
ยูเครนหวั่น "แบ่งประเทศ"!รัฐบาลของเนกอบกู้เศรษฐกิจ
โอเล็กซานเดอร์ ตูร์ชินอฟ รักษาการประธานาธิบดีแห่งยูเครน ออกโรงเตือนว่า
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
โอเล็กซานเดอร์ ตูร์ชินอฟ รักษาการประธานาธิบดีแห่งยูเครน ออกโรงเตือนว่า ขณะนี้เริ่มมีสัญญาณว่าประเทศเสี่ยงจะเผชิญกับขบวนการแบ่งแยกดินแดนขึ้นแล้ว หลังจากรัฐสภาได้ลงมติปลด วิกเตอร์ ยานูโควิช ออกจากตำแหน่งผู้นำสูงสุดของประเทศ เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากชาวยูเครนในภาคตะวันออก ซึ่งส่วนใหญ่พูดภาษารัสเซีย ไม่พอใจต่อการที่ปลดประธานาธิบดียานูโควิช และจัดตั้งรัฐบาลรักษาการชุดใหม่ที่มีแนวนโยบายให้ความสำคัญกับชาติตะวันตกขึ้นทำหน้าที่แทน
ถ้อยแถลงของผู้นำยูเครนมีขึ้นหลังจากมีข่าวลือออกมาหนาหูว่า อดีตผู้นำยูเครน ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาหมายจับคดีฆาตกรรมหมู่ ได้หลบหนีไปอยู่ในแหลมไครเมีย ซึ่งเป็นเขตปกครองตนเองที่อยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของยูเครน อีกทั้งในพื้นที่ดังกล่าวยังเป็นพื้นที่ที่อยู่ภายใต้อิทธิพลของรัสเซีย โดยมีทั้งคนที่พูดภาษารัสเซีย และยังเป็นท่าเทียบเรือรบของกองทัพเรือรัสเซียในทะเลดำอีกด้วย
ปัจจุบันผลจากการที่รัฐบาลยูเครนกำลังดำเนินการไล่ล่าตัวยานูโควิชอย่างหนัก และดำเนินการปราบปรามผู้ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลชุดใหม่ ทำให้ทางรัฐบาลรัสเซียออกโรงประณามรัฐบาลยูเครนดังกล่าวอย่างรุนแรง โดยทางกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียออกแถลงการณ์ประณามรัฐบาลชุดใหม่ของยูเครนว่า กำลังละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อชาวรัสเซียและชนกลุ่มน้อยอื่นๆ ที่อาศัยอยู่ในดินแดนยูเครน
พร้อมกันนี้ กระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย ยังระบุต่อว่า การกระทำของรัฐบาลภายใต้การนำของรักษาการประธานาธิบดี โอเล็กซานเดอร์ ตูร์ชินอฟ อดีตประธานรัฐสภา ที่เข้ามาแทนที่ยานูโควิช กำลังเดินหน้าไปสู่การใช้ระบบเผด็จการและการสร้างความหวาดกลัวต่อผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลชุดใหม่
สอดรับกับท่าทีของนายกรัฐมนตรี ดิมิทรีเมดเวเดฟ ของรัสเซีย ที่ประกาศว่า รัสเซียจะยังคงระงับแผนการให้เงินช่วยเหลือแก่รัฐบาลยูเครนไว้ก่อน จนกว่าจะมีการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ที่มีความชอบธรรมขึ้นบริหารประเทศ พร้อมกันนี้ ผู้นำรัสเซียได้วิจารณ์ว่า การแสดงการยอมรับรัฐบาลชุดใหม่ของยูเครนจากชาติตะวันตกถือเป็นสิ่งที่ผิดพลาด
ทั้งนี้ ท่าทีของรัสเซียที่ไม่เป็นมิตรต่อการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ของยูเครน รวมถึงการตัดสินใจระงับเงินกู้ที่เคยสัญญาว่าจะให้ไวก่อนหน้านี้้ มีขึ้นตรงกับช่วงเวลาที่รัฐบาลกรุงเคียฟกำลังประสบกับภาวะความเสี่ยงที่จะเผชิญกับการล่มสลายทางเศรษฐกิจอย่างหนัก หลังจากที่รักษาการประธานาธิบดี ตูร์ชินอฟ ออกมาเปิดเผยว่า เศรษฐกิจของประเทศกำลังขยับเข้าใกล้กับภาวะผิดนัดชำระหนี้มากขึ้นไปทุกขณะแล้ว
ล่าสุดรัฐบาลกรุงเคียฟได้ออกมาเรียกร้องให้นานาชาติ โดยเฉพาะกลุ่มชาติตะวันตก ให้ความช่วยเหลือต่อยูเครนโดยด่วน เนื่องจากยูเครนต้องการเงินกว่า 3.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ มาจ่ายหนี้ใน 2 ปีนี้ แต่ปัจจุบันรัฐบาลมีเงินทุนสำรองระหว่างประเทศเหลืออยู่ในมือแค่ 1.2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐเท่านั้นและเฉพาะแค่ในปีนี้ยูเครนมีภาระหนี้ที่ต้องจ่ายคืนมากถึง 2.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ
อย่างไรก็ดี ล่าสุดทางสหรัฐ เปิดเผยว่า เตรียมที่จะยื่นมือเข้าช่วยเหลือทางการเงินแก่ยูเครนแล้ว โดยจะเป็นเงินช่วยเหลือที่เข้ามาเติมเต็มเงินกู้ที่จะได้มาจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) อีกทีหนึ่ง ซึ่งเงินทั้งหมดคาดว่าจะถึงมือรัฐบาลยูเครนได้หลังจากมีการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ขึ้นบริหารประเทศได้แล้ว







