
ฮันบ๊ก กับ ชนชั้นในสังคม (2)
เมื่อ “โทมินจุน” พา “ชอนซงงี” ไปพิพิธภัณฑ์ เพื่อดู “บินยอ” ที่เด็กสาวชาวโชซอน
โดย...เพียงออ วิไลย [email protected]
เมื่อ “โทมินจุน” พา “ชอนซงงี” ไปพิพิธภัณฑ์ เพื่อดู “บินยอ” ที่เด็กสาวชาวโชซอนผู้เคราะห์ร้ายคนหนึ่งได้มอบให้เขาเป็นของที่ระลึกก่อนที่เธอจะเสียชีวิตลงเมื่อ 400 ปีก่อน โทมินจุนต้องการที่จะบอก “ชอนซงงี” ว่า ที่จริงแล้วเขาได้อาศัยอยู่บนดาวโลกมาเกือบ 400 ปี และพิสูจน์ว่า “ชอนซงงี” มีชะตาชีวิตที่เกี่ยวพันกับ “บินยอ หรือ ปิ่นปักผม” อันนั้นหรือไม่ ...เรื่องจบตอนลงด้วยเสียงร่วงกราวของกระจกตู้เก็บวัตถุโบราณล้ำค่าที่แตกเสียหายยับเยินจากพลังลึกลับของมนุษย์ต่างดาวที่หล่อที่สุด แต่ชอนซงงีก็มิได้ปักใจเชื่อ... ส่วนปิ่นปักผมโบราณอันนั้นยังคงวางอยู่ในตู้ที่ไร้กระจก เพื่อรำลึกถึงสาวน้อยผู้เป็นเจ้าของมันทุกวันตลอดเวลากว่า 400 ปีที่ผ่านมา (Cr : ซีรีส์ SBS “คุณผู้มาจากดวงดาว”)
ปิ่นปักผม เป็นเครื่องประดับของสตรีชาวโชซอนเมื่อหลายร้อยปีก่อน สตรีจะปักปิ่นที่มวยผมให้เข้าชุดกับเสื้อผ้าที่เรียกว่า ชุด “ฮันบ๊ก” อันเป็นชุดประจำชาติที่มีเอกลักษณ์เฉพาะเกาหลีมาแต่โบราณ ฮันบ๊ก ประกอบด้วยผ้า 2 ท่อน คือ ท่อนบน เรียกว่า “ชอโกรี” หรือเสื้อกับท่อนล่าง เรียกว่า “ชีม่า” (กระโปรงสำหรับผู้หญิง) หรือ “พาจิ” (กางเกงขายาวสำหรับผู้ชาย) สตรีชั้นสูงจะสวมประโปรงชั้นในยาวสีขาวที่เรียกว่า “ซกชีม่า” ก่อน เพื่อยก “ชีม่า” ให้พองสวยงาม จากนั้นจึงสวม “ชีม่า” ซึ่งตัดเย็บมาจากผ้าสี่เหลี่ยมผืนยาว เย็บจับผ้าจีบรูดติดกับสายรัดยาวเพื่อที่จะใช้พันรอบตัวเหนือระดับอก แล้วจึงสวม “ชอโกรี” ทับ และประดับถุงเครื่องรางหรือป้ายหยกไว้ที่ปมผูก “ชอโกรี”
ชาวโชซอนทุกคนจะสวมชุดฮันบ๊กเป็นปกติทุกวัน และแน่นอนว่า เสื้อผ้าชุด “ฮันบ๊ก” ก็มีวรรณะ เช่นเดียวกับคน (ชนชั้นในสังคม ตอนที่ 1 สัปดาห์ที่แล้ว โชซอนแจกแจงคนเป็น 4 วรรณะ) วัสดุที่นำมาตัดเย็บชุดฮันบ๊กในสมัยโบราณจะแบ่งตามชนชั้น เริ่มจาก ฮันบ๊กของ “กุกวาง” หรือกษัตริย์ก่อน ซึ่งตัดเย็บด้วยผ้าไหมเนื้อเลิศนำเข้าจากเมืองจีนปักลวดลายมังกรอยู่ตรงกลางช่วงอกและเหนือแขนเสื้อทั้งสองข้าง และฮันบ๊กของ “จุงจอนมาม่า” หรือราชินี เป็นผ้าไหม ปักลายไก่ฟ้า หรือดอกบ๊วยบาน
ส่วนชนชั้นสูง ชั้นขุนนางหรือ “ยางบาน” ทั้งชายหญิง ก็จะตัดชุดด้วยผ้าไหมเนื้อดีหรือผ้าทอธรรมชาติ ตัดเย็บด้วยฝีมือประณีต ชายชั้นยางบานเวลาจะเดินทางไปนอกบ้านต้องสวมใส่หมวกทรงกระบอกสีดำที่เรียกว่า “กั๊ด” ด้วยใครๆ เห็นก็จะรู้ว่า “ท่านเป็นยางบาน”
ชีม่าของท่านหญิงยางบานจะยาวปิดเท้าจนมิดชิด ในขณะที่สาวๆ ประชาชนทั่วไปใช้ฮันบ๊กเย็บด้วยผ้าฝ้ายธรรมดาและสั้นกว่าจนมองเห็นข้อเท้าได้เพื่อสะดวกในการทำงาน ชุดของท่านหญิงยางบานมักจะปักรอบประโปรงด้วยลวดลายสวยงาม แต่ของประชาชนทั่วไปห้ามปักและห้ามใส่ของแพงเช่นนี้
สีเป็นตัววัดระดับในสังคมอีก เช่น ประชาชนทั่วไปจะใส่ผ้าฝ้ายสีขาว ในโอกาสพิเศษจึงจะใส่สีชมพูอ่อน หรือเขียวอ่อน หรือเทา ส่วนท่านหญิงยางบานสามารถใช้สีสว่าง เช่น แดง ม่วง เหลืองได้ สำหรับเด็กจะใช้ผ้าสีสันสดใส เช่น เขียว แดง ส่วนสีทองเป็นสีต้องห้าม มีไว้สำหรับเสื้อผ้ากษัตริย์เท่านั้น
มาดูชุดของข้าราชการกันบ้างค่ะ เป็นชุดที่มีลวดลายเช่นกัน ตรงหน้าอกเป็นจุดปักลาย วางกรอบเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า ถ้าเป็นฝ่ายบู๊จะปักรูปเสือ แต่ฝ่ายบุ๋นจะปักรูปนกกระเรียน ส่วนสาวคีแซง (เกอิชาเกาหลี) พวกเธอสามารถใส่เสื้อผ้าสีสดใสเพื่อความรื่นรมย์ของผู้มาใช้บริการ และหากยางบานท่านใดใช้พู่กันเขียนลายด้วยหมึกลงบน “ซกชีม่า” (ชุดชั้นในยาวสีขาว) ให้คีแซงแล้ว จะถือเป็นเกียรติอย่างสูงของคีแซงนางนั้นมากเลยล่ะ...
(สัปดาห์นี้ หากแก้หมายเหตุทัน ขอแก้ด้วยค่ะ ถ้าไม่ทันยกเป็นแก้สัปดาห์หน้าค่ะ)
วรรณกรรมเยาวชนเกาหลี ชุด “โรงเรียนแมว” (โคยางีฮักเกียว??? ??) เป็นหนังสือ “เบสต์เซลเลอร์” ที่เด็กๆ นับแสนคนในยุโรปโหวตให้รางวัล “วรรณกรรมเยาวชนยอดเยี่ยมทางด้านคุณธรรมLe Prix des Incorruptibles” ของฝรั่งเศส ...มาสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กๆ กล้าที่จะ “คิดและจินตนาการ” ด้วยหนังสือชุดนี้ที่ร้านนายอินทร์และซีเอ็ดทั่วประเทศ สั่งซื้อจำนวนมากติดต่อ สำนักพิมพ์โพสต์บุ๊กส์ โทร 02-240-3700 ต่อ 1633 อีเมล [email protected]







