
เมื่อ ‘แผ็กซอง’ ลั่นกลองซินมุนโก (ต้านคอร์รัปชั่นในเกาหลี2)
ในช่วงต้นสมัยราชวงศ์โชซอน (ค.ศ. 13921897) เมื่อ “แผ็กซอง”
โดย...เพียงออ วิไลย [email protected]
ในช่วงต้นสมัยราชวงศ์โชซอน (ค.ศ. 13921897) เมื่อ “แผ็กซอง” (ประชาชนชั้นธรรมดา ในสมัยนั้นได้แก่ คนที่ไม่ใช่ขุนนาง เช่น พ่อค้า ชาวนา ทาส) มีความทุกข์ร้อนเกิดขึ้นจากการถูกกดขี่รีดไถจากขุนนางจะไม่มีหนทางใดที่จะร้องเรียนให้ฟ้ารับรู้ได้ ดังนั้น “พระเจ้าแทจง” กษัตริย์ลำดับที่ 3 แห่งโชซอนจึงได้มีพระราชโองการให้ตั้ง “กลองซินมุนโก” ไว้ที่หน้าพระราชวัง เมื่อใดที่เสียงตีกลองดังขึ้น พระองค์ก็จะรับรู้ได้ว่าประชาชนมีความทุกข์ที่จะกราบทูล... ปัจจุบันชาวเกาหลีทุกชนชั้นสามารถร้องเรียนความอยุติธรรมทั้งเรื่องเล็กและเรื่องใหญ่ที่ “คณะกรรมาธิการสิทธิพลเมืองและการต่อต้านคอร์รัปชั่น” (The AntiCorruption & Civil Rights CommissionACRC) โดยบรรจงตีคีย์บอร์ดผ่านเว็บไซต์ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์บ้าน
ACRC เป็นองค์กรอิสระที่มีบทบาทสำคัญที่สุดของรัฐบาล เป็นกลไกในการทำให้เกาหลีสามารถยกระดับความสะอาดโปร่งใสในวงราชการ ที่ทำให้นานาชาติต้องมองด้วยความชื่นชม ...ACRC มีพันธกิจในการปกป้องสิทธิของประชาชนเกาหลีและต่อต้านคอร์รัปชั่น โดยมีโครงสร้างการทำงานหลักอยู่ 4 ด้าน เริ่มต้นจากการประสานในระดับนโยบาย ด้านที่ 1) การสนับสนุนนโยบาย ตั้งแต่การร่างนโยบายต่อต้านคอร์รัปชั่นแห่งชาติ เพื่อใช้ในทุกภาคส่วนของรัฐในการป้องกันการทุจริตทั้งระยะสั้นและระยะยาว ตรวจประเมินเพื่อวัดค่าความซื่อสัตย์โปร่งใสของทุกส่วนราชการ โดยการทำแบบสอบถามจากประชาชนที่ได้มาติดต่องานกับส่วนราชการโดยตรง และประเมินค่าความริเริ่มสร้างสรรค์ที่หน่วยงานของรัฐได้ดำเนินโครงการเพื่อการรณรงค์ต่อต้านการทุจริต และสนับสนุนให้กำลังใจแก่คนของรัฐให้มีจิตอาสาในการต่อต้านคอร์รัปชั่น ให้คำแนะนำแก่หน่วยงานของรัฐในการแก้ไขข้อกฎหมายที่กำกวมและมีช่องโหว่ ที่สุ่มเสี่ยงให้เกิดการคอร์รัปชั่น พร้อมทั้งตรวจติดตามการแก้ไขนั้น ตรวจประเมิน ค่าผลกระทบจากการคอร์รัปชั่น โดยใช้ระบบการวิเคราะห์ที่ออกแบบให้สามารถบ่งชี้จุดที่จะเกิดการคอร์รัปชั่นและแก้ไขช่องโหว่ทางกฎหมายที่เป็นปัจจัยที่จะทำให้เกิดการคอร์รัปชั่นในอนาคต
ต่อมาเป็นการสร้างจิตสำนึก คือ 2) ด้านการสร้างจิตสำนึกให้มีส่วนร่วมในการต่อต้านคอร์รัปชั่น เริ่มตั้งแต่การยกระดับความตื่นตัวในการต่อต้านคอร์รัปชั่นให้แก่ประชาชน เพื่อให้ทุกคนมีกำลังใจในการต่อสู้กับคอร์รัปชั่นและอบรมให้ความรู้แก่ประชาชน บุคลากรของรัฐและนักเรียน สนับสนุนการทำงานของ “คณะกรรมการนโยบายเพื่อสังคมที่โปร่งใส” ในการสร้างความร่วมมือระหว่างรัฐและเอกชน โดยการจัดตั้ง “ศูนย์ต่อต้านคอร์รัปชั่นในท้องถิ่น” เพื่อทำกิจกรรมต่อต้านการคอร์รัปชั่นในท้องถิ่น เช่น การเฝ้าระวัง การอบรม การสร้างแคมเปญประชาสัมพันธ์ ให้แก่ข้าราชการส่วนท้องถิ่นและประชาชนในท้องที่ รวมทั้งให้คำแนะนำแต่บริษัทต่างๆ ในการสร้างนโยบายการบริหารในองค์กรธุรกิจอย่างโปร่งใส และสร้างมาตรฐานการทำงานอย่างมีจรรยาบรรณ เข้าร่วมมือกับองค์กรนานาชาติเพื่อการต่อต้านคอร์รัปชั่น และให้ความช่วยเหลือแก่ประเทศอื่นๆ ในการยกระดับความโปร่งใสในวงราชการ
ด้านต่อไปเป็นการลงมือลงไม้ค่ะ คือ 3) ด้านการเฝ้าระวังและตรวจจับการคอร์รัปชั่น เริ่มต้นจากการรับข้อร้องเรียนจากประชาชน ทุกคนสามารถร้องเรียนถึง ACRC ได้ ผ่านเว็บไซต์ www.acrc.go.kr ไม่ว่าจะการ “ถูกบีบ” ให้ประโยชน์แก่บุคลากรของรัฐด้วยสิ่งหนึ่งสิ่งใด หรือการ “ได้รับการส่งสัญญาณหรือคำแนะนำมา” ว่าควรให้อะไรแก่ใคร หรือแม้แต่ “ถูกบีบให้กระทำการละเมิด” ต่อ “กฎหมายต่อต้านคอร์รัปชั่น” ...หลังจากได้รับข้อร้องเรียนแล้ว ACRC จะทำการตรวจสอบเบื้องต้นและส่งเรื่องให้ “หน่วยงานตรวจสอบข้อเท็จจริง” ของแต่ละส่วนราชการ เมื่อ “หน่วยงานตรวจสอบข้อเท็จจริง” ตรวจสอบเสร็จแล้วส่งผลการตรวจสอบกลับมาที่ ACRC และ ACRC จะให้คำตอบแต่ผู้ร้องเรียน...
ขอบเขตอำนาจของ ACRC มีมากจนผู้ร้องเรียนน่าจะไว้วางใจได้เลยค่ะ เช่น ในกรณีที่พบว่ามีการทุจริตจริง ACRC สามารถดำเนินการฟ้องร้องถึงข้าราชการระดับสูงได้ ...หากผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจาก “หน่วยงานตรวจสอบข้อเท็จจริง” ดูไม่น่าเชื่อถือหรือไม่ตรงไปตรงมา ACRC สามารถร้องขอให้ทำการตรวจสอบใหม่ได้ และหากการฟ้องร้องข้าราชการระดับสูงถูกเพิกถอนออกไปอย่างเงียบเชียบ ACRC สามารถนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของศาลอุทธรณ์ได้ นอกจากนี้ตั้งแต่ปี 2003 เป็นต้นมา ACRC ยังประกาศใช้ “มาตรฐานทางจริยธรรมของข้าราชการ” เพื่อเป็นแนวทางในการทำงานของบุคลากรของรัฐทั่วประเทศ โดยให้แต่ละหน่วยงานได้นำไปเขียนมาตรฐานจริยธรรมของตนเอง ซึ่ง ACRC เข้าตรวจติดตามการละเมิดมาตรฐานจริยธรรมนี้เป็นระยะ... (อ่านต่อฉบับหน้า)







