
คาดอีซีบีลุยกระตุ้นศก.โตต่ำหนีเงินฝืด
กูรูชี้อีซีบีไร้ทางเลือกอัดฉีดเพิ่ม หลัง ศก.ภูมิภาคโตต่ำกว่าคาด ไม่พ้นเงาเงินฝืด
กูรูชี้อีซีบีไร้ทางเลือกอัดฉีดเพิ่ม หลัง ศก.ภูมิภาคโตต่ำกว่าคาด ไม่พ้นเงาเงินฝืด
รอยเตอร์สเปิดเผยรายงานอ้างบรรดานักวิเคราะห์หลายสำนัก ต่างตอกย้ำถึงความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) เตรียมออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม ซึ่งรวมถึงการตัดลดอัตราดอกเบี้ยลงอีก ในการประชุมที่จะมีขึ้นในเดือน มิ.ย. หลังการขยายตัวทางเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศที่ใช้สกุลเงินยูโรในไตรมาสแรกของปีนี้ขยายตัวต่ำกว่าคาด กระทบต่อความพยายามแก้ปัญหาเงินฝืดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
สำนักงานสถิติแห่งสหภาพยุโรป (ยูโรสแตท) ระบุว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจกลุ่มยูโรโซน ขยายตัวเพียง 0.2% ซึ่งต่ำกว่านักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 0.4% พร้อมปรับลดตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจประจำไตรมาสสุดท้ายของปี 2013 ลงเหลือ 0.2% จาก 0.3% บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจในยุโรปยังคงอ่อนแอ โดยแม้ว่าเศรษฐกิจเยอรมนีที่มีขนาดใหญ่อันดับหนึ่งจะเติบโตได้ดีที่ 0.8% แต่เศรษฐกิจฝรั่งเศสกลับไม่ขยายตัวอยู่ที่ 0%
“นับเป็นตัวเลขที่น่าผิดหวังเพราะบ่งชี้ว่า เศรษฐกิจยูโรโซนยังคงห่างไกลจากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ และในไตรมาส 2 ก็คงไม่ต่างกัน ซึ่งจะถือเป็นการฟื้นตัวที่ยังคงอ่อนแอเกินกว่าหยุดยั้งภาวะเงินฝืดได้” ปีเตอร์ ฮูท นักวิเคราะห์ของไอเอ็มจี ระบุ
ความเคลื่อนไหวดังกล่าว เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสคาดการณ์ว่า อีซีบี เตรียมออกมาตรการกระตุ้นทางการเงินระลอกใหม่ หลังจาก มาริโอ ดรากี ผู้ว่าการอีซีบี ออกมาส่งสัญญาณเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า พร้อมดำเนินมาตรการผ่อนคลายนโยบายทางการเงินเพิ่มเติม เพื่อป้องกันไม่ให้อัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำมากเกินไป
ความเป็นไปได้ของมาตรการผ่อนคลายทางการเงินของอีซีบีครั้งใหม่ อาจหมายรวมถึงการตัดลดอัตราดอกเบี้ยทุกชนิด โดยเฉพาะอัตราดอกเบี้ยเงินฝากข้ามคืน ที่อาจถูกตัดลดลงจนสู่ระดับติดลบเป็นครั้งแรกจากปัจจุบันที่ 0% เพื่อกระตุ้นให้ธนาคารปล่อยสินเชื่อสู่ระบบเศรษฐกิจมากขึ้น ตลอดจนปรับลดอัตราดอกเบี้ยอัตราแลกเปลี่ยนและอัตราดอกเบี้ยนโยบายจากปัจจุบันที่ 0.25% ลง
นอกจากนี้ อีซีบี ยังมีแนวโน้มออกมาตรการกระตุ้นการปล่อยสินเชื่อแก่ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ผ่านมาตรการปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำระยะยาว (แอลทีอาร์โอ) แก่ธนาคารพาณิชย์ในประเทศยุโรป และการซื้อคืนตราสารหนี้ประเภทที่มีสินทรัพย์ค้ำประกัน (เอบีเอส) เพื่อกระตุ้นให้การปล่อยสินเชื่อแก่เอสเอ็มอีมีประสิทธิภาพมากขึ้นอีกด้วย







