
อาเซียนแกร่งแรงสุดตลาดโลก
ตลาดหุ้นตลาดเงินอาเซียนสดใส นักลงทุนเริ่มกลับมาลงทุนคึกคัก หุ้นไทยพุ่งแม้การเมืองวิกฤต
ตลาดหุ้นตลาดเงินอาเซียนสดใส นักลงทุนเริ่มกลับมาลงทุนคึกคัก หุ้นไทยพุ่งแม้การเมืองวิกฤต
วอลสตรีท เจอร์นัล รายงานกึ่งวิเคราะห์ว่า ตลาดหุ้นและตลาดเงินในหลายประเทศของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เคยเจ็บตัวอย่างหนักจากปัญหาทุนไหลออกในวิกฤตตลาดเกิดใหม่เมื่อปีที่ผ่านมา เริ่มกลับมาสดใส มีผลประกอบการเยี่ยมติดอันดับต้นๆ ของโลกในปีนี้
ทั้งนี้ โดยเฉพาะดัชนีอ้างอิงหลัก ทรัพย์ในอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม ที่ให้ผลตอบแทนดีกว่าตลาดหุ้นหลักหลายแห่งในเอเชีย แถมยังแซงหน้าในยุโรปอีกด้วยสำหรับปีนี้ นอกจากนี้ เงินรูเปียห์ของอินโดนีเซียยังเป็นสกุลเงินที่มีอัตราแลกเปลี่ยนดีที่สุดของโลกเมื่อเทียบกับค่าเงินเหรียญสหรัฐอีกด้วย
แม้การไหลออกของเงินทุนและการลดคิวอีของสหรัฐ จะสร้างปัญหาอย่างหนักให้กับตลาดเกิดใหม่ครึ่งปีหลังที่ผ่านมา ทว่าสถิติข้อมูลตัวเลขจากแฟกท์เซต ประเมินหลังจากที่มีการเทขายมาหลายเดือนว่า ตลาดหุ้นในภูมิภาคอาเซียนเริ่มมีแนวโน้มจะฟื้นตัวดีขึ้น
ด้าน เดนิส ลิม จากแฟรงก์คลิน เทมเพิลตัน อีเมอจิน มาร์เก็ตส์ กรุ๊ป เชื่อว่าปัญหานักลงทุนต่างชาติเทขายออกจำนวนมากเช่นปีที่ผ่านมาน่าจะสิ้นสุดลงแล้ว พร้อมทั้งเสริมว่า ไทยและอินโดนีเซียยังอยู่ในสถานะที่แข็งแกร่ง ขณะที่เวียดนามเริ่มมีการลงทุนเพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์หลายคนเชื่อว่า จุดพลิกผันสำคัญ คือ อินโดนีเซียที่ดัชนีอ้างอิงเพิ่มขึ้น 9% ในปีนี้หลังจากที่ตกลงถึง 11% ในครึ่งปีหลังของปี 2013 เช่นเดียวกับค่าเงินรูเปียห์ที่แข็งค่าขึ้นราว 5% หลังจากอ่อนลงกว่า 21% เมื่อเทียบกับเหรียญสหรัฐในปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ รอส เทเวอร์สัน ผู้จัดการกองทุนของสแตนดาส ไลฟ์ ให้ความเห็นเพิ่มเติมด้วยว่า ในอาเซียนอินโดนีเซียเป็นตลาดที่ทำให้เกิดไอเดียการลงทุนได้ดีที่สุด
ทั้งนี้ การเข้ามาของนักลงทุนในอินโดนีเซียทำให้การขาดดุลบัญชีเดินสะพัดของประเทศมีมูลค่าลดลงในไตรมาสสุดท้ายของปี 2013 แม้จะขาดดุลการค้าในเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา เนื่องจากนโยบายของรัฐบาลที่สั่งระงับการส่งออกแร่ในรูปวัตถุดิบ ซึ่งทำให้นักลงทุนจำนวนมากไม่กล้าเข้ามาลงทุนเพิ่ม
นอกจากอินโดนีเซียแล้ว ตลาดอื่นๆ ก็มีแนวโน้มสดใส อาทิ ฟิลิปปินส์ที่มีดัชนีอ้างอิงเพิ่มขึ้น 9.6% ในปีนี้ เช่นเดียวกับไทยที่ถึงแม้จะมีมรสุมความวุ่นวายทางการเมือง แต่ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ก็ยังเพิ่มขึ้นถึง 4.1% นอกจากนี้ ยังพบว่าตลาดที่เติบโตมากที่สุดในภูมิภาคในปีนี้ คือ ตลาดหุ้นเวียดนาม ที่พุ่งสูงถึง 13% เพียงแค่ 8 สัปดาห์นับจากต้นปี เพราะนักลงทุนคาดว่าจะมีการยกเครื่องนโยบายการลงทุนจากต่างชาติ
ทั้งนี้ สาเหตุสำคัญมาจากนักลงทุนเริ่มถอนเงินลงทุนจากตลาดเกิดใหม่ทั่วโลกเพื่อโยกมาลงทุนในภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะในอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์







