
สื่อนอกชี้การเลือกตั้งสะท้อนความแตกแยกในไทย
นิวยอร์ไทม์สระบุการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในไทยแสดงให้เห็นความแตกแยกที่ขยายตัวเป็นวงกว้าง
นิวยอร์ไทม์สระบุการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในไทยแสดงให้เห็นความแตกแยกที่ขยายตัวเป็นวงกว้าง
โธมัส ฟูลเลอร์ ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์ ประจำประเทศไทย เกาะติดรายงานสถานการณ์ทางการเมืองไทยอย่างต่อเนื่อง โดยรายงานว่าความพยายามของกลุ่มผู้ประท้วงขับไล่รัฐบาลที่นำโดย กำนันสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่จะขัดขวางไม่ให้การเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ. เกิดขึ้นนั้น ได้สะท้อนให้เห็นความแตกแยกภายในสังคมไทยที่กำลังขยายตัวเป็นวงกว้างในวิกฤตการเมืองไทยในขณะนี้
รายงานระบุว่า สถานการณ์ล่าสุด เริ่มทวีความตึงเครียดมากขึ้น เมื่อสุเทพประกาศแนวทางการชุมนุมอย่างชัดเจนโดยเรียกร้องให้กลุ่มมวลชนปิดทางเข้าออกสนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง เพื่อไม่ให้พรรครัฐบาลและพรรคการเมืองอื่นๆ ลงสมัครรับเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้นได้ พร้อมกล่าวว่ากลุ่มผู้ชุมนุมจะปิดประเทศ และขัดขวางทุกคนที่ลงรับเลือกตั้ง
โดยช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่การประท้วงกำลังร้อนแรงภายในกรุงเทพมหานครเมืองหลวงของประเทศไทย นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตรก็กำลังอยู่ท่ามกลางมวลชนผู้สนับสนุนห่างจากศูนย์กลางประเทศหลายร้อยไมล์ในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ซึ่งเป็นฐานเสียงสนับสนุนสำคัญของพรรคเพื่อไทย โดยฟูลเลอร์รายงานว่า เหตุการณ์คู่ขนานที่เกิดขึ้นนี้ ได้สาดสีสันให้กับความวุ่นวายทางการเมืองไทย และทำให้ความแตกแยกเด่นชัด
ฟูลเลอร์ระบุว่า เช่นเดียวกันกับความแตกแยกระหว่างรัฐสีแดงกับรัฐสีฟ้าภายในประเทศสหรัฐ การแบ่งแยกตามภูมิศาสตร์ของไทยเริ่มเห็นได้ชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ และขณะที่วิกฤตการเมืองยังคงดำเนินต่อไป ไทยในตอนนี้กำลังแบ่งออกเป็น 2 ฝั่ง ระหว่างฝ่ายที่เห็นว่าการเลือกตั้งจะเป็นทางออกกับฝ่ายที่มองว่าประเทศไทยควรชะลอระบอบประชาธิปไตยขณะที่กำลังปฎิรูประบบการเมืองประเทศ ซึ่งเป็นแนวทางที่ฝ่ายผู้ชุมนุมประท้วงสนับสนุน
ทั้งนี้ เพื่อตอกย้ำให้เห็นความแตกแยก ฟูลเลอร์ได้รายงานโดยสัมภาษณ์ความเห็นทางการเมืองของคนไทย จากบรรดามวลชนที่เข้ามาชุมนุมประท้วงและประชาชนทั่วไปที่ยังคงใช้ชีวิตทำมาหากินกันตามปกติ โดยความเห็นของแต่ละฝ่ายคือตัวสะท้อนความแตกแยกภายในประเทศไทยได้เป็นอย่างดี
ฝ่ายที่สนับสนุนแนวทางของกลุ่มต่อต้านขับไล่รัฐบาลเห็นตรงกันว่ารัฐบาลชุดปัจจุบันใช้ประโยชน์จากนโยบายประชานิยมเพื่อเอาใจขาวไร่ชาวนามากเกินไปจนเป็นอันตรายต่อประเทศโดยรวม และว่าไม่เชื่อมั่นกับการเลือกตั้งเพราะผู้มีสิทธิเลือกตั้งส่วนหนึ่งโดยเฉพาะทางตอนเหนือของประเทศมีจิตใจที่ใสซื่อจนถูกชักจูงได้ง่าย
ขณะที่ฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลระบุชัดว่าสนับสนุนรัฐบาลปัจจุบันเพราะประทับใจและซาบซึ่งในนโยบายที่เป็นประโยชน์กับประชาชนทุกคนอย่างทั่วถึง เช่น ระบบประกันสุขภาพ และการขยายรถไฟความเร็วสูงไปตามต่างจังหวัด
ความคิดที่ไปกันคนละแนวทางทำให้ฟูลเลอร์ปิดท้ายรายงานด้วยความเห็นของฝ่ายที่สวนทางกับกลุ่มมวลชนที่กำลังต่อต้านการเลือกตั้งในขณะนี้ว่าไม่มีความเป็นไปได้ที่จะยุติการเลือกตั้ง และประเทศชาติจะดำรงอยู่ได้อย่างไร หากปราศจากกฎระเบียบ ปราศจากผู้นำ
อย่างไรก็ตาม แม้ต่างฝ่ายต่างยืนกรานจุดยืนของตนเองอย่างแน่วแน่ โดยพรรคประชาธิปัตย์ พรรคฝ่ายค้านแถลงยืนยันจะคว่ำบาตรการเลือกตั้ง และนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ระบุชัดว่าได้คืนอำนาจการตัดสินใจสู่ประชาชนเพื่อให้ตัดสินอนาคตประเทศ และเป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายควรต้องยอมรับเพราะเป็นกติกาประเทศ กระนั้น ฟูลเลอร์ระบุว่า ปัญหาน่าหวาดหวั่นที่แท้จริงก็คือบรรดามวลชนกลุ่มเสื้อแดงที่แกนนำของกลุ่มดังกล่าวได้แสดงท่าทีชัดเจนว่า พร้อมจะลุกขึ้นมาตอบโต้ทุกเมื่อหากสถานการณ์การเมืองไทยในปัจจุบันเลวร้ายจนนำไปสู่การรัฐประหารอีกระลอก







