
โพลชี้คนไทยเห็นด้วยให้คสช.บริหารประเทศ
โพลระบุคนไทยส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการที่ "คสช." ขึ้นมาบริหารประเทศ พร้อมย้ำชัดพอใจผลงานจัดระเบียบประเทศหลังผ่านมา 1 เดือน
โพลระบุคนไทยส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการที่ "คสช." ขึ้นมาบริหารประเทศ พร้อมย้ำชัดพอใจผลงานจัดระเบียบประเทศหลังผ่านมา 1 เดือน
บริษัทเอ็นไวโรเซล (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจวิจัยและที่ปรึกษามากว่า 28 ปี โดยมีสำนักงานใหญ่ที่ นิวยอร์ก ได้จัดทำประชาพิจารณ์เรื่อง ความคิดเห็นของประชาชนต่อการบริหารประเทศโดยคณะ คสช. โดยการสุ่มตัวอย่างประชากรทั้งชายและหญิงที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 1,000 คน จากทุกภาคของประเทศไทย โดยกระจายสุ่มตัวอย่างตามสัดส่วนประชากรทุกภาค ด้วยวิธีสัมภาษณ์แบบตัวต่อตัว
จากผลการสำรวจพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ถึง 76% เห็นด้วยที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ขึ้นมาบริหารประเทศ โดยให้เหตุผลว่า เพราะทำให้ประเทศชาติบ้านเมืองมีความสงบสุขปรองดองกันมากขึ้น และยังเป็นการจัดระเบียบประเทศในด้านต่างๆ ให้ดีขึ้นด้วย ที่สำคัญเป็นเรื่องที่ทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้านต่างก็ไม่สามารถทำได้ ส่วนผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับการขึ้นมาบริหารประเทศของ คสช. อีก 24% ระบุถึงสาเหตุหลักๆ ว่า เนื่องจากไม่เป็นประชาธิปไตย จำกัดสิทธิของประชาชน ตามมาด้วยเรื่องเศรษฐกิจแย่ลง นักลงทุนไม่เชื่อมั่นในประเทศ และค้าขายไม่ดี รวมถึงเรื่องความไม่สะดวกในการใช้ชีวิตประจำวันและเวลาด้วย อย่างไรก็ดี ผู้ตอบแบบสอบถามที่อาศัยอยู่ในภาคเหนือให้คะแนนในเรื่องนี้น้อยกว่าภาคอื่นๆ รองลงมาคือภาคอีสาน
ทั้งนี้ ทางเอ็นไวโรเซลยังสำรวจความพอใจในผลงานของคณะ คสช. ที่ผ่านมาด้วย ปรากฏว่า 79% ของผู้ตอบแบบสอบถามพอใจกับผลงานของ คสช. ใน 1 เดือนที่ผ่านมา ขณะที่ผู้ตอบแบบสอบถาม 21% ชี้ว่าไม่พอใจผลงานที่ผ่านมา โดยสิ่งที่อยากให้ทำอันดับแรกคือ การจัดระเบียบประเทศ
ด้านความกังวลที่มีต่อท่าทีของสหรัฐและยุโรปต่อประเทศไทย ผลสำรวจเผยว่า 55% ไม่กังวลต่อเรื่องดังกล่าว เพราะมั่นใจว่าคนไทยสามารถประคับประคองประเทศให้ผ่านพ้นวิกฤตต่างๆ ไปด้วยตนเองได้ และยังเชื่อด้วยว่า ประชาชนชาวไทยถ้าร่วมมือร่วมใจกัน ก็จะแก้ปัญหาต่างๆ เองได้ คิดว่าไม่จำเป็นต้องพึ่งพาต่างชาตอเสมอไป สวนทางกับผู้ตอบแบบสอบถามอีก 45% ที่แสดงความกังวลในประเด็นดังกล่าว โดยกังวลว่าท่าทีของสหรัฐและยุโรปอาจจะส่งผลกระทบหลายด้านต่อไทย เช่น เศรษฐกิจ การท่องเที่ยว การนำเข้า-ส่งออก พร้อมทั้งระบุอีกด้วยว่า กังวลว่านักลงทุนต่างชาติจะไม่มาลงทุนในไทยและอาจถูกตัดความช่วยเหลือเวลาประเทศชาติประสบปัญหาต่างๆ จึงควรสร้างการรับรู้ถึงแนวทางการรับมือและรณรงค์ไทยช่วยไทยเพื่อลดความตื่นตระหนกท่าทีของชาวต่างประเทศดังกล่าว
นอกจากนี้ ผลการสำรวจยังแสดงด้วยว่า 69% ไม่ต้องการให้อดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร หรือพวกพ้องกลับมาบริหารประเทศอีก ซึ่งเป็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้นจากเดิมที่ระดับ 63% เมื่อเทียบกับงานวิจัยของเอ็นไวโรเซลช่วงปลายปีที่ผ่านมา ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความนิยมที่เริ่มอ่อนลงในตัวของอดีตนายกรัฐมนตรีผู้นี้ ยกเว้นเพียงพื้นที่ภาคเหนือ







