posttoday
บ้าน “โซแฮงจู” (2)

บ้าน “โซแฮงจู” (2)

16 กุมภาพันธ์ 2557

ครอบครัวเกาหลีที่อาศัยอยู่ในเขตเมือง ต้องมีเงินถุงโตๆ จึงจะสามารถซื้อ อพาร์ตเมนต์

โดย...เพียงออ วิไลย [email protected]

ครอบครัวเกาหลีที่อาศัยอยู่ในเขตเมือง ต้องมีเงินถุงโตๆ จึงจะสามารถซื้อ อพาร์ตเมนต์ (ราคาแพงลิบถึงตารางเมตรละกว่า 3 แสนบาท) มาเป็นสมบัติส่วนตัวได้ ดังนั้น เกินกว่าครึ่งของชาวเมืองผู้ดิ้นรนต่อสู้ จะต้องเช่าที่พักอยู่อาศัย... ครั้งหนึ่ง (ซีรีส์คุณผู้มาจากดวงดาว) คุณแม่จอมจุ้นของ “ชอนซงอี” ประชดประชัน อาจารย์ “โทมินจุน” จากดวงดาว ว่าคงไม่มีปัญญาซื้ออพาร์ตเมนต์สุดหรูราคากว่า 50 ล้านบาท ที่อยู่ห้องข้างๆ กันได้ จึงพูดจาดูถูกกึ่งประชดประชันว่า โทมินจุนคงจะเช่าห้องแบบ “ชอนเซ” (วางเงินสัก 15 ล้านบาทให้เจ้าของบ้านแล้วไม่ต้องจ่ายค่าเช่ารายเดือน) หรือ “วอลเซ” (วางเงินสัก 5 ล้านบาทแล้วจ่ายค่าเช่า 2-3 แสนบาทต่อเดือน) ...โธ่ ช่างมิรู้เลยว่าโทมินจุนน่ะเป็นเจ้าของที่ดินรายใหญ่ที่สุดในเขตคังนัม...

ด้วยเหตุนี้ การหาที่พักอาศัยที่สบายและปลอดภัยสำหรับครอบครัวจึงเป็นภาระหนักทางการเงินของชาวเกาหลี ในขณะที่อพาร์ตเมนต์ใหม่ๆ ขนาดใหญ่จึงก่อสร้างเพิ่มขึ้นทุกๆ ปี เพราะมีปัจจัยหนุนจากการย้ายบ้านเมื่อหมดสัญญาเช่า ธุรกิจนายหน้าบ้านเช่า และรับย้ายบ้านจึงเป็นธุรกิจที่มีงานเข้าตลอด ระบบโทรศัพท์บ้านจึงออกแบบให้สามารถโอนย้ายเบอร์เดิมไปเข้าบ้านใหม่ตามเจ้าของเบอร์ได้ ทว่าในเชิงสังคม การอาศัยอยู่ในตึกทรงสูงปิดประตูมิดชิดทำให้ครอบครัวนับร้อยในตึกเดียวกันมีกำแพงกั้นกันไว้ และเพื่อนบ้านแทบจะไม่รู้จักกันเลย...

การลงทุนก่อสร้างที่พักอาศัยในเกาหลีเป็นโปรเจกต์ใหญ่ที่ต้องใช้เงินทุนมหาศาล ส่วนใหญ่กลุ่มทุนของ “แชบอล” (กลุ่มบริษัทครอบครัวที่มีขนาดใหญ่และมีผลต่อจีดีพีของชาติ) จะเป็นเจ้าของโครงการ เช่น ฮยอนเด ลอตเต้ แอลจี ...จนกระทั่งปีที่แล้วในเขตมาโพ เราได้เห็นความแปลกใหม่ในไอเดียธุรกิจบ้านเช่า มีบริษัทหนึ่งเกิดปิ๊งไอเดียสร้างบ้านแบบโมดุล ที่จะทำให้การสร้างที่พักอาศัยให้เช่าใช้เงินลงทุนน้อยลง ในขณะที่ผู้เช่าสามารถประหยัดเงินได้มากกว่า 80% เมื่อเทียบกับการเช่าอพาร์ตเมนต์ขนาดเดียวกันในคอมเพล็กซ์ที่อยู่อาศัยใหญ่ๆ ที่ต้องวางเงินก้อนแบบ “วอลเซ” ราว 3-5 ล้านบาท (ได้คืนเมื่อย้ายออก) และเสียค่าเช่ารายเดือนอีกเดือนละ 1.2 แสนบาท ...นอกจากนี้ เป้าหมายของธุรกิจไม่ใช่เพื่อการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพียงอย่างเดียว แต่เป็นการพัฒนาที่อยู่อาศัยคุณภาพเพื่อชุมชนคนใจเดียวกัน...เขาเรียกบ้านแบบนี้ว่า “โซแฮงจู”...

บ้าน “โซแฮงจู” (2)

 

หลักการของ “โซแฮงจู” หรือบ้านร่วมแชร์ คือ การใช้ห้องน้ำ ห้องครัว และห้องนั่งเล่นร่วมกัน โดยออกแบบตึกเดี่ยวขนาดเล็ก 6 ชั้น ให้เป็นอพาร์ตเมนต์ 9 ห้อง ชั้นแรกเป็นที่จอดรถ ชั้นสองเป็นห้องครัวรวม ห้องทานข้าวและห้องนั่งเล่นรวม ชั้น 3 ขึ้นไปเป็นอพาร์ตเมนต์ของใครของมัน และ ชั้นดาดฟ้าเป็นสวนที่ทุกคนขึ้นไปปลูกต้นไม้ของตนเองได้ วิธีนี้ทำให้ผู้คนในตึกรู้จักและใกล้ชิดกันมากขึ้น เด็กๆ มีที่เล่น ที่ทำการบ้านในห้องทานข้าวและห้องนั่งเล่นซึ่งสามารถแบ่งเบาภาระคุณแม่ไปได้ หากจะไปไหนก็ฝากลูกกับเพื่อนบ้านในห้องนั่งเล่นรวมเหมือนเป็นครอบครัวใหญ่ แต่ละตึกจะมีธีมที่แตกต่างกันให้ผู้เช่าสามารถเลือกให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของตนเอง อาทิ ตึกสานฝัน ตึกผจญภัย ตึกหลงภาพยนตร์ และตึกบ้าครัว... เช่น ตึกหลงภาพยนตร์ ปัจจุบันนี้มีผู้หญิง 8 คนที่ชอบดูภาพยนตร์เป็นชีวิตจิตใจมาเช่าอยู่คนละยูนิต ตกเย็นก็จะมาคุยฟุ้งกันถึงภาพยนตร์ที่ได้ดูมา หรือเอามาดูร่วมกันในห้องนั่งเล่นรวม

จากการที่ใช้สาธารณูปโภคส่วนกลางร่วมกัน จึงทำให้ค่าเช่าสามารถลดลงมาเหลือเพียงเดือนละ 1.2-2.2 หมื่นบาท (ตามสภาพห้อง) โดยมีค่ามัดจำก่อนเข้าพักเท่ากับค่าเช่า 2 เดือน ปัจจุบันนี้บ้านเช่าแบบ “โซแฮงจู” จึงกำลังได้รับความนิยมอย่างมากในเกาหลี โดยเฉพาะคนช่วงอายุ 20-30 ปี ที่เพิ่งเรียนจบและยังไม่มีเงินเก็บพอจะไปเช่าอพาร์ตเมนต์ส่วนตัวได้... นับว่าบ้านแบบ “โซแฮงจู” เป็นนวัตกรรมใหม่ในตลาดบ้านเช่าเกาหลี ที่มองเห็นช่องว่างทางการตลาดและพยายามเติมเต็มช่องว่างนั้น ซึ่งสามารถดึงดูดลูกค้าจำนวนมากและมียอดจองห้องล้นหลาม ในปี 2014 นี้ บริษัทจึงมีแผนที่จะสร้างตึกแบบเดียวกันอีก 30 ตึก ที่สามารถรองรับผู้เช่าได้อีกราว 200 คน...

การทำธุรกิจในเกาหลีค่อนข้างจะโหดหิน และ ปลาเล็กมักถูกปลาใหญ่กินเรียบเสมอ แต่คราวนี้ ปลาเล็กหลุดรอดปลอดภัยได้เพราะมีไอเดียสร้างสรรค์ใหม่นี่เองค่ะ...

ข่าวล่าสุด

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน