
อินเตอร์โปลร้องขออาเซียนกวดเข้มคนเข้าเมือง
ตำรวจสากลวอนอาเซียนยกระดับการตรวจคนเข้าเมือง หลังพบกรณีผู้โดยสารชาวอิหร่านสวมรอยพาสปอร์ตขึ้น MH 370
ตำรวจสากลวอนอาเซียนยกระดับการตรวจคนเข้าเมือง หลังพบกรณีผู้โดยสารชาวอิหร่านสวมรอยพาสปอร์ตขึ้น MH 370
ประเด็นความหละหลวมในการตรวจสอบเอกสารก่อนขึ้นเครื่องบินเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ได้รับการหยิบยกขึ้นมาพูดกันอย่างแพร่หลายหลังจากการที่มีการค้นพบว่า มีชายชาวอิหร่าน 2 คนเดินทางโดยใช้หนังสือเดินทางที่มีรายงานว่าถูกขโมยในประเทศไทยแอบอ้างตัวตนเพื่อโดยสารไปกับเครื่องบินของสายการบินมาเลเซียแอร์ไลส์น เที่ยวบินเอ็มเอช 370 ที่หายไปต้งแต่วันที่ 8 มี.ค.
แม้ว่า เหล่าทีมสืบสวนคดีการหายไปของเครื่องบินลำดังกล่าว จะเลิกตั้งข้อสงสัยว่าชายชาวอิหร่านทั้ง 2 คนเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของเครื่องบินแล้วก็ตามทว่ากรณีนี้การที่ทั้ง 2 คนสามารถเล็ดลอดขึ้นเครื่องไปได้โดยใช้หนังสือเดินทางของผู้อื่นนับเป้นการแสดงให้เห็นถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยที่หละหลวมเป็นอย่างมากในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน)
ล่าสุด สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า องค์การตำรวจอาชญากรรมระหว่างประเทศ (อินเตอร์โปล) ได้ออกมาเรียกร้องให้ อาเซียนยกระดับความเข้มงวดในการตรวจสอบผู้เดินทางข้ามพรมแดน เนื่องจากระบบการตรวจคนเข้าเมืองในภูมิภาคนี้หละหลวมมาก อีกทั้ง ก่อนหน้ามีรายงานมีหนังสือเดินทางหายกว่า 40 ล้านเล่มตั้งแต่ปี 2002 ในฐานข้อมูลของอินเตอร์โปล และในปีที่ผ่านยังมีหลายเที่ยวบินที่ทำการบินโดยไม่ได้มีการตรวจสอบเอกสารการเดินทางของผู้โดยสารแต่ประการใด
นอกจากนี้ ฐานข้อมูลทางราชการโดยการการข้ามแดนของแต่ละประเทศกลับไปเชื่อมต่อถึงกัน จึงเป็นสาเหตุว่า ทำไมทางการมาเลเซียจึงไม่รู้ว่าหนังสือเดินทางที่หายในประเทศไทยถูกใช้โดยชาวชาวอิหร่าน 2 คน
"บทเรียนที่ทุกคนต้องจดจำจากเหตุการณ์ครั้งนี้คือ ความสำคัญในการเข้าถึงเทคโนโลยีของทุกๆ หน่วยงานที่บังคับใช้กฎหมายโดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองควรเข้าถึงและสามารถนำข้อมูลสากลไปใช้ได้" จูเลีย วีดมา ผู้อำนวยการด้านหุ้นส่วนและการพัฒนาระหว่างประเทศของอินเตอร์โปล กล่าว
วีดมายังระบุต่อไปว่า ขณะนี้อินเตอร์โปลกำลังหารือกับอาเซียนเพื่อยกระดับความปลอดภัยในการข้ามพรมแดนทั้งในสนามบินและจุดตรวจอื่นๆ โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนจากทางคณะกรรมการสหภาพยุโรป
นอกจากนี้ สื่อต่างชาติหลายสำนักยังวิเคราะห์ตรงกันว่า อีกเหตุผลหนึ่งที่ประเทศสมาชิกอาเซียนไม่ยินดีที่จะแบ่งปันข้อมูลระหว่างกัน เพราะขาดความไว้วางใจเนื่องด้วยเหตุผลทางประวัติศาสตร์ที่ประเทศในภูมิภาคนี้มักจะมีความขัดแย้งกันเสมอ ทำให้การเปิดเผยข้อมูลเป็นไปอย่างล่าช้า
อย่างไรก็ดี ปัจจัยด้านเศรษฐกิจยังเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับการเข้าถึงข้อมูลเช่นกัน โดยประเทศยากจนบางประเทศไม่สามารถที่จะหาซื้อเทคโนโลยีในการเข้าถึงฐานข้อมูล
"เป้าหมายของอินเตอร์โปลคือการทำให้ทุกประเทศเข้าถึงข้อมูลไม่ว่าจะมีสถานะทางเศรษฐกิจเป็นเช่นไร"วีดมากล่าว
ทั้งนี้ การขโมยหนังสือเดินทางหรือหนังสือเดินทางหายถือเป็นเรื่องปกติในประเทศไทย รัสเซีย อังกฤษ และฝรั่งเศส
ด้านองค์การตำรวจสากลได้ออกมาเตือนตั้งแต่ปี 1973 แล้วว่า มีการใช้หนังสือเดินทางปลอมเพิ่มขึ้นจากความที่การเจริญเติบโตของการท่องเที่ยวทั่วโลก ซึ่งขบวนการอาชญากรข้ามชาติมักจะใช้หนังสือเดินทางปลอมเพื่อการค้ามนุษย์และการขนสินค้าเถื่อน
กระนั้นก็ตาม ในปัจจุบันมีไม่กี่ประเทศที่ใช้ระบบฐานข้อมูลของอินเตอร์โปลเพื่อตรวจสอบว่าหนังสือเดินทางนั้นถูกต้องหรือไม่
ขณะที่ประเทศไทยเองก็เป็นประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องการทำหนังสือเดินทางปลอม โดยเฉพาะที่ถนนข้าวสาร
เนอร์มัล โกช หัวหน้าข่าว ประจำสำนักงานอินโดนจีนของ เดอะ สเตรทส์ ไทมส์ สื่อชื่อดังของสิงคโปร์ ที่ได้ไปลองใช้บริการด้วยตัวเอง ระบุว่าสามารถทำได้ตั้งแต่ใบขับขี่ของสิงคโปร์ หรือแม้กระทั่งบัตรลูกเรือของสายการบินกาตาร์โดยอยู่ในอัลบั้มที่มีแบบให้เลือกหลากหลายมาก







