
โรคใหม่ของคนเมือง
ในยุคที่สังคมจีนกำลังพัฒนาไปอย่างกว้างไกล ความเจริญทางเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในการดำเนินชีวิต
ในยุคที่สังคมจีนกำลังพัฒนาไปอย่างกว้างไกล ความเจริญทางเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในการดำเนินชีวิตมากขึ้น ความเป็นอยู่ของคนก็ได้รับการยกระดับขึ้นตามลำดับ ที่สำคัญการแพทย์ที่มีความทันสมัยยังช่วยยืดอายุขัยให้แก่คนยุคใหม่อีกด้วย แต่มีข้อน่าสังเกตว่าผู้คนในสังคมยุคนี้กลับป่วยเป็นโรคกันมากขึ้น และมีแนวโน้มของอายุที่ลดน้อยลง โรคใหม่ที่มาพร้อมเทคโนโลยีและความเจริญก้าวหน้าสร้างความยากลำบากให้แก่การรักษา โดยเฉพาะโรคที่เกิดกับคนรุ่นใหม่ที่เติบโตมาในสังคมที่เพียบพร้อมไปด้วยความเจริญทางวัตถุ
โรควิตกกังวล โรคกลัวการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น โรคกลัวภัยสังคม ฯลฯ เหล่านี้ล้วนเป็นโรคแปลกใหม่ที่คอยรุมเร้าคนเมืองอยู่ในขณะนี้ และดูเหมือนว่าจะเป็นอาการเรื้อรังที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดภายในเวลาอันสั้น เราจะสังเกตเห็นว่าโรคที่เอ่ยถึงเหล่านี้เป็นผลพวงจากสังคมเมืองของจีนรุดหน้าไปไกลกว่าที่ผ่านมา และก้าวเข้าสู่ยุคข้อมูลข่าวสารที่ฉับไว การได้เสพข่าวสารที่มีทั้งในแง่ดีและแง่ร้าย ย่อมส่งผลโดยตรงต่อความรู้สึกทางใจ ก่อให้เกิดความรู้สึกไม่ปลอดภัย ความกังวล ความหวาดกลัวที่ต้องใช้ชีวิตในสังคมที่เต็มไปด้วยภัยร้ายนานาชนิด ถือเป็นโรคที่เกิดขึ้นกับคนเมืองยุคใหม่ที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ในวงจรดังกล่าวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
พัฒนาการของสังคมเมืองในประเทศจีนเป็นไปในทิศทางที่ว่า “ความปลอดภัยกับอิสระเสรีมักไม่ได้อยู่คู่กัน” ในอดีตที่สังคมจีนยังล้าหลัง ไม่มีเครื่องอำนวยความสะดวก ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย ไร้ซึ่งการแข่งขัน แต่ผู้คนก็ใช้ชีวิตอย่างปกติสุขและรู้สึกถึงความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ถึงแม้จะขาดอิสระเสรีไปบ้าง เช่น ไม่ค่อยมีเสรีภาพในการเลือกซื้อสินค้า ขาดเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ทว่าชีวิตก็ดำเนินไปอย่างราบรื่น ไร้กังวล แต่มาถึงยุคปัจจุบันที่สังคมเต็มไปด้วยเสรีภาพ ผู้คนสามารถทำอะไรได้ตามความพึงพอใจภายใต้บทบัญญัติทางกฎหมาย ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินกลับน้อยลง ผู้คนต้องใช้ชีวิตอย่างระมัดระวังมากขึ้น ความรู้สึกทางใจที่เกิดขึ้นต่อสังคมกลับเป็นไปในแง่ลบ โรคที่เกี่ยวกับความรู้สึกนานัปการจึงค่อยๆ กัดกร่อนจิตใจคนเมือง
เป็นที่ยอมรับกันว่าช่วง 30 กว่าปีที่ผ่านมา ถือเป็นยุคที่สังคมและเทคโนโลยีพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ทำให้สังคมเข้าสู่ยุคที่ผู้คนตกอยู่ในหล่มของการใช้ชีวิตที่พึ่งพาการใช้อินเทอร์เน็ตอย่างงอมแงม และนำไปสู่การป่วยด้วยโรคต่างๆ อาทิ โรคกังวลที่เกิดจากการเสพข้อมูล โรคสับสนตัวเองหลังจากที่ประสบความสำเร็จ โรคบ้าช็อปปิ้งทางเน็ต ฯลฯ อาการเหล่านี้มีสาเหตุจากจังหวะชีวิตที่เป็นไปอย่างรวดเร็ว แรงกดดันในการทำงาน ความตื่นเต้นเกิดขนาด และยากที่จะขจัดไปได้หากรูปแบบทางสังคมยังเป็นไปในลักษณะเช่นนี้
หลายคนรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงของสภาพจิตใจที่ตามไม่ทันกับสังคมที่ไม่เคยหยุดนิ่ง และพัฒนาไปอย่างต่อเนื่อง หากไม่วิ่งให้ตามกระแสสังคม ก็จะหลุดจากวงโคจรและค่อยๆ เกิดระยะห่างจากผู้คนในสังคม แม้กระทั่งเมืองระดับรองลงไปซึ่งอาจไม่ใช่เมืองใหญ่ แต่มีประชากรอาศัยอยู่กันหนาแน่น อาการวิตกกังวลค่อยๆ แทรกซึมอยู่ในความรู้สึกของพวกเขาเช่นกัน
อย่างไรก็ดี รูปแบบการสั่งซื้อสินค้าผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์หรือการพูดคุยผ่านระบบ we chat ถือเป็นเครื่องมือสื่อสารที่ช่วยย่นระยะห่างระหว่างชาวเมืองใหญ่กับชาวเมืองลำดับรองลงมาได้บ้าง รูปแบบชีวิตของชาวเมืองใหญ่จึงมีอิทธิพลต่อคนเหล่านี้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ในเรื่องของความปรารถนาในการเดินทางท่องเที่ยวต่างแดน การซื้อ iPhone 5 การส่งลูกเรียนในโรงเรียนนานาชาติ ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นความอยากของชาวเมืองลำดับรองที่สัมฤทธิผลบ้าง ไม่สัมฤทธิผลบ้าง เพราะอาจมีกำลังทรัพย์ไม่เพียงพอ ทำให้พวกเขาเกิดอาการผิดหวังและวิตกว่าตัวเองและลูกหลานจะตามไม่ทันกระแสสังคม และเริ่มป่วยเป็นโรคทางใจในที่สุด
นานาโรคภัยที่เป็นผลจากสังคมที่พัฒนาไปอย่างรวดเร็วกำลังคุกคามและกัดกร่อนสภาพจิตใจของชาวเมืองจำนวนไม่น้อย การนิ่งดูดายและมองข้ามปัญหาดังกล่าว ผลลัพธ์ที่ตามมาก็คือ การขาดบุคลากรที่มีความพร้อมทั้งทางร่างกายและจิตใจซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศในวันข้างหน้า







