกเรียยังจะใช้เงินจาก 2 แหล่ง ซึ่งเป็นธนาคารของรัฐ คือ ธนาคารบัลแกเรีย ดิวิลอปเมนต์แบงก์ และกองทุนรับประกันเงินฝากนำมาเพิ่มทุนธนาคารทั้งสองแห่งที่เกิดปัญหา ซึ่งสินทรัพย์ของผู้ถือบัญชีเงินฝากคิดเป็น 18.5% ของสินทรัพย์ทั้งหมดของธนาคารทั้งสองแห่ง
ทั้งนี้ ราคาหุ้นของธนาคารเอฟไอแบงก์ปรับขึ้นทันที 3.9% เมื่อวันที่ 1 ก.ค. ขณะที่ดัชนีโซฟิกซ์ของบัลแกเรียก็ปรับขึ้น 0.4% เช่นกัน
บลูมเบิร์กรายงานความเห็นของ โอติลเลียดีแฮนด์ รองประธานสำนักงานด้านข่าวกรองเทเนียว อินเทลลิเจนท์ ในกรุงลอนดอน เห็นว่ากรณีที่เกิดขึ้นกับธนาคารของบัลแกเรียนั้น เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งทั่วไปที่จะมีขึ้นในวันที่ 5 ต.ค.นี้ เพื่อให้สอดคล้องผลประโยชน์ธุรกิจและการเมืองในบัลแกเรียที่ทำให้เกิดการปล่อยข่าวลือดังกล่าวขึ้น
ด้านสำนักงานด้านความมั่นคงแห่งรัฐ เปิดเผยว่า คณะอัยการของบัลแกเรียได้สอบสวนชาย 2 ใน 7 คน ที่มีส่วนปล่อยข่าวลือจนกระทบต่อธนาคารพาณิชย์ ขณะที่ทางธนาคารกลางได้เสนอร่างกฎหมายให้กับรัฐสภาให้กำหนดโทษจำคุกกับกลุ่มคนเหล่านี้ด้วย
ทั้งนี้ บัลแกเรียมีประชากร 7.5 ล้านคน ถือเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปที่มีสถานะยากจนที่สุดในแง่ของผลผลิตต่อหัวประชากร โดยเข้าร่วมเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) เมื่อปี 2007 พร้อมกับโรมาเรีย และถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากอียู มีปัญหาใหญ่คือการคอร์รัปชั่นในวงเจ้าหน้าที่ระดับสูงของภาครัฐ
ขณะที่ตามรายงานของธนาคารโลกนั้น ระดับหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ในบัลแกเรียนั้น อยู่ที่ 16.6% ของหนี้ในระบบธนาคารทั้งหมด







