posttoday
โลกจับตาการเมืองไทยระอุปะทะเดือดซ้ำหวนสู่"วิกฤต"

โลกจับตาการเมืองไทยระอุปะทะเดือดซ้ำหวนสู่"วิกฤต"

27 ธันวาคม 2556

สื่อต่างชาติทั่วโลกพร้อมใจกันรายงานเหตุขัดแย้งทางการเมืองไทย ซึ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นจนนำไปสู่การปะทะเดือดระลอกใหม่ในรอบเกือบ 2 สัปดาห์

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

สื่อต่างชาติทั่วโลกพร้อมใจกันรายงานเหตุขัดแย้งทางการเมืองไทย ซึ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นจนนำไปสู่การปะทะเดือดระลอกใหม่ในรอบเกือบ 2 สัปดาห์ ภายหลังกลุ่มผู้ชุมนุมต่อต้านรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พยายามฝ่าวงล้อมตำรวจเข้าไปด้านในสถานที่รับสมัครการเลือกตั้งเพื่อขัดขวางไม่ให้มีการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ. ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องยิงแก๊สน้ำตาและกระสุนยางสกัด โดยเหตุรุนแรงนี้มีรายงานผู้เสียชีวิตแล้ว 1 คน และรัฐบาลต้องประกาศขยายเวลาใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงไปอีก 2 เดือน

รอยเตอร์สรายงานว่า ผู้ประท้วงราว 500 คน พยายามบุกฝ่าวงล้อมของเจ้าหน้าที่ โดยมีบางส่วนใช้หนังสติ๊กและขว้างปาก้อนหินเพื่อเข้าไปด้านในศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทยญี่ปุ่น) ดินแดง สถานที่รับสมัคร สส.ระบบบัญชีรายชื่อ ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ต้องอพยพออกจากพื้นที่ด้วยเฮลิคอปเตอร์โดยเร่งด่วน

เหตุปะทะข้างต้นยังส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 32 คน โดยเอเอฟพีรายงานอ้าง สุพรรณ ศรีธรรมมา เจ้าหน้าที่ระดับสูงกระทรวงสาธารณสุข ที่ระบุว่า หนึ่งในผู้ประท้วงถูกพาตัวมาโรงพยาบาลในอาการสาหัส มีบาดแผลถูกยิงเข้าที่ศีรษะคล้ายถูกยิงด้วยกระสุนจริง

ขณะเดียวกัน เอเอฟพียังรายงานอ้าง พล.ต.ท.จงเจตน์ อาวเจนพงษ์ แพทย์ประจำโรงพยาบาลตำรวจ ระบุว่า มีเจ้าหน้าที่ถูกยิงบริเวณหน้าอกเสียชีวิต 1 คน หลังทีมแพทย์พยายามกู้ชีพนานกว่าครึ่งชั่วโมง

ด้านรัสเซีย ทูเดย์ สื่อแดนหมีขาว เปิดเผยบทความกึ่งวิเคราะห์เปรียบเทียบสถานการณ์การเมืองไทยว่าคล้ายคลึงกับเหตุความขัดแย้งทางการเมืองของบังกลาเทศในขณะนี้ โดยระบุว่า เหตุประท้วงต่อต้านรัฐบาลของทั้งสองชาติ กำลังทำให้ระบอบประชาธิปไตยตกอยู่ในภาวะอันตราย

รายงานระบุว่า พรรคฝ่ายค้านของทั้งสองประเทศต่างประกาศคว่ำบาตรการเลือกตั้ง ซึ่งการตัดสินใจดังกล่าวจุดชนวนการเผชิญหน้า และอาจนำไปสู่ความรุนแรง รวมถึงฉุดรั้งการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ทั้งนี้ ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองในบังกลาเทศเกิดขึ้นภายหลังจากพรรคชาตินิยมบังกลาเทศ (บีเอ็นพี) ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านหลัก นำโดย คาเลดา เซีย เริ่มต้นประท้วงต่อต้านรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีชีค ฮาซินา โดยพรรคบีเอ็นพี เรียกร้องให้รัฐบาลลาออกก่อนการเลือกตั้งที่กำหนดไว้ในวันที่ 5 ม.ค. และส่งมอบอำนาจให้กับรัฐบาลรักษาการที่ไม่สังกัดพรรคการเมืองใด

ทางพรรคบีเอ็นพี ให้เหตุผลว่าไม่สามารถไว้วางใจให้รัฐบาลเป็นผู้ดำเนินการจัดการเลือกตั้งได้ ทว่านายกรัฐมนตรีหญิงบังกลาเทศ ก็ยังยืนกรานที่จะไม่ลาออก เนื่องจากไม่เห็นด้วยที่จะปล่อยให้กลุ่มคนที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งเข้ามาบริหารประเทศ

ล่าสุดสถานการณ์ในบังกลาเทศทวีความตึงเครียดขึ้นอีก หลังจากกองทัพบังกลาเทศประกาศกระจายกำลังพลหมื่นนายตามพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อดูแลรักษาความปลอดภัยก่อนหน้าที่จะมีการจัดการเลือกตั้งในวันที่ 5 ม.ค. และจะปักหลักจนถึงวันที่ 9 ม.ค. โดยนับตั้งแต่เกิดเหตุปะทะกันระหว่างกลุ่มผู้ประท้วงและเจ้าหน้าที่ ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 200 คน ขณะที่การเดินขบวนปิดเส้นทางคมนาคมในหลายจุด สร้างความเสียหายต่ออุตสาหกรรมเสื้อผ้าและสิ่งทอของประเทศ คิดเป็นมูลค่าสูงถึง 2.2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ

สรีมราม โชเลีย อาจารย์ด้านกิจการต่างประเทศมหาวิทยาลัยในอินเดีย มองว่า หนทางออกที่เป็นไปได้สำหรับวิกฤตการเมืองของทั้งสองประเทศในระยะสั้น คือ การเลื่อนวันเลือกตั้งออกไปก่อนจนกว่าจะสามารถเจรจาหาข้อตกลงเพื่อให้เกิดการเลือกตั้งที่ทั้งสองฝ่ายสามารถต่อสู้กันภายใต้กรอบการเลือกตั้งได้อย่างแท้จริง เนื่องจากมองว่าการเลือกตั้งที่ไม่มีการแข่งขันโดยสมบูรณ์ จะไม่สามารถยุติเหตุปะทะกันบนท้องถนนของกลุ่มผู้สนับสนุนได้

โชเลีย แสดงความเห็นอีกว่า เพื่อปกป้องระบอบประชาธิปไตยไว้ ผู้กุมอำนาจจำเป็นต้องแสดงปฏิภาณไหวพริบและปรับเปลี่ยนกลยุทธ์เพื่อโน้มน้าวให้ฝ่ายตรงข้ามสามารถยอมรับและคล้อยตามความต้องการให้ได้อีกด้วย

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI