
อัดประชาธิปไตยไม่ใช่แค่เลือกตั้ง
จอห์นแคร์รีพูดชัดหลายชาติเดินผิดคอร์รัปชั่นมโหฬาร
จอห์นแคร์รีพูดชัดหลายชาติเดินผิดคอร์รัปชั่นมโหฬาร
รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ซัดเลือกตั้งอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่าเป็นประชาธิปไตย
จอห์น แคร์รี รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ เปิดเผยว่า การเลือกตั้งไม่ได้นำไปสู่ประชาธิปไตยเสมอไป แม้หลายประเทศมีการเลือกตั้งตามแบบประชาธิปไตยก็ตาม แต่กลับปล่อยให้มีการคอร์รัปชั่น ซ้ำยังเล่นพรรคเล่นพวก ไม่ฟังฝ่ายค้าน ซึ่งล้วนแต่ไม่เป็นประชาธิปไตยที่แท้จริงแต่อย่างใด
“ประชาธิปไตยไม่ได้ถูกจำกัดความด้วยการเลือกตั้งอย่างเดียว คุณอาจจะมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง แต่กลับไม่เดินหน้าปฏิรูปสถาบันตามแบบประชาธิปไตย ทั้งที่สิ่งนี้จะช่วยให้คุณมีประชาธิปไตยที่เต็มใบ ที่ทำงานได้ และเป็นประชาธิปไตยที่มีประสิทธิภาพ” แคร์รี ระบุ
อดีตผู้สมัครประธานาธิบดีสหรัฐผู้นี้ กล่าวว่า ในหลายประเทศนั้นมีการเลือกตั้งโดยประชาชนตามตรง แต่ก็กลับขาดการปฏิรูป และยังเกิดการทุจริตคอร์รัปชั่นกันในวงกว้าง มีการเล่นพรรคเล่นพวกกันอย่างกว้างขวาง และก็ยังบิดเบือนกระบวนการประชาธิปไตยอีกด้วย
แคร์รี ยังได้ยกตัวอย่างของยูเครน ว่าประเทศนี้ถูกครอบงำไปด้วยลัทธิ (เคลปโตเครซี) ที่ไม่มีการฟังเสียงของฝ่ายค้าน ไม่เต็มใจที่จะฟังเสียงฝ่ายตรงกันข้าม และหนำซ้ำกลับยังจับฝ่ายค้านเข้าคุกอีกด้วย ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ประชาธิปไตยแต่อย่างใด
ท่าทีของแคร์รีในครั้งนี้ มีขึ้นในขณะที่หลายประเทศทั่วโลกกำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นอียิปต์ ยูเครน รวมถึงประเทศไทย ซึ่งล่าสุดนั้นทางด้าน เจน พซากี โฆษกหญิงกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ได้แถลงแสดงความวิตกกังวลต่อความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นในประเทศไทย พร้อมกับเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความอดทนอดกลั้นมากกว่านี้
“ความรุนแรงไม่ใช่วิธีที่สามารถยอมรับได้ในการแก้ไขปัญหาความแตกต่างทางการเมือง” พซากี กล่าว พร้อมกับประณามเหตุระเบิดเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตเป็นเด็ก 2 คน
“เราขอย้ำว่า สิ่งที่เราเรียกร้องไปยังทุกฝ่ายก็คือ ขอให้ใช้ความอดทนอดกลั้น และขอให้ทางการไทยสอบสวนอย่างตรงไปตรงมาและโปร่งใสต่อความรุนแรงที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา” พซากี ระบุ
พซากี กล่าวต่อว่า สหรัฐจับตาสถานการณ์ในไทยอย่างใกล้ชิด โดยที่ คริสตี เคนนี เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศไทย ยังคงร่วมในความพยายามที่จะส่งเสริมให้แก้ปัญหาในสถานการณ์ตึงเครียดอย่างสันติ และตามแบบประชาธิปไตย
ขณะเดียวกัน ทางด้านโฆษกประจำตัว บันคีมุน เลขาธิการสหประชาชาติ ได้เรียกร้องขอให้ทุกฝ่ายการเมืองในประเทศไทยให้การเคารพในสิทธิมนุษยชนและหลักนิติธรรม และทำงานร่วมกันเพื่อแก้ปัญหาการเผชิญหน้าทางการเมืองที่กำลังส่งผลให้เกิดการสูญเสียชีวิตมากขึ้น
บันคีมุน ระบุว่า รู้สึกวิตกมากขึ้น และเชื่อมั่นว่าการแก้ไขความต่างทางการเมืองในไทยครั้งนี้จะไม่มีการใช้ความรุนแรง ไม่ว่าจะโดยฝ่ายไหนก็ตาม พร้อมเสนอตัวให้ความช่วยเหลือทุกฝ่าย และช่วยชาวไทยในทุกทางที่เป็นไปได้
ทางด้าน แคทเธอรีน แอชตัน ข้าหลวงใหญ่ด้านนโยบายความมั่นคงและกิจการต่างประเทศของสหภาพยุโรป ออกแถลงการณ์แสดงความวิตกต่อความรุนแรงทางการเมืองในไทย ที่ทำให้เด็กๆ เสียชีวิต ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างยิ่ง และขอให้ทุกฝ่ายใช้ความอดทนอดกลั้นเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความรุนแรงมากขึ้นไปกว่านี้







