
“อาเบะโนมิกส์” แตะเบรกพิษเยนอ่อนนำเข้าพุ่ง
นโยบายเศรษฐกิจ “อาเบะโนมิกส์” ของญี่ปุ่นเริ่มเซ หลังตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจในไตรมาสสุดท้ายของปีที่แล้วเติบโตต่ำกว่าคาดหมาย
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
นโยบายเศรษฐกิจ “อาเบะโนมิกส์” ของญี่ปุ่นเริ่มเซ หลังตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจในไตรมาสสุดท้ายของปีที่แล้วเติบโตต่ำกว่าคาดหมาย ผิดจากที่นักวิเคราะห์คาดการณ์เอาไว้มาก
รัฐบาลญี่ปุ่นได้เปิดเผยตัวเลขการเติบโตของผลผลิตมวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ทั้งปี 2013 ที่ผ่านมา ปรากฏว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นเติบโตได้ที่ 1.6% ซึ่งถือว่าดีกว่าปีที่ผ่านๆ มา แต่ทว่าในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปีที่แล้วระหว่างเดือน ต.ค.ธ.ค. เศรษฐกิจญี่ปุ่นเริ่มส่งสัญญาณถึงการชะลอตัวเมื่อการเติบโตหดตัวเหลืออยู่ที่ 1% เท่านั้น ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ที่สำรวจโดย วอลสตรีท เจอร์นัล คาดไว้ว่าจะเติบโตได้ถึง 2.8%
สัญญาณการชะลอตัวในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีที่แล้วนั้นถือว่าเป็นข้อมูลสอดรับกับหลายความเห็นที่เห็นว่านโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจของนายกรัฐมนตรี ชินโสะ อาเบะ นั้น แม้ว่าจะส่งผลดีในช่วงแรกๆ แต่กระนั้นก็ส่งผลลบต่อเศรษฐกิจเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการนำเข้าของประเทศที่มีมูลค่าสูงขึ้นมาก เนื่องจากค่าเงินเยนอ่อนค่าและยังทำให้รัฐบาลมีดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลลดลง อีกทั้งประชาชนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ยังไม่รู้สึกว่าได้ประโยชน์จากนโยบายนี้เท่าใดนัก สวนทางกับภาคเอกชนที่ได้ประโยชน์จากนโยบายนี้มากกว่า โดยเฉพาะการแทรกแซงค่าเงินเยนของรัฐบาลกรุงโตเกียว
ยิ่งไปกว่านั้น ตัวเลขการเติบโตของจีดีพีที่หดตัวในไตรมาสสุดท้ายดังกล่าวนั้นจะยิ่งตอกย้ำให้เกิดความวิตกกังวลว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นจะรักษาการเติบโตในระยะยาวได้หรือไม่ ในขณะที่รัฐบาลญี่ปุ่นกำลังจะปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มจากเดิมที่ 5% ไปเป็น 8% ในเดือน เม.ย.นี้ และยังจะปรับเพิ่มไปถึง 10% ในอนาคตอันใกล้ด้วย ซึ่งแน่นอนว่าจะยิ่งกระทบต่อการใช้จ่ายของผู้บริโภคญี่ปุ่นไม่น้อยทีเดียว
กระนั้นก็ตาม นักวิเคราะห์บางกลุ่มกลับเห็นว่าตัวเลขการเติบโตของจีดีพีที่ชะลอตัวในช่วงดังกล่าวอาจจะเป็นผลมาจากความต้องการสินค้าของญี่ปุ่นในตลาดต่างประเทศนั้นปรับตัวลดลง โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ที่กำลังเผชิญหน้ากับสถานการณ์ไร้เสถียรภาพมากขึ้นอันเป็นผลกระทบจากการดำเนินนโยบายปรับลดมาตรการคิวอีของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)
ทางด้าน อากีระ อามาริ รัฐมนตรีเศรษฐกิจญี่ปุ่นยังกล่าวแสดงความเชื่อมั่นว่า ทิศทางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจญี่ปุ่นนั้นยังน่าจะเดินหน้าได้ต่อไป เนื่องจากเห็นว่าการบริโภคภายในของญี่ปุ่นยังคงแข็งแกร่งอยู่
ขณะที่ทางด้าน ทาเกชิ มินามิ นักเศรษฐศาสตร์ประจำสถาบันวิจัย โนรินชูกิต ให้ความเห็นว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้จีดีพีญี่ปุ่นในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปีที่แล้วชะลอตัวลงนั้น เป็นผลมาจากมูลค่าการนำเข้าสินค้าที่เพิ่มมากขึ้นอันเนื่องมาจากการอ่อนค่าของเงินเยนที่เป็นตัวฉุดรั้งให้การเติบโตของจีดีพีญี่ปุ่นชะลอตัวลงดังกล่าว







