
บุกควบคุมสนามบินไครเมีย
คาดเป็นกองกำลังของทหารรัสเซีย ดันสถานการณ์ยูเครนตึงเครียดหนัก
คาดเป็นกองกำลังของทหารรัสเซีย ดันสถานการณ์ยูเครนตึงเครียดหนัก
ยูเครนตึงเครียด กองกำลังติดอาวุธบุกคุมสนามบินหลัก 2 แห่ง ในเขตปกครองตนเองไครเมีย
เหตุขัดแย้งทางการเมืองยูเครนทวีความตึงเครียดยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในรัฐปกครองตนเองไครเมีย พรมแดนรัสเซีย ซึ่งเอเอฟพี รายงานว่า มีกองกำลังติดอาวุธที่เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับกองทัพรัสเซียเข้าคุมสนามบิน 2 แห่งในไครเมีย คือ ในกรุงซิมเฟอโรโพล เมืองหลวง และสนามบินทหารบริเวณทะเลดำในเมืองเซวาสโตโพล ขณะที่สื่อทางการรัสเซียรายงานปฏิเสธไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำที่เกิดขึ้นอย่างไรก็ตาม ล่าสุด แอนเดรีย ปารูเบีย หัวหน้าสภาความมั่นคงแห่งชาติยูเครนเปิดเผยว่าเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว รวมถึงจับกุมกองกำลังทหารอาสาไครเมียที่ลงมือในครั้งนี้
อาร์เซน อาวาคอฟ รัฐมนตรีมหาดไทยยูเครน ระบุว่า สนามบินในไครเมียถูกควบคุมโดยกองทัพเรือของรัสเซีย ซึ่งนับเป็นการล่วงล้ำอธิปไตยของยูเครน ขณะที่รัฐสภายูเครนในกรุงเคียฟ ได้เรียกร้องให้รัสเซียหยุดการกระทำที่ส่งผลคุกคามหรือรุกล้ำดินแดนยูเครน พร้อมเรียกร้องให้สภาความมั่นคงแห่งสหประชาชาติจัดการประชุมเกี่ยวกับสถานการณ์การก้าวก่ายของรัสเซีย ที่ยืนกรานปฏิเสธชัดเจนว่ากองทัพยังคงอยู่ในฐานที่มั่นในไครเมีย ไม่มีการเคลื่อนกำลังใดๆ
ด้านรัฐสภารัฐปกครองตนเองไครเมีย ประกาศเตรียมจัดทำประชามติเพื่อสอบถามความเห็นของประชาชนกรณีแบ่งแยกดินแดนไครเมียออกจากยูเครน
วันเดียวกัน แถลงการณ์จากทางอัยการของยูเครน เปิดเผยว่า เตรียมจะประสานงานขอให้ทางรัสเซียส่งตัวอดีตประธานาธิบดี วิคเตอร์ ยานูโควิช กลับยูเครน หากได้รับข้อมูลยืนยันแน่ชัดว่ายานูโควิชอยู่ในรัสเซีย โดยรายงานระบุว่า ยานูโควิชเตรียมแถลงข่าวในวันที่ 28 ก.พ. เวลา 17.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่น)
ขณะที่สำนักงานอัยการในเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ ได้เริ่มต้นสืบสวนตรวจสอบการฟอกเงินของอดีตผู้นำยูเครน รวมถึง โอเล็กซานเดอร์ ลูกชาย โดยเจ้าหน้าที่ได้เข้าค้นบริษัทและยึดเอกสารจากบริษัทของโอเล็กซานเดอร์ในสวิตเซอร์แลนด์
สำหรับสถานการณ์เศรษฐกิจยูเครนเริ่มวิกฤต โดยล่าสุดธนาคารกลางยูเครนต้องออกมาตรการเพื่อป้องกันการล่มสลายของสกุลเงินฮรีฟเนีย ซึ่งรวมถึงมาตรการที่เพิ่งจะประกาศเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ที่จำกัดการถอนเงินออกจากบัญชีต่อวันไม่เกิน 1.5 หมื่นฮรีฟเนีย (ราว 1,400 เหรียญสหรัฐ) และจำกัดการถือครองสกุลเงินต่างประเทศของบุคคลธรรมดาไม่ให้เกิน 5,500 เหรียญสหรัฐต่อเดือน โดยมาตรการทั้งหมดนับเป็นความพยายามของธนาคารกลาง ที่จะจำกัดความเสียหายของวิกฤตการเมืองที่กระทบต่อระบบธนาคารและปริมาณเงินทุนสำรองระหว่างประเทศ







