
มูดีส์เชื่อความเสียหายยังคงอยู่ในวงกำจัด
นักวิเคราะห์มูดีส์มั่นใจแม้จะเป็นหายนะแต่ก็ไม่รุนแรงมากไปกว่านี้แล้ว
นักวิเคราะห์มูดีส์มั่นใจแม้จะเป็นหายนะแต่ก็ไม่รุนแรงมากไปกว่านี้แล้ว
หนังสือพิมพ์ไฟแนลเซียลไทม์สรายงานว่า มูดีส์ บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือชั้นนำของโลกออกแถลงการณ์ว่า ผลกระทบของสถานการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองในประเทศไทยต่อราคาพันธบัตร ซึ่งปกติแล้วจะเป็นเครื่องวัดระดับความเสียหายของสถานการณ์ต่างๆ ภายในประเทศนั้นยังคงเป็นอยู่ในวงกำจัด
“ขณะที่บริษัทและองค์กรต่างๆ ภายในประเทศจำนวนมากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบ แต่สิ่งเหล่านี้จะไม่เพิ่มสูงไปสู่ระดับที่รุนแรงและเป็นอันตรายต่อสถานการณ์ทางการเงิน” แถลงการณ์ของมูดีส์ระบุ
อย่างไรก็ตาม รายงานระบุว่ายังคงมีความกังวลต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นว่า การสิ้นสุดการประท้วงจะไม่ได้เป็นการนำไปสู่จุดสิ้นสุดของปัญหาทางการเมืองภายในประเทศ
“แกนนำกลุ่มผู้ประท้วงได้ยอมมอบตัว แต่ความวุ่นวายก็ยังคงปะทุขึ้นและแพร่กระจายออกไปในลายส่วนของประเทศ ดังนั้นย่อมส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการเงินของประเทศในระยะยาวได้” แถลงการณ์ของมูดีส์ระบุ
นอกจากนี้ ยังมีความคิดเห็นจากทาง มาร์ค โมเบียส ผู้จัดการกองทุนชื่อดังและประธานบริษัท เทมเพิลตัน แอสเส็ท แมเนจเมนท์ ให้สัมภาษณ์กับทางบลูมเบิร์ก เทเลวิชั่นว่า ข่าวที่ออกมาเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นค่อนข้างแสดงให้เห็นว่าเป็นศูนย์ของหายนะ
“แต่นักลงทุนยังมีความคิดเห็นที่แตกต่างออกไป และระบุว่าสถานการณ์ยังคงเป็นไปด้วยดี แม้ว่าจะมีปัญหาและความแตกแยก แต่ประเทศจะผ่านออกมาจากสถานการณ์นั้นได้ และการค้าการลงทุนจะดำเนินต่อไป” โมเบียสกล่าว
แต่ทว่าความคิดเห็นจากทาง วินเซนต์ โฮ ของฟิทช์ เรทติงส์ระบุว่า สถานการณ์ทางการเมืองที่แปรปวนในระยะยาวจะทำลายการลงทุนตรงจากนักลงทุนต่างชาติ อีกทั้งยังระบุว่า ระดับเครดิตทางการเงินต่างประเทศของไทยซึ่งอยู่ที่ BBB และเป็นระดับที่สองจากต่ำสุดนั้น สะท้อนให้เห็นถึงระดับความรุนแรงและความไม่แน่นอนทางการเมืองในไทยรวมถึงความน่าเชื่อถือทางการเครดิต
“ผมไม่ได้ประเมินต่ำไปสำหรับผลกระทบของสถานการณ์ปัจจุบันต่อการลงทุนตรงของต่างชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของทัศนคติและการเดินหน้าของนักลงทุนเหล่านั้น” โฮให้สัมภาษร์กลับทางบลูมเบิร์ก
โฮยังกล่าวเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานการณ์ของเงินบาทว่า ยังคงยากที่จะคาดเดา เพราะท่ามกลางสถานการ์เช่นนี้ ทุกสิ่งย่อมมีความเป็นได้และเกิดขึ้นได้เสมอ
ก่อนหน้านี้ เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ทางฟิตซ์ เรทติ้ง แถลงการณ์ระบุว่า อาจจะมีการทบทวนระดับตราสารหนี้ของไทย ถ้าสถานการณ์ทางการเมืองของไทยยังคงเลวร้ายมากยิ่งขึ้น
ด้าน สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวภูมิภาคเอเชียแปซิฟิต (พาต้า) เปิดเผยถึงสถานการณ์ทางการธุรกิจการท่องเที่ยวว่า จะเดินหน้าช่วยเหลือทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยในการฟื้นฟูการท่องเที่ยว
เกรก ดัฟเฟล ซีอีโอของพาต้าระบุว่า ย้ำว่าการเดินทางมายังประเทศไทยยังคงปลอดภัย พื้นที่ส่วนใหญ่ของกรุงเทพฯ ยังคงเดินและนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจยังคงสามารถเข้าถึงและใช้บริการโรงแรม ร้านค้า และสถานที่ท่องเที่ยวที่เปิดต้อนรับสำหรับธุรกิจต่างๆ ได้ รีสอร์ทชื่อดังในภูเก็ต เกาะสมุย กระบี่ และพัทยา ยังคงไม่ได้รับผลกระทบจากการประท้วง เพียงแต่นักท่องเที่ยวและนักธุรกิจจำเป็นต้องหลีกเลี่ยงโวนอันตราย และปฎิลัติตามคำแนะนำของทางสถานทูต







