posttoday
การเมืองไทยไร้ทางออกสื่อนอกเตือนนับถอยหลังสู่"ทางตัน"

การเมืองไทยไร้ทางออกสื่อนอกเตือนนับถอยหลังสู่"ทางตัน"

14 มกราคม 2557

ทีมข่าวต่างประเทศ

ทีมข่าวต่างประเทศ

หนังสือพิมพ์เจแปนไทมส์ในญี่ปุ่น เปิดเผยบทความกึ่งวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของสถานการณ์การเมืองไทยต่อจากนี้ หลังมีการชัตดาวน์กรุงเทพฯ ของกลุ่มผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาลนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในวันที่ 13 ม.ค. ว่า อาจนำไปสู่ความเป็นไปได้ 3 สถานการณ์ ได้แก่ 1.เกิดการรัฐประหารโดยคณะทหาร 2.เกิดการรัฐประหารทางกระบวนการศาล และ 3.มีการเลือกตั้งตามกำหนดในวันที่ 2 ก.พ. โดยไม่ว่าสถานการณ์ทางการเมืองไทยจะดำเนินไปในทิศทางใด ก็ล้วนจะฉุดรั้งให้ประเทศต้องเข้าสู่ภาวะทางตันทางการเมืองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

สื่อชื่อดังแดนปลาดิบ ระบุว่า ความเป็นไปได้แรกของสถานการณ์ทางการเมืองไทยต่อจากนี้ คือ กองทัพเข้ามาแทรกแซงก่อรัฐประหารยึดอำนาจจากรัฐบาล

ทางเจแปนไทมส์ มองว่า หากเกิดรัฐประหารขึ้นจริง ก็จะเป็นไปตามความต้องการของกลุ่มผู้ประท้วง นำโดยคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ที่พยายามสร้างความวุ่นวายอย่างต่อเนื่อง โดยหวังกดดันให้กองทัพเข้ามายึดอำนาจและนำพาประเทศเข้าสู่ภาวะปกติอีกครั้ง

รายงานได้ตั้งสมมติฐานดังกล่าวโดยอ้างอิงจากหน้าประวัติศาสตร์ทางการเมืองของไทย เพราะนับตั้งแต่ไทยเปลี่ยนแปลงการปกครองสู่ระบอบประชาธิปไตยเมื่อปี 2475 เกิดการรัฐประหารโดยคณะทหารหลายสิบครั้ง และจนถึงขณะนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ก็ยังคงไม่ตอบรับหรือปฏิเสธว่าจะมีการรัฐประหารในอนาคตหรือไม่ โดยแม้การรัฐประหารยึดอำนาจจากอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เมื่อปี 2549 ไม่เกิดการนองเลือด แต่ก็นำไปสู่การมีรัฐบาลรักษาการที่ไม่มีคุณภาพและจุดชนวนให้เกิดการแบ่งขั้วทางการเมืองที่รุนแรงจนถึงปัจจุบัน

นอกเหนือจากแนวโน้มการเกิดรัฐประหารแล้ว เจแปนไทมส์ ระบุว่า ยังมีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิดการ “รัฐประหารโดยกระบวนการศาล” เนื่องจากในปัจจุบันมีคดีทางการเมืองหลายคดีที่รอการพิจารณาคดีในชั้นศาล ซึ่งหมายรวมถึงปมทุจริตการระบายข้าวในโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งอาจนำไปสู่การยุบพรรคเพื่อไทยและตัดสิทธิสมาชิกพรรคห้ามลงเล่นการเมือง

อย่างไรก็ตาม หากไม่เกิดเหตุรัฐประหารดังกล่าวข้างต้น เจแปนไทมส์ ประเมินว่า ประเทศไทยก็ยังมีแนวโน้มเข้าสู่ภาวะทางตันทางการเมืองเช่นเดิม แม้ว่าจะสามารถจัดการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ.ได้ตามกำหนดก็ตาม

สื่อญี่ปุ่นให้เหตุผลว่า แม้จะมีการเลือกตั้งสำเร็จ แต่ก็ไม่สามารถเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้อยู่ดี ภายหลังกลุ่มผู้ประท้วงขัดขวางการรับสมัครเลือกตั้ง ทำให้มีจำนวนสมาชิกผู้แทนราษฎรไม่ถึงจำนวนตามเงื่อนไขรัฐธรรมนูญ

“หากไม่สามารถจัดตั้งสภาได้ รัฐบาลรักษาการก็ยังคงทำหน้าที่ต่อไป ไม่สามารถผ่านกฎหมาย แผนงบประมาณ หรือบริหารประเทศต่อไปได้ ซึ่งจะยิ่งจุดชนวนให้เกิดแรงกดดันให้มีการล้มรัฐบาลรักษาการต่อไปอีก” รายงานระบุ

กระนั้นก็ตาม นักวิเคราะห์บางส่วนซึ่งรวมถึง พอล แชมเบอร์ส ผู้อำนวยการฝ่ายการวิจัยสถาบันศึกษาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แห่งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มองว่า มีความเป็นไปได้สูงที่อาจไม่มีการเลือกตั้งเกิดขึ้น เนื่องจากมองว่านายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ และสมาชิกพรรคเพื่อไทย มีแนวโน้มต้องเผชิญกับการดำเนินคดีทางกฎหมายอันเข้มงวดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหากมีการตัดสินว่ามีความผิดจริง ก็จะยิ่งสร้างความชอบธรรมให้กับผู้ประท้วงเดินหน้าขับไล่รัฐบาลต่อเนื่องไปอีก และอาจนำไปสู่การเผชิญหน้ากับกลุ่มผู้สนับสนุนรัฐบาล จนนำไปสู่เหตุนองเลือดเกิดขึ้นก็เป็นได้

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน