posttoday
"เยนเลน" ฉลุยนั่งหัวเรือเฟดเสียงหนุนลด สะท้อนการเมืองระอุ

"เยนเลน" ฉลุยนั่งหัวเรือเฟดเสียงหนุนลด สะท้อนการเมืองระอุ

08 มกราคม 2557

ทีมข่าวต่างประเทศ

ทีมข่าวต่างประเทศ

วุฒิสภาสหรัฐโหวตผ่านด้วยคะแนนเสียงข้างมากให้ เจเน็ต เยลเลน ขึ้นดำรงตำแหน่งเป็นผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) คนใหม่แล้วเมื่อวานนี้ ด้วยเสียง 56-26 เสียง อย่างไรก็ตาม ถือว่า เยนเลน ได้เสียงสนับสนุนน้อยกว่าอดีตผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐคนก่อนๆ แสดงให้เห็นถึงปัญหาแบ่งขั้วที่ยังระอุอยู่ในการเมืองสหรัฐ

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2010 ในครั้งนั้น เบน เบอร์แนนคี ได้รับคะแนนเสียงสนับสนุนมากกว่าในวุฒิสภาที่ 70-30 เสียง ซึ่งหมายความว่า เบอร์แนนคี ได้รับเสียงสนับสนุนมากกว่า เยลเลน แม้ว่าจะมีเสียงคัดค้านที่มากกว่าก็ตาม

ความไม่พอใจที่เกิดขึ้นนั้น ส่วนใหญ่มาจากฝ่ายพลพรรครีพับลิกันที่ไม่พอใจต่อการที่ธนาคารกลางสหรัฐใช้เงินไปมากเกินไปกับการดำเนินนโยบายของเฟดที่ใช้การกระตุ้นเศรษฐกิจแบบคิวอีอย่างหนักหน่วง ซึ่งทำให้หนี้ของเฟดนั้นพุ่งขึ้นไปถึง 4 ล้านล้านเหรียญสหรัฐทีเดียว

โรเบอร์โต เพอร์รี นักวิเคราะห์จากบริษัท คอร์เนอร์สโตน มาโคร ในกรุงวอชิงตัน ซึ่งเป็นอดีตนักเศรษฐศาสตร์ของเฟดให้ความเห็นว่า ในสภาพแวดล้อมทางการเมืองของสหรัฐในปัจจุบันนี้ ถือว่าอยู่ในช่วงที่ยาก ที่สถานการณ์ต่างๆจะเย็นลง เนื่องจากยังมีความไม่พอใจกับการใช้เงินแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่มากเกินไปของรัฐบาลภายใต้การนำของประธานาธิบดี บารัก โอบามา

“เฟดอยู่ในสภาพที่ต้องถูกบังคับให้ดำเนินมาตรการที่ขัดแย้งมากมาย ไม่เพียงแต่การใช้คิวอีเท่านั้น แต่หมายถึงมาตรการแก้ปัญหาวิกฤตทั้งหมดทั้งมวล รวมไปถึงการช่วยเหลือภาคเอกชนทั้งที่เป็นธนาคารและนันแบงก์”

ทั้งนี้ กระแสความไม่พอใจของฝ่ายรีพับลิกันนั้นเห็นว่า โครงการการกระตุ้นเศรษฐกิจแบบคิวอีของเฟดนั้นทำให้เกิดความเสี่ยงของภาวะฟองสบู่สินทรัพย์ขึ้นอีก และยังก่อให้เกิดความเสี่ยงของอัตราเงินเฟ้อ แต่ทว่าจนถึงในขณะนี้ความวิตกกังวลเหล่านี้ โดยเฉพาะปัญหาเงินเฟ้อนั้นยังไม่เห็นชัดเป็นรูปเป็นร่างมากนัก โดยที่ดัชนีเงินเฟ้อสหรัฐในเดือน พ.ย.ยังอยู่ที่ระดับ 0.9% เท่านั้น ซึ่งยังต่ำกว่าเป้าหมายที่ธนาคารกลางสหรัฐวางไว้ที่ 2%

“ตลาดหุ้นกำลังเสพติดกับนโยบายเงินของเฟด โดยที่ผลประโยชน์จากนโยบายดังกล่าวที่จะเกิดกับภาคเศรษฐกิจจริงนั้นยังคงเป็นคำถามอยู่” วุฒิสมาชิก ชาร์ลส กราสลีย์ จากพรรครีพับลิกัน กล่าว

ขณะที่ทางด้าน หลุยส์ อเล็กซานเดอร์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์สหรัฐ ประจำธนาคาร โนมูระ โฮลดิง สาขานิวยอร์ก ให้ความเห็นว่า ความสงสัยที่เกิดขึ้นในสภาคองเกรสต่อนโยบายคิวอีนั้นหมายความว่า ความเป็นผู้นำของเฟดนั้นจะยังคงต้องใช้เวลาอีกมากที่จะต้องทำความเข้าใจกับสาธารณชนมากขึ้นไปอีก และต้องอธิบายกับสภาคองเกรสอีกระยะหนึ่งทีเดียว เพื่ออธิบายว่า “เฟดกำลังทำอะไรอยู่”

ทั้งนี้ การยืนยันของวุฒิสภาสหรัฐต่อการขึ้นดำรงตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐของ เยลเลน นั้นมีขึ้นในวันเดียวกันกับที่มีการเปิดเผยดัชนีภาคการบริการของสหรัฐในเดือน ธ.ค. ซึ่งปรากฏว่ายังมีความอ่อนแออยู่ในหลายจุด ทำให้ดัชนีหุ้นสหรัฐร่วงลงทันที รวมไปถึงตลาดหุ้นทั่วโลกด้วย

ดัชนีไอเอสเอ็มภาคบริการประจำเดือน ธ.ค.ของสหรัฐนั้นลดต่ำลงมาอยู่ที่ 53.0 จุด จากเดิมที่ 53.9 จุด ในเดือน พ.ย. ถือว่าเป็นระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือน ม.ค. 2013 ซึ่งในขณะนั้นดัชนีอยู่ที่ 55.2 จุด

การหดตัวของภาคบริการในสหรัฐยังเกิดขึ้นพร้อมกับดัชนีภาคการผลิตในเดือน ธ.ค.เช่นกัน โดยดัชนีพีเอ็มไอภาคการผลิตนั้นปรับลดลงมาอยู่ที่ 57.0 จุด จาก 57.3 จุด ในเดือนก่อนหน้า

ด้านการหดตัวดังกล่าวนี้ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากที่ภาคธุรกิจนั้นได้รับผลกระทบจากช่วงเทศกาลวันหยุดในช่วงปลายปีที่ผ่านมา ประกอบกับสภาพอากาศของสหรัฐที่เลวร้ายจากพายุหิมะ ซึ่งส่งผลกระทบต่อกิจกรรมด้านบริการและภาคธุรกิจโดยรวมอย่างรุนแรง

สำหรับการหดตัวดังกล่าวของดัชนีทั้งสองตัวนั้นทำให้ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปรับลดลง 0.27% เมื่อวานนี้ ขณะที่เอสแอนด์พี 500 ปรับลดลง 0.25% และแนสแด็กปรับลดลงไป 0.44% ส่วนในตลาดเอเชียนั้น ตลาดโตเกียวปรับลดลง 0.59% เช่นกัน

ขณะที่ทิศทางตลาดในเดือนนี้นั้น นักวิเคราะห์มองว่า นักลงทุนจะเริ่มให้น้ำหนักมากขึ้นกับการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐจะพิจารณาลดมาตรการคิวอีเพิ่มเติมอีกหรือไม่ หลังจากที่ได้ประกาศลดคิวอีครั้งแรกไปแล้ว โดยจะเริ่มการตัดลดจริงในเดือน ม.ค.นี้ที่ 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐต่อเดือน ทำให้ปริมาณคิวอีที่ไหลเข้าสู่ตลาดสหรัฐนั้นจะเหลือที่ 7.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐต่อเดือน

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI