
แฉธุรกิจยุโรปยัดใต้โต๊ะทำศก.พัง5ล้านล.ต่อปี
อียูเผยปัญหาทุจริตลามยุโรป ฉุด ศก.เสียหายปีละ 5 ล้านล้าน ภาคธุรกิจแฉต้องยัดใต้โต๊ะถึงรอด
อียูเผยปัญหาทุจริตลามยุโรป ฉุด ศก.เสียหายปีละ 5 ล้านล้าน ภาคธุรกิจแฉต้องยัดใต้โต๊ะถึงรอด
คณะกรรมาธิการแห่งสหภาพยุโรป(อีซี) เปิดเผยรายงานการทุจริตในสหภาพยุโรป (อียู) โดยระบุว่า ปัญหาการทุจริตส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอียูเป็นมูลค่าสูงถึง 1.2 แสนล้านยูโร (ราว 5.3 ล้านล้านบาท) ต่อปี และมีบริษัทราว 43% ระบุว่า การทุจริตกำลังเป็นปัญหาในการดำเนินธุรกิจ แต่อีกส่วนหนึ่งเชื่อว่าการมีสายสัมพันธ์กับภาคการเมืองจะเป็นหนทางในการประสบความสำเร็จ
รายงานฉบับล่าสุดของอีซี ยังพบอีกว่า การทุจริตส่วนใหญ่มักจะเกิดขึ้นในกลุ่มประเทศ เช่น กรีซ สเปน และอิตาลี แต่กลับพบเห็นการทุจริตได้น้อยมากในกลุ่มประเทศ เช่น เดนมาร์ก ฟินแลนด์ และสวีเดน
รายงานของอีซีในข้างต้น สอดรับกับผลสำรวจดัชนีภาพลักษณ์การทุจริต ที่จัดทำโดยองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ ซึ่งได้ชี้ว่า กรีซเป็นประเทศที่มีอันดับความโปร่งใสต่ำที่สุดของยุโรป โดยอยู่อันดับที่ 80 ร่วมกับจีน สวนทางกับเดนมาร์กเป็นประเทศที่มีอันดับความโปร่งใส่ดีที่สุดในโลก
“ปัญหาติดสินบนไม่ใช่เรื่องใหญ่ในยุโรป” คาลร์ล โดลัน จากองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติประจำกรุงบรัสเซลส์ในเบลเยียม ระบุพร้อมเสริมว่า สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มอุตสาหกรรมและฝ่ายการเมือง
ทั้งนี้ ธุรกิจก่อสร้างซึ่งมีแนวโน้มต้องติดต่อกับรัฐบาล เป็นธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการทุจริตมากที่สุด โดยมีบริษัทก่อสร้าง 8 ใน 10 แห่ง ยอมรับว่าเคยร้องเรียนเรื่องการคอร์รัปชั่น
“การทุจริตได้บ่อนทำลายความเชื่อมั่นของประชาชนต่อสถาบันภายในประเทศและหลักนิติธรรม ยิ่งไปกว่านั้นยังบ่อนทำลายเศรษฐกิจของยุโรป และยังเป็นการกีดกันรัฐจากรายได้ทางภาษีอีกด้วย” เซซิเลีย มัมสตอร์ม คณะกรรมาธิการด้านกิจการภายในแห่งอียู กล่าว
อย่างไรก็ตาม รายงานระบุว่า ประชาชนยุโรปมีจำนวนมากขึ้นที่เชื่อว่าการทุจริตเป็นเรื่องปกติในยุโรป และยังเชื่ออีกด้วยว่าการคอร์รัปชั่นเป็นเรื่องปกติในการทำธุรกิจทั่วไป







