
สื่อนอกประโคมข่าวไทยประกาศใช้กฎอัยการศึก
สื่อนอกหลายสำนักเสนอข่าวกองทัพไทยประกาศกฎอัยการศึกรุ่งเช้าวันนี้ เพื่อรักษาความปลอดภัย
สื่อนอกหลายสำนักเสนอข่าวกองทัพไทยประกาศกฎอัยการศึกรุ่งเช้าวันนี้ เพื่อรักษาความปลอดภัย
สำนักข่าวต่างประเทศหลายสำนัก ทั้งซีเอ็นเอ็น, รอยเตอร์, วอลล์สตรีท เจอร์นัล บลูมเบิร์ก, บีบีซี และเอเอฟพี รายงานข่าวความเคลื่อนไหวในไทยล่าสุด หลังพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบกไทย ลงประกาศบังคับใช้กฏอัยการศึกทั่วราชอาณาจักร เมื่อเวลาประมาณ 3.00 น. ที่ผ่านมา โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันนี้ เพื่อรักษากฏกมาย และสร้างความสงบสุขให้เกิดขึ้น
ทั้งนี้ ซีเอ็นเอ็นนำเสนอรายงานว่า ความตึงเครียดทางการเมืองไทยมีแนวโน้มที่จะรุนแรงมากขึ้น เนื่องจากกลุ่มผู้ชุมนุมทั้งฝ่ายต่อต้านและสนับสนุนรัฐบาลจะเพิ่มระดับการเคลื่อนไหว จนอาจนำไปสู่การเกิดจลาจลได้ ทางกองทัพจึงต้องใช้กำลังทหารเข้ามาควบคุมสถานการณ์ เพื่อความสงบสุข ทั้งนี้ ซีเอ็นเอ็นยังรายงานเพิ่มเติม โดยอ้างคำพูดของ พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ปลัดกระทรวงกลาโหม ว่าเป็นการประกาศใช้กฎอัยการศึก ไม่ใช่รัฐประหาร ประชาชนสามารถดำเนินชีวิตและประกอบกิจการงานได้ตามปกติ
นอกจากนี้ ซีเอ็นเอ็นยังรายงานความคิดเห็นของ รองศาสตราจารย์ ดร. ฐิตินันท์ พงษ์สุทธิรักษ์ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในประเด็นดังกล่าวว่า สถานการณ์ทางการเมืองค่อนข้างผันผวนมาก ไม่สามารถคาดการณ์ได้ถือเป็นช่วงค่อนข้างวิกฤตจนทหารต้องยื่นมาเข้ามารักษาความสงบ เพราะถ้าทหารเข้าข้างใดข้างหนึ่ง อาจารย์หนุ่มจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเชื่อว่า ความรุนแรงน่าจะเพิ่มขึ้นมากกว่าที่สถานการณ์จะลดความความร้อนแรงลง
ส่วนรอยเตอร์รายงานว่า ทหารจำนวนมากกระจายกำลังเข้าควบคุมสถานีโทรทัศน์หลายแห่ง รวมทั้งบริเวณต่างๆ ในกรุงเทพฯ ด้วยเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย
ขณะที่สื่ออังกฤษอย่างบีบีซีรายงานว่าการประกาศกฏอัยการศึกขอทหารในไทย สร้างความประหลาดใจอย่างมาก อย่างไรก็ตามทหารกล่าวว่า จำเป็นต้องรับผิดชอบความปลอดภัยของชาติ พร้อมทั้งระบุด้วยว่า กฏอัยการศึกที่ประกาศใช้ไม่มีผลกระทบต่อการทำงานของรักษาการณ์รัฐบาล โดยยังทำงานได้ตามปกติ ทหารเพียงต้องการยับยั้งไม่ให้กลุ่มที่มีเจตนาจะใช้ความรุนแรงใช้อาวุธร้ายแรงทำร้ายผู้อื่นได้
ส่วนแชนแนลนิวส์เอเชีย ของสิงคโปร์ นอกจากรายงานข่าวการประกาศกฎอัยการศึกของไทย เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยแล้ว และยังรายงานเพิมเติมโดยอ้างคำพูดของ พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ในฐานะคณะกรรมการศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ทางรัฐบาลยังไม่ได้หารือเรื่องที่กองทัพประกาศใช้กฎอัยการศึก แต่เชื่อว่า ทุกอย่างน่าจะเป็นปกติ ทางทหารเข้ามารักษาความปลอดภัยของชาติเท่านั้น
ล่าสุด สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานคำพูดของ จตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือแกนนำกลุ่มเสื้อแดงที่สนับสนุนรัฐบาล ได้แสดงความคิดเห็นหลังกองทัพประกาศกฏอัยการศึก ซึ่งมีคำสั่งให้กลุ่มผู้ชุมนุมทุกฝ่าย ชุมนุมอยู่ในพื้นที่ที่กำหนด ว่า ทหารล้อมกลุ่มผู้ชุมนุมไว้ทุกทางแล้ว แต่ยังยืนยันว่าจะปักหลักชุมนุมต่อไปจนกว่าประเทศไทยเดินหน้าตามประบวนการประชาธิปไตย แม้ทางกองทัพจะพยายามเจรจาให้ยุติการชุมนุมก็ตาม
ขณะที่ บลูมเบิร์กสื่อยักษ์ใหญ่ด้านเศรษฐกิจรายงานผลกระทบทางเศรษฐกิจและการเงินของไทยหลังกองทัพประกาศกฎอัยการศึกว่า ค่าเงินบาทลดลงราว 0.6% ไปอยู่ที่ 32.639 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นการปรับตัวอ่อนลงมากที่สุดนับตั้้งแต่วันที่ 20 มี.ค. ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ บลูมเบิร์กยังอ้างความคิดเห็นของ ประภาส ตันพิบูลย์ศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน อยุธยา จำกัด ว่า นักลงทุนต่างชาติน่าจะกังวลต่อการประกาศกฎอัยการศึก เพราะแสดงให้เห็นว่า สถานการณ์ทางการเมืองของไทยยากในการรับมือ แต่คาดว่า การแทรกแซงของทหารอาจจะทำให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกลับมายังโต๊ะเจรจาอีกครั้ง ด้านประชาชนชาวไทยก็หวังว่า สิ่งนี้อาจจะแก้ไขวิกฤตการเมืองที่ชะงักงันในปัจจุบันได้







