
ยูโรโคม่าดิ่งรอบ14เดือน
มูดี้ส์เตือนวิกฤตกรีซลามทั่ว
อียูขู่นักเก็งค่าเงินหยุดโจมตี
โพสต์ทูเดย์
— สถานการณ์เงินยูโรน่าเป็นห่วง ล่าสุดอ่อนค่าทะลุสถิติในรอบกว่า 1 ปี ขณะที่วิกฤตกรีซส่อลุกลามไปทั่ว ท่ามกลางเหตุจลาจลที่ส่อเค้ายืดเยื้อสกุลเงินยูโรตกอยู่ในภาวะผันผวนอย่างรุนแรง ล่าสุดยังคงอ่อนค่าลงมาในระดับต่ำที่สุดในรอบ 14 เดือน มาอยู่ที่ 1.2737 เหรียญสหรัฐต่อ 1 ยูโร เนื่องจากความวิตกกังวลถึงความรุนแรงจากเหตุจลาจลต่อต้านมาตรการรัดเข็มขัดงบประมาณ เพื่อสกัดกั้นวิกฤตหนี้ของรัฐบาลกรีซ บวกกับความวิตกว่าวิกฤตหนี้สินอาจลุกลามไปยังประเทศ อื่นๆ ในกลุ่มประเทศที่ใช้เงินยูโร โดยเฉพาะโปรตุเกสและสเปน
สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่า อีกหนึ่งปัจจัยที่ฉุดเงินยูโรให้อ่อนค่าเป็นประวัติการณ์ คือคำเตือนของ บริษัท มูดี้ส์ ที่ระบุว่า อาจลดระดับความน่าเชื่อถือของโปรตุเกสภายในเวลา 3 เดือน เนื่องจากภาวะงบประมาณขาดดุลยังไม่มีแนวโน้มที่จะดีขึ้น ซึ่งล่าสุดมูดี้ส์ย้ำเตือนอีกครั้งว่า วิกฤตหนี้สินของกรีซเสี่ยงที่จะลุกลามจนส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบการเงินการธนาคารในอังกฤษ ไอร์แลนด์ อิตาลี โปรตุเกส และสเปน
ด้านธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดที่ก่อนหน้านี้คาดการณ์ว่า เงินยูโรอาจอ่อนค่าลงมาอยู่ที่ 1.2 เหรียญสหรัฐ ล่าสุดปรับคาดการณ์อีกครั้ง โดยเตือนว่า เงินยูโรอาจดิ่งลงมาอยู่ที่ 1.15 เหรียญสหรัฐ หากวิกฤตหนี้ลุกลามไปทั่วยุโรปภายในชั่วเวลาไม่กี่เดือนที่จะถึงนี้ นอกจากนี้วิกฤตหนี้สินของยุโรปยังไม่มีทีท่าจะสิ้นลงลงในเร็ววัน
ขณะที่ผู้นำของหลายประเทศในยุโรปเรียกร้องให้ทุกฝ่ายสนับสนุนมาตรการช่วยเหลือกรีซ และมาตรการจับตาแนวโน้มหนี้สินที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้นในหลายประเทศ โดย จอร์จ ปาปาคอนสตันตินู รัฐมนตรีคลังของกรีซ ยืนยันว่า มาตรการให้ความช่วยเหลือทางการเงินเป็นทางรอดเพียงทางเดียวสำหรับกรีซ เช่นเดียวกับ โอลลี เรห์น จากคณะกรรมาธิการการเงินของสหภาพยุโรป ที่เตือนว่าความจำเป็นเร่งด่วนในขณะนี้คือกำจัดวงวิกฤตกรีซไม่ให้ขยายวงลุกลามไปทั่วยุโรป
ด้าน โจเซ มานูเอล บาร์โรโซ ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป หรือ อีซี เตือนไม่ให้นักเก็งกำไรโจมตีค่าเงินยูโรในช่วงวิกฤตเช่นนี้ โดยขู่ว่าอีซีอาจใช้มาตรการที่เข้มงวดเพื่อควบคุมนักเก็งกำไร หากมุ่งที่จะเก็งกำไรโดยปราศจากความรับผิดชอบ
อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรี ฟรองซัวส์ ฟิลยง แห่งฝรั่งเศส ยังเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศที่ใช้เงินยูโรยังมีความแข็งแกร่ง และชี้ว่าความพยายามที่จะโจมตีค่าเงินยูโรจะต้องพบกับความล้มเหลว เนื่องจากภาวะหนี้สินโดยรวมของสมาชิกประเทศที่ใช้เงินยูโรยังต่ำกว่าสหรัฐหรือญี่ปุ่น







