
หวั่นยูเครนเข้าสู่ภาวะสงคราม
กลุ่มหนุนแต่ละฝ่ายปะทะเดือด ด้านรัฐบาลยูเครนกร้าวลุยสู้ต่อ
กลุ่มหนุนแต่ละฝ่ายปะทะเดือด ด้านรัฐบาลยูเครนกร้าวลุยสู้ต่อ
กลุ่มหนุนรัสเซีย ยูเครน ซัดกันนองเลือด ยอดดับทะลุ 40 ด้านรัฐบาลยูเครนลั่นสู้ไม่ถอย
อาร์เซน อวาคอฟ รัฐมนตรีรักษาการกระทรวงมหาดไทยของ ยูเครน เปิดเผยว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุความรุนแรงจากการเผาอาคารสหภาพการค้า และการปะทะกันระหว่างกลุ่มผู้ประท้วงที่สนับสนุนรัสเซีย และกลุ่มผู้สนับสนุนยูเครนที่ในโอเดสซา เมืองทางตอนใต้ของยูเครน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 42 คน และบาดเจ็บ 125 คน ความเคลื่อนไหวนี้นับว่าได้นำพายูเครนเข้าใกล้สู่ภาวะสงครามมากขึ้นทุกขณะ
หลังจากเกิดเหตุรุนแรงดังกล่าวในโอเดสซา ดีมิทรี เพสคอฟ โฆษกของประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ระบุว่า รัฐบาลกรุงเคียฟและบรรดาชาติตะวันตกทั้งหลายกำลังกระตุ้นให้เกิดการนองเลือด และต้องเป็นผู้รับชิดชอบโดยตรงกับเหตุในครั้งนี้ พร้อมกับแสดงความเสียใจกับญาติของผู้เสียชีวิต
ขณะเดียวกัน สำหรับความเคลื่อนไหวในภาคตะวันออกของ ยูเครน อวาคอฟ ระบุว่า การดำเนินการเพื่อกวาดล้างกลุ่มติดอาวุธที่สนับสนุนรัสเซียในภาคตะวันออกจะดำเนินต่อไปในภูมิภาคโดเนตส์ก โดยล่าสุดมีผู้เสียชีวิตแล้ว 5 คน บาดเจ็บ 12 คน ซึ่งความเคลื่อนไหวนี้มีขึ้นหลังจากวันที่ 2 พ.ค.ที่ผ่านมา ทางรัฐบาลยูเครนได้ส่งกองทัพเข้าโจมตีเมืองสลาฟยานส์ก ที่ได้ส่งผลให้ฝ่ายหนุนรัสเซียระบุว่า สมาชิกกลุ่มและพลเรือนเสียชีวิตรวม 5 คน ด้านของยูเครน ระบุว่า ทหารช่าง เสียชีวิต 2 นาย และลูกเรือบนเฮลิคอปเตอร์เสียชีวิตอีก 2 คน
ด้านประธานาธิบดีบารัก โอบามา แห่งสหรัฐ และนายกรัฐมนตรี อังเกลา แมร์เกิล แห่งเยอรมนี เตือนว่า จะออกมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจกับรัสเซียเพิ่มเติม หากรัสเซียยังทำให้เกิดความรุนแรงในภาคตะวันออก และเข้าขัดขวางการเลือกตั้งประธานาธิบดีของยูเครนที่จะมีขึ้นในวันที่ 25 พ.ค.นี้
อย่างไรก็ตาม โฆษกของประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย แถลงตอบโต้กลับว่า เป็นเรื่องที่ไร้สาระมากที่จะจัดการเลือกตั้งใน ยูเครน ท่ามกลางความรุนแรงที่เกิดขึ้นในตอนนี้ พร้อมระบุว่า รัสเซีย ไม่มีอิทธิพลต่อกลุ่มคนที่สนับสนุนรัสเซียทางภาคตะวันออกอีกต่อไปแล้ว เพราะว่าเป็นเรื่องที่เป็นไป ไม่ได้ที่จะทำให้กลุ่มคนเหล่านั้นวางอาวุธ เมื่อขณะนี้มีภัยคุกคามต่อชีวิตของกลุ่มคนเหล่านั้น







