posttoday
ฝ่าด่านปัญหาเศรษฐกิจญี่ปุ่น

ฝ่าด่านปัญหาเศรษฐกิจญี่ปุ่น

16 พฤษภาคม 2553

...วิกรม กรมดิษฐ์

ช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา สภาพอากาศในบ้านเราร้อนมาก จนผมเคยพูดเอาไว้ว่าหากไม่มีฝนตกลงมาอาจทำให้อุณหภูมิของประเทศไทยสูงถึง 4345 องศาเซลเซียสก็เป็นได้ โอกาสที่จะเกิดเหตุการณ์ภัยพิบัติจากคลื่นความร้อนจนทำให้คนเสียชีวิตได้เหมือนที่เคยเกิดขึ้นในอินเดียหรือบางประเทศในแถบยุโรปนั้นจึงมีความเป็นไปได้ทีเดียว แต่ถือเป็นโชคดีของประเทศไทยที่มีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องในหลายวันที่ผ่านมา ทำให้มีน้ำในแม่น้ำต่างๆ เริ่มมีน้ำใช้ จนทำให้สภาพภูมิอากาศเย็นลงบ้างในบางวัน แต่ก็มักมีคนร้อนจนเสียชีวิตไปแล้วสิบกว่าคน

จะว่าไปแล้ว หากมาพูดถึงจำนวนปริมาณน้ำฝนในประเทศนั้นถือว่ามีจำนวนมากมายมหาศาล เนื่องจากเราเป็นประเทศที่ตั้งอยู่ในเขตเส้นศูนย์สูตรและมีลมมรสุมพัดเข้ามาตลอดทั้งปี แต่ประเทศไทยกลับยังประสบปัญหาภัยแล้งอยู่ทุกปี เนื่องจากพื้นที่เก็บกักน้ำไม่ว่าจะเป็นแก้มลิงหรือแม้กระทั่งเขื่อนในบ้านเรานั้นมีจำนวนน้อยมาก เราสามารถเก็บน้ำฝนไว้ได้เพียงกว่า 10% เท่านั้น ที่เหลือก็ปล่อยให้ไหลลงสู่แม่น้ำและทะเลโดยไม่ได้มีการเก็บไว้ใช้ในหน้าแล้งเท่าที่ควร

ในอดีตการคัดค้านไม่ให้มีการสร้างเขื่อนจะมีให้เห็นอยู่เป็นประจำ เนื่องจากหากจะต้องสร้างเขื่อนขึ้นมานั้นจะต้องมีการตัดไม้ทำลายป่าเป็นบริเวณกว้าง เราจะต้องสูญเสียทรัพยากรธรรมชาติไปเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีพ่อค้าไม้หลายคนที่ใช้การสร้างเขื่อนมาบังหน้า เพราะจุดประสงค์หลักของคนเหล่านี้ คือการต้องการตัดไม้ตามธรรมชาติไปจำหน่าย ผมไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้

อย่างไรก็ตาม สภาพการณ์ในปัจจุบันได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง ป่าไม้ในประเทศเราแทบจะไม่เหลือแล้ว ที่รกร้างว่างเปล่ามากมายที่เป็นบริเวณที่สูงหรือหุบเขาจึงกระจายอยู่ทั่วประเทศ หากเราศึกษาพื้นที่ที่เหมาะสมแล้วทำการสร้างเขื่อนหรือแก้มลิง ประเทศไทยจะสามารถแก้ปัญหาภัยแล้งในหน้าแล้งได้ เพราะมีการกักเก็บน้ำไว้ในช่วงที่มีฝนตก และปล่อยออกมาจากเขื่อนเพื่อใช้ในหน้าแล้ง หรือแม้กระทั่งโครงการแก้มลิง ที่ช่วยชะลอการไหลของน้ำ เพื่อลดปัญหาน้ำท่วมอย่างเฉียบพลัน และในหน้าแล้ง เราก็ยังสามารถใช้น้ำจากพื้นที่แก้มลิงมาก่อให้เกิดประโยชน์ได้อีกด้วย เพราะอย่างที่เมืองกาญจน์ เมื่อมีการสร้างเขื่อนเสร็จ ผมไม่เคยได้ยินปัญหาเรื่องน้ำท่วมหรือภัยแล้งในบริเวณพื้นที่ดังกล่าวอีกเลย

ผมยกตัวอย่างข้างต้นเพียงเพราะอยากให้คนไทยเราเห็นว่าประเทศไทยของเรานั้นอุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติต่างๆ แต่เรากลับไม่สามารถนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการพัฒนาประเทศได้ แตกต่างเหลือเกินกับประเทศญี่ปุ่นที่มีสภาพภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นเกาะและเต็มไปด้วยภูเขาไฟที่พร้อมจะระเบิด รวมไปถึงยังเป็นประเทศที่มีแผ่นดินไหวเกิดขึ้นบ่อยที่สุดอีกประเทศหนึ่งของโลก ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นอุปสรรคในการพัฒนาประเทศ ปัจจุบันญี่ปุ่นกลับกลายมาเป็นมหาอำนาจของโลก จนอาจกล่าวได้ว่าคงมีไม่กี่ครัวเรือนในโลกนี้ที่ไม่มีสินค้าจากญี่ปุ่นอยู่ในบ้าน หรือแม้กระทั่งตามถนนสายหลักๆ บนโลกนี้ ผมเชื่อว่าย่อมจะมีรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ยี่ห้อญี่ปุ่นวิ่งอยู่อย่างน้อย 1 คันเป็นแน่

ผมมองว่าประเทศใดก็ตามที่มีเศรษฐกิจดี ประชาชนก็จะอยู่กันอย่างกินดีอยู่ดีและมีความสุข โอกาสที่จะมีปัญหาความขัดแย้งอย่างรุนแรงจะไม่เกิดขึ้นเป็นอันขาด เพราะคนอยู่อย่างสุขสบายแล้ว หากย้อนกลับไปมองในอดีต สงครามต่างๆ เกิดขึ้นล้วนแล้วแต่เป็นไปเพราะความยากลำบาก แต่ในปัจจุบันโลกของเราเอาเรื่องของปากท้องและเศรษฐกิจมาเป็นหลักสำคัญในการขับเคลื่อนไปข้างหน้า จึงก่อให้เกิดเขตการค้าเสรีต่างๆ ขึ้นมากมายเพื่อเป็นการช่วยอำนวยความสะดวกเกี่ยวกับเศรษฐกิจของโลก เพื่อให้ประชากรโลกได้กินดีอยู่ดีขึ้นกว่าแต่ก่อน

ผู้ที่มีสัดส่วนเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดของโลกนี้ก็จะกลายเป็นมหาอำนาจที่มีอิทธิพลมากที่สุดในโลกใบนี้ไปด้วย ต่างจากในช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่โลกของเรามองว่าใครก็ตามที่ยึดเอาประเทศอื่นได้มากที่สุดด้วยกำลังทางทหารจะถือเป็นประเทศที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ในยุคนี้การเข้าไปลงทุนทางเศรษฐกิจทั่วโลกแล้วสร้างความมั่งคั่งให้ประเทศตนเองและเป็นมหาอำนาจไปด้วย

ญี่ปุ่นเคยยึดเอาเกาหลีและไต้หวันมาอยู่ใต้อำนาจการปกครองของตนเอง หลังจากที่จีนได้แพ้สงครามกับญี่ปุ่น และนอกจากนั้นญี่ปุ่นยังเคยเข้ามายึดเอเชียทั้งทวีปด้วยกำลังทางทหารในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่สุดท้ายก็ต้องยุติสงครามนี้ลงเมื่อญี่ปุ่นแพ้ให้กับกลุ่มพันธมิตร

ปัจจุบันญี่ปุ่นมีผลิตภัณฑ์มวลรวม (GDP) ของญี่ปุ่นมีกว่า 5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ แต่หากรวมการลงทุนทั่วโลกของญี่ปุ่นเข้าไป ตัวผมเองคาดว่าน่าจะมีขนาดใหญ่กว่า GDP ของประเทศญี่ปุ่นในปัจจุบัน หากนำเอาตัวเลขสองตัวนี้รวมกัน GDP ที่แท้จริงของญี่ปุ่นก็จะมีค่ากว่า 10 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ มีขนาดใหญ่เช่นเดียวกับสหรัฐอเมริกา ที่เป็นเช่นนี้เพราะความแพร่หลายและได้รับความนิยมอย่างมากของสินค้าญี่ปุ่นที่คงมีไม่กี่ครัวเรือนในโลกนี้ที่ไม่มีสินค้าจากประเทศญี่ปุ่นอยู่ในบ้าน

ช่วงหลังจากที่ญี่ปุ่นแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 นั้น ญี่ปุ่นหมดตัวจนกลายเป็นประเทศล้มละลาย แต่ปัจจุบันญี่ปุ่นกลับฟื้นฟูเศรษฐกิจจนกลายเป็นมหาอำนาจของโลกภายในระยะเวลาเพียง 65 ปีเท่านั้น การที่ญี่ปุ่นขยายตัวทางด้านการลงทุนในต่างประเทศอย่างต่อเนื่องใน 40 ปีที่ผ่านมา ทำให้เงินกำไรที่เกิดขึ้นในต่างประเทศนั้นถูกนำไปขยายการลงทุนต่อเรื่อยๆ โดยไม่ค่อยได้ส่งกลับเข้ามาในประเทศ

ส่วนในประเทศญี่ปุ่นเองจึงมีการกู้เงินเพิ่ม เพื่อขยายการลงทุนภายในประเทศ แม้ญี่ปุ่นจะได้ดุลการค้ามาโดยตลอด และมีเงินทุนสำรองในประเทศกว่า 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ทำให้รัฐบาลต้องหาเงินมาพัฒนาระบบสาธารณูปโภคต่างๆ เพื่อให้สอดคล้องกับประเทศที่กำลังพัฒนา จนทำให้ญี่ปุ่นมีหนี้สาธารณะรวมกว่า 10 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อมาเป็นค่าใช้จ่ายในส่วนนี้

ปัจจุบันผลิตภัณฑ์มวลรวมของโลกมีมูลค่าประมาณ 55 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ตัวเลขนี้เป็นจำนวน GDP ที่คิดมาจากจำนวนกว่า 200 ประเทศทั่วโลก แต่ญี่ปุ่นประเทศเดียวกลับมีหนี้สาธารณะเกือบ 20% ของจำนวน GDP ของโลกนี้ทั้งใบ หากปัญหาที่เกิดขึ้นนี้เกิดขึ้นกับประเทศอื่นที่ไม่ใช่ญี่ปุ่น ประเทศนั้นคงล้มละลายไปแล้ว เหมือนอย่างตอนนี้ที่กรีซกำลังเผชิญปัญหาใหญ่ทางเศรษฐกิจ จนอาจจะเป็นสาเหตุทำให้สหภาพยุโรป (EU) ประสบปัญหาเศรษฐกิจครั้งใหญ่ก็เป็นได้ หลายๆ คนมองว่ากรีซสร้างปัญหาเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบไปทั่วโลก เหมือนกับในปี 2540 ที่ประเทศไทยเป็นสาเหตุให้เกิดปัญหาต้มยำกุ้ง จนทำให้ระบบเศรษฐกิจ การค้า การลงทุนของโลกได้รับผลกระทบ ซึ่งจะว่าไปแล้วยอดเงินที่ประเทศไทยกู้จาก IMF ในตอนนั้น เป็นตัวเลขเพียง 1/10 ของที่กรีซกำลังจะกู้ IMF และสหภาพยุโรปเท่านั้น

เศรษฐกิจโลกเพิ่งฟื้นตัวเมื่อปลายปี 2552 จากผลกระทบทางเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกา แต่ตอนนี้กลับต้องมาเจอปัญหาทางด้านเศรษฐกิจทางฝั่งยุโรปเข้าไปอีก ซ้ำร้ายญี่ปุ่นก็ยังส่อแววตั้งเค้ามาว่าจะมีปัญหา สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทยโดยตรง เพราะประเทศไทยต้องอาศัยการส่งออกเป็นหลักแถมญี่ปุ่นก็ยังเป็นอีกหนึ่งคู่ค้าที่สำคัญต่อประเทศไทย

โชคดีที่ปัญหาการเมืองในประเทศไทยของเราเริ่มคลี่คลายลงไป ถึงแม้จะยังไม่ยุติ แต่ก็ไม่ร้อนแรงเหมือนในช่วงวันที่ 10 เม.ย. วันนี้สิ่งที่น่าเป็นห่วงอย่างมากคือเศรษฐกิจโลก และเศรษฐกิจภายในของเรา ประเทศไทยมีหนี้เทียบกับญี่ปุ่นไม่ได้เลย แต่เราไม่มีการลงทุนในต่างประเทศมากเท่าญี่ปุ่น บริษัทในไทยที่ไปลงทุนในต่างประเทศที่ประสบผลสำเร็จอย่างสูง เช่น ซีพี และเครือซิเมนต์ไทย เพียงไม่กี่บริษัท หากไทยเรามีหนี้สาธารณะสูงและยังไปเสียเวลากับปัญหาภายในเพิ่มขึ้นอีกเรื่อยๆ เราคงเดินไปถึงจุดลำบากของอนาคตอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าญี่ปุ่นกำลังเผชิญกับปัญหาหนี้สินที่กู้มาเพื่อพัฒนาระบบสาธารณูปโภคจำนวนมหาศาล แต่ผมเชื่อว่าญี่ปุ่นจะผ่านวิกฤตนี้ไปได้ เพราะ GDP ที่ญี่ปุ่นนำไปแฝงไว้ในประเทศต่างๆ นั้นมีไม่น้อยกว่า GDP ในประเทศญี่ปุ่นเลย

เมื่อเรามองประวัติศาสตร์ของประเทศญี่ปุ่นที่เป็นส่วนสำคัญในการสะสมความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจและสังคม การสร้างชาตินั้นจะช่วยให้เราเห็นภาพในปัจจุบันได้ชัดเจนขึ้น ญี่ปุ่นเป็นประเทศหมู่เกาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออก ตั้งอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิก สันนิษฐานว่ามนุษย์มาอาศัยในญี่ปุ่นครั้งแรกตั้งแต่ยุคหินเก่า การกล่าวถึงญี่ปุ่นครั้งแรกปรากฏขึ้นในบันทึกของราชสำนักจีนตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 1 ญี่ปุ่นได้รับอิทธิพลจากจีนในหลายด้าน เช่น ภาษา การปกครองและวัฒนธรรม แต่ในขณะเดียวกันก็มีการปรับเปลี่ยนให้เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง จึงทำให้ญี่ปุ่นมีวัฒนธรรมที่โดดเด่นมาจนปัจจุบัน อีกหลายศตวรรษต่อมา ญี่ปุ่นก็รับเอาเทคโนโลยีตะวันตกและนำมาพัฒนาประเทศจนกลายเป็นประเทศที่ก้าวหน้าและมีอิทธิพลมากที่สุดในเอเชียตะวันออก หลังจากแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นก็มีการเปลี่ยนแปลงทางการปกครองโดยการใช้รัฐธรรมนูญใหม่ใน พ.ศ. 2490

มีครั้งหนึ่งประมาณ 700 ปีที่แล้ว เจงกิสข่านเข้ายึดประเทศจีน และถูกสืบทอดอำนาจโดยกุบไลข่านและได้ขยายอำนาจมาที่ญี่ปุ่น จนเกิดสงครามกันถึงสามครั้ง แต่โชคดีที่ญี่ปุ่นเป็นเกาะ การบุกเข้ายึดจึงต้องใช้เรือเป็นพาหนะ พวกมองโกลที่ถนัดการรบบนหลังม้าจึงเสียเปรียบ ประกอบกับเป็นความโชคดีของญี่ปุ่นที่มีพายุกามิกาเซ่เกิดขึ้น ทำให้เรือมองโกลอับปางลงจนคร่าชีวิตทหารไปกว่าแสนนาย

ญี่ปุ่นมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และในระหว่างพุทธศตวรรษที่ 21 มีพ่อค้าและมิชชันนารีจากโปรตุเกสเดินทางมาถึงญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก และเริ่มการค้าขายและแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างญี่ปุ่นกับโลกตะวันตก หลังจากนั้นเมื่อประมาณ 400 ปีที่แล้วญี่ปุ่นก็ปิดประเทศ เป็นเวลานานกว่า 200250 ปี

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI