
รุมถล่มซีเอ็นเอ็น ไร้จริยธรรมรายงานข่าววิกฤตไทย
รุมถล่มซีเอ็นเอ็น เสนอข่าวบิดเบือน ไม่รอบด้าน เล็งทำหนังสือถึงซีเอ็นเอ็น ฟ้อง
“แดน ริเวอร์ส” รายงานไม่รอบด้านคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้จัดโครงการระดมความเห็นเรื่องการนำเสนอข่าวของสื่อต่างประเทศ โดยมีผู้เข้าร่วมหารือ อาทิ นางพรจิต สมบัติพานิช คณบดีคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นายนิพนธ์ นาคสมภพ นายกสมาคมโทรทัศน์ดาวเทียมแห่งประเทศไทย นายปารเมศร์รัชไชยบุญ จากสมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย สภาการหนังสือพิมพ์ สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย และสมาคมผู้ประกอบการเคเบิลทีวี
ที่ประชุมได้มีการวิพากษ์วิจารณ์การนำเสนอข่าวของสถานีโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็น (CNN) ด้วยการเปิดคลิปการนำเสนอข่าวของซีเอ็นเอ็น และเปรียบเทียบกับสำนักข่าวต่างประเทศอื่นไม่ว่าจะเป็นสถานีโทรทัศน์อัลจาซีราห์ หรือฟรานซ์ 24 ที่เสนอข่าวได้อย่างรอบด้านกว่า
คลิปดังกล่าวชี้ให้เห็นว่าการเสนอข่าวของซีเอ็นเอ็นเสนอข่าวเกี่ยวกับวิกฤตการณ์การเมืองไทยอย่างไม่รอบด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำเสนอข่าวของนายแดน ริเวอร์ส ผู้สื่อข่าวซีเอ็นเอ็นประจำประเทศไทย ที่เสนอข่าวแต่ในมุมของผู้ชุมนุมแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ฝ่ายเดียวว่าถูกทหารใช้ความรุนแรง ทั้งๆ ที่สำนักข่าวต่างประเทศอื่นๆ ได้รายงานตรงกันว่ากลุ่มผู้ชุมนุมมีอาวุธและยิงมาที่ฝ่ายทหารหลายครั้ง โดยเฉพาะเรื่องชายชุดดำที่แฝงอยู่กับผู้ชุมนุม
อย่างไรก็ตาม ซีเอ็นเอ็นเลือกที่จะไม่เสนอข่าวในด้านดังกล่าว จนมีความรู้สึกคล้ายกับจะมีเจตนาบิดเบือนข้อเท็จจริงอย่างชัดเจนจนกลายเป็นกระบอกเสียงที่ใหญ่ที่สุดของกลุ่มคนเสื้อแดง
ทั้งนี้ การเสนอคลิปข่าวดังกล่าวได้มีภาพนายแดนรายงานข่าวในลักษณะของการสร้างเรื่องขึ้นเอง (Make Up Story) จากกรณีที่นายแดนได้รายงานข่าวจากอพาร์ตเมนต์ของตัวเอง โดยที่ไม่ได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบสถานการณ์แต่อย่างใด
ที่ประชุมได้มีการหารือกันอย่างกว้างขวาง โดยเห็นว่าซีเอ็นเอ็นไร้จริยธรรมในการรายงานข่าวเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองไทย และไม่มีความเป็นมืออาชีพ นำเสนอไม่รอบด้าน โดยเฉพาะตัวผู้รายงานข่าวอย่างนายแดน ริเวอร์ส ที่นำเสนอความจริงด้านเดียว โดยให้น้ำหนักกับฝ่ายคนเสื้อแดงมากกว่า โดยมีการนำเสนอข่าวทางฝั่งรัฐบาลน้อยมาก
นอกจากนั้น การนำเสนอข่าวของซีเอ็นเอ็นยังมีอคติเรื่องประชาธิปไตยในประเทศที่สาม ที่มักจะเห็นว่ารัฐบาลที่มีทหารสนับสนุนมักจะเป็นเผด็จการ จนกลายเป็นการนำเสนอภาพที่ทหารใช้ความรุนแรงเท่านั้น จนมีการตั้งข้อสังเกตการทำงานของนายแดนว่ามีอิสระในการรายงานข่าวอย่างแท้จริงหรือไม่ เพราะการนำเสนอข่าวของซีเอ็นเอ็นที่ผ่านมาทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศไทยดูย่ำแย่อย่างที่สุดในโลกตะวันตก
ในตอนท้าย ที่ประชุมมีมติว่าจะตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษากรณีการรายงานข่าวของสื่อต่างประเทศที่เสนอข่าวเพียงด้านเดียว พร้อมกับจะจัดสัมมนาผู้สื่อข่าวต่างประเทศที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศ เรื่องการเสนอข่าวเกี่ยวกับการเมืองไทย
ที่ประชุมยังจะทำหนังสือถึงสำนักข่าวซีเอ็นเอ็น เพื่อรายงานให้ทราบถึงการทำงานของนายแดน ริเวอร์ส ที่นำเสนอข่าวอย่างขาดความน่าเชื่อถือ ทั้งที่อยู่ในเมืองไทยมาหลายปี
นายสมเถา สุจริตกุล คอลัมนิสต์อิสระ กล่าวว่า การทำงานของซีเอ็นเอ็นเหมือนเป็นการทำงานเพื่อเติมเต็มจินตนาการของชาติตะวันตกที่จะออกมาในลักษณะว่าประชาชนต่อต้านเผด็จการทหาร และมักมีจินตภาพว่าทหารต้องฆ่าประชาชน โดยไม่หาความจริงว่าการเมืองไทยมีความซับซ้อนอย่างไร การทำงานของนายแดนเหมือนคนขี้เกียจทำการบ้าน โดยคนไทยที่มีความรู้ภาษาอังกฤษต้องช่วยกันนำเสนอความจริงผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ต่างๆ เพื่อนำเสนอความจริงอีกด้านให้นานาชาติได้รู้เกี่ยวกับสถานการณ์จริงในประเทศไทย โดยต้องตอบโต้อย่างทันท่วงที
นายกมล สุโกศล แคลปป์ ศิลปิน ให้ความเห็นว่า โดยส่วนตัวได้ทำหนังสือร้องเรียนไปยังซีเอ็นเอ็นแล้วว่าเสนอข่าวไม่รอบด้านและบิดเบือน โดยเฉพาะเรื่องความรุนแรงในการปฏิบัติการกระชับวงล้อมต่อผู้ชุมนุมของทหาร ซึ่งในฐานะที่ตนเองมีบ้านอยู่ซอยงามดูพลี ได้สังเกตการณ์อย่างใกล้ชิด และอยู่ใกล้ๆ กับสถานที่ที่นายแดนใช้ยืนรายงานข่าวด้วย โดยเฉพาะบริเวณสะพานไทยเบลเยียม แต่เมื่อกลับไปดูข่าวพบว่านายแดนไม่ได้เสนอความจริงทั้งหมด
“
วันที่ 14 พ.ค. ผมยืนอยู่แถวบ่อนไก่ สะพานไทยเบลเยียมอยู่เกือบ 2 ชั่วโมง ยืนยันได้ว่าทหารไม่ได้ใช้กระสุนเลยแม้แต่นัดเดียว มีแต่ทางฝั่งผู้ประท้วงที่ทั้งยิงและขว้างระเบิดมาฝั่งทหาร แต่นายแดนกลับเสนอข่าวเรื่องพลแม่นปืนของทหารเท่านั้น ซึ่งผมไม่เห็นด้วยกับการนำเสนอความจริงแบบนี้” นายกมล กล่าวด้านนายปารเมศร์ จากสมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ซีเอ็นเอ็นได้เสนอข่าวในลักษณะดังกล่าวทำให้ประเทศไทยเสียหายมากในสายตาต่างชาติ และเห็นว่าทางกลุ่มผู้ประท้วงและผู้สนับสนุนมีการเตรียมตัวเป็นอย่างดี มีการทำป้ายต่างๆ เป็นภาษาอังกฤษอย่างเป็นระบบเพื่อสื่อสารกับต่างชาติโดยตรง โดยแสดงภาพว่าคนเสื้อแดงน่าสงสาร ผิดกับทางรัฐบาลที่ไม่มีการนำเสนอข่าวอย่างเป็นเอกภาพ ดังนั้นเห็นว่าประชาชนคนไทยต้องกดดันให้ซีเอ็นเอ็นเสนอความจริงมากกว่า และรัฐบาลต้องจ้างมืออาชีพขึ้นมาดูแลเรื่องภาพลักษณ์ในจุดนี้ เนื่องจากกลไกการชี้แจงของทางราชการถือว่าไม่เพียงพอ
นางพรจิต คณบดีคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า สิ่งที่คนไทยต้องทำตอนนี้คือการบอกกับคนไทยและคนต่างชาติว่า การเสนอข่าวของนายแดน ริเวอร์ส และซีเอ็นเอ็น ไม่มีความน่าเชื่อถือ และต้องทำให้รู้ว่าซีเอ็นเอ็นมีการเสนอข่าวเกี่ยวกับเรื่องไทยที่ผิดพลาดอย่างไรบ้างในช่วงที่ผ่านมา







