
Hokkaido Slow Drive 21 (ตอนจบ)
ที่ Tokachi Sahoro Resort นี้ยังมีของดีอีกอย่างนึงคืออาหารเช้าครับ
ที่ Tokachi Sahoro Resort นี้ยังมีของดีอีกอย่างนึงคืออาหารเช้าครับ โดยปกติโรงแรมและรีสอร์ทส่วนใหญ่จะบริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟต์ ซึ่งมีความหลากหลายอยู่แล้ว แต่ในความหลากหลายนั้นหลายสิ่งหลายอย่างมันไม่ค่อยได้คุณภาพเท่าไหร่ โดยเฉพาะโรงแรมที่มีลูกค้าหลักเป็นกรุ๊ปทัวร์ บางแห่งนี่ผมบอกตามตรงเลยว่ามีให้ครบองค์ประกอบไปอย่างนั้นเอง เพราะไม่มีอะไรอร่อยเลย แค่ทานให้อิ่มท้องเท่านั้น แต่สำหรับที่ Sahoro Resort นี้ทานแล้วติดใจอยากกลับไปทานอีก เห็นตอนแรกก็คิดว่าคงธรรมดา แต่พอนั่งทานไปก็อดแปลกใจไม่ได้ เพราะอร่อยทุกอย่าง ผมมีวิธีวัดคุณภาพอาหารเช้าจากของธรรมดาๆ อย่างเช่น ข้าว ไส้กรอก หรือขนมปัง หลายโรงแรมที่ผมเคยไปพักต่างละเลยของธรรมดาๆ เหล่านี้จนเป็นเหตุให้เสียลูกค้าดีๆ ไปหมด แต่ที่นี่เขาเลือกของคุณภาพดีมาบริการลูกค้า ข้าวก็คุณภาพดี ไส้กรอกก็กรอบอร่อย ยิ่งขนมปังนี่สุดยอดเลยครับ ผมอดสงสัยไม่ได้ก็เลยสอบถามพนักงานตามนิสัยอยากรู้อยากเห็น ปรากฏว่าพนักงานไปเชิญแม่ครัวมาคุยกับผมเลยได้ข้อมูลมาเพิ่มพูนสติปัญญาว่าแถว Tokachi นี้เป็นแหล่งเพาะปลูกธัญพืชชั้นดี ทางโรงแรมจึงมีไอเดียนำเอาธัญพืชท้องถิ่นมาทำเป็นขนมปังเลยได้ขนมปังที่อร่อยถูกปากลูกค้ามาจนทุกวันนี้
หลังจากอาหารเช้าแล้วผมก็เช็กเอาต์เก็บข้าวของขึ้นรถออกเดินทางสู่เมืองชิโตเสะเพื่อคืนรถ ระหว่างทางแวะดูฟาร์มวัวนมในเมืองชินโตกุให้เจ้าตัวเล็กได้ตื่นเต้นเสียหน่อย อย่างที่เกริ่นไว้เมื่อสองสัปดาห์ที่แล้วว่าเมืองเล็กๆ อย่างชินโตกุนี้มีของดีไม่น้อย เพราะแถวนี้เขาเป็นเมืองเกษตร ตอนขามาผมลองเปิดแผนที่ขับรถโดยไม่ใช้ Navigator ดู ปรากฏว่าหลงบ้าง เจอบ้าง แต่ก็ไปถึง Sahoro Resort จนได้ และจากการหลงทำให้พบว่าแถวนี้มีฟาร์มวัวหลายแห่ง ขากลับเลยลองแวะเที่ยวดู นอกจากนี้ยังมีฟาร์มธัญพืชอีกมากมายหลายแห่งตรงกับที่คุณแม่ครัวบอกไว้ เสียดายว่ามีกำหนดคืนรถเย็นนี้ ไม่อย่างนั้นถ้าเปลี่ยนแผนมานอนที่เมืองชินโตกุนี้อีกซักคืนคงจะได้เห็นอะไรดีๆ อีกเยอะ ก่อนออกจากเมืองผมขับรถวนหาร้านขนมปังร้านนึง ซึ่งขึ้นชื่อลือชาที่สุดในเมืองนี้ ผมป้อนเบอร์โทรที่อยู่ในคู่มือท่องเที่ยวเข้าไปใน Navigator ก็หาไม่เจอ Map Code ก็ไม่มี เลยต้องกางแผนที่ขับไปถามชาวบ้านไป จนในที่สุดก็เจอปรากฏว่าเป็นกระต๊อบเล็กๆ หลังนึงอยู่กลางทุ่ง ลงจากรถเดินเข้าไปเห็นประตูหน้าต่างปิดเงียบเลยลองเดินอ้อมไปด้านหลังเจอเจ้าตูบเห่าใส่เสียงดังลั่น เจ้าของร้านโผล่หน้าออกมาดู คงเห็นผมท่าทางเงอะๆ งะๆ เลยเดินมาบอกผมว่าวันนี้ร้านปิด จะเปิดเฉพาะศุกร์ เสาร์ อาทิตย์เท่านั้น เสียดายมากๆ อุตส่าห์หาจนเจอแล้ว เลยตั้งใจไว้ว่าปีหน้าจะต้องกลับมาชิมให้จงได้
ผมขับรถออกจากชินโตกุ (อย่างไม่ยินยอมพร้อมใจ) ขึ้นทางด่วนมุ่งหน้าสู่เมืองชิโตเสะ ระหว่างที่ขับไปก็นึกว่าจะหาอะไรทานดี แต่ข้อมูลในสมองนั้นน้อยมาก เพราะส่วนใหญ่เวลามากับคณะทัวร์ก็ทานแต่ร้านทัวร์ลงไม่มีโอกาสได้ทานร้านดีๆ กะเขา ขับๆ ไปถึงในเมืองดันปวดท้องหนักขึ้นมาเลยต้องปักหัวเข้าร้านเนื้อย่างข้างทางโดยความจำเป็น อันที่จริงระยะหลังๆ นี่ผมไม่ค่อยทานเนื้อย่างสุ่มสี่สุ่มห้า แต่รอบนี้มันจวนตัวเลยต้องยอม เห็นป้ายชื่อร้านแล้วก็แอบอมยิ้ม เพราะร้านนี้ชื่อ Jujuen ตั้งได้ใกล้เคียงกับร้าน Jojoen ซึ่งเป็นร้านโปรดของผม เนื่องจากอายุมากขึ้นก็เลยไม่เน้นปริมาณ จึงเลือกสั่งเฉพาะที่อยากทานจริงๆ เมนูประจำๆ ก็ไม่หนี TokujoKarubi และถ้ามีเนื้อคุณภาพดีจริงๆ ก็จะสั่ง Serlion หรือ Tenderloin มาทานจะได้ไม่หนักแรงกระเพาะ ประเภทบุฟเฟต์กินไม่อั้น กินเท่าไหร่ก็ได้ไม่จำกัดเดี๋ยวนี้ไม่เอาเลย เพราะคุณภาพของเนื้อมักจะไม่ค่อยดี ทานเยอะไปจะเป็นภัยต่อสุขภาพ เพราะการทานเนื้อเพียงอย่างเดียวมันไม่ดีต่อระบบการย่อย ควรต้องเพิ่มไฟเบอร์ให้มากด้วยการสั่งผักมาทานด้วยเยอะๆ ผมสั่งเนื้อมา 2 จาน และซีฟู้ดรวมอีกหนึ่งจาน พร้อมผักสดอีก 2 ถาดใหญ่ ย่างเนื้อห่อกับผักทานอร่อยกว่าเนื้อล้วนๆ ครับ ทานเสร็จก็ขับรถไปแวะที่อิออนเพื่อซื้อของเข้าบ้าน คนไทยที่มาญี่ปุ่นกับคณะทัวร์มักจะแวะอิออนกันทั้งนั้น เพราะมีทั้งร้านค้าให้ช็อปปิ้งเก็บตก มีซูเปอร์มาร์เก็ตให้ซื้อขนมและของฝาก ซื้อเสร็จก็มีลังกระดาษให้บรรจุเรียบร้อยไม่เป็นภาระในการยัดลงกระเป๋าใหญ่ สำหรับผมการแวะอิออนเป็นเรื่องจำเป็นมาก เพราะอาหารแห้งจำพวกข้าว สาหร่าย ผงโรยข้าว น้ำสลัด ฯลฯ ผมหิ้วจากที่นี่เกือบทุกครั้ง นอกจากนี้ยังมีแผนกของเล่นและเสื้อผ้าเด็กที่ราคาไม่แพงอีกด้วย ช็อปเสร็จก็บรรจุลงลังกระดาษแล้วก็แบกขึ้นรถเป็นอันจบภารกิจของทริปนี้อย่างสมบูรณ์ จากนั้นก็ขับรถต่อไปยังจุดหมายปลายทางสุดท้าย ที่ศูนย์เช่ารถของ ORIX เพื่อคืนรถตามกำหนดเวลาพอดิบพอดี
กระบวนการคืนรถนั้นง่ายกว่าการเช่าเยอะ พอเราขับเข้ามาในศูนย์ เจ้าหน้าที่ก็จะมารอตรวจรับรถว่ามีร่องรอยการเกิดอุบัติเหตุหรือไม่ เช็กอุปกรณ์พื้นฐานว่าอยู่ครบถ้วนและตรวจสอบระดับน้ำมัน ในกรณีที่เราไม่อยากแวะเติมก็สามารถนำรถกลับมาที่ศูนย์แล้วให้เจ้าหน้าที่ขับไปเติมให้ก็ได้ เพราะมีปั๊มตั้งอยู่ในศูนย์เลย ราคาเท่ากับเติมปั๊มมาตรฐานด้านนอกสะดวกดีครับ ผมขนของลงจากรถแล้วก็อดสังเวชใจไม่ได้ บ้านผม 4 คน มีกระเป๋าใหญ่ 5 ใบเล็ก 2 ใบ รถเข็น 1 คัน และลังกระดาษขนาดกลางอีก 2 ลัง ในระหว่างที่ผมเอาของลงจากหลังรถนั้น ก็มีนักท่องเที่ยวชาวไต้หวันมาคืนรถเช่นกัน ของเขาเป็นรถขนาดเล็กกว่า แต่นั่งกันมาคันละตั้ง 5 คน แต่มีสัมภาระแค่กระเป๋าเล็กคนละใบเท่านั้นเอง เปรียบเทียบกันแล้วมันเลยขำไม่ออกเลยครับ เจ้าหน้าที่ของ ORIX ทำงานกันไวมาก แค่ 10 นาที กระบวนการคืนรถรวมเติมน้ำมันก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย ผมจ่ายค่าทางด่วนไปไม่ถึงหมื่นเยนและค่าน้ำมันอีกไม่ถึงหมื่นเยนเช่นกัน เป็นอันจบทริปขับรถเที่ยวฮอกไกโดรอบนี้อย่างสมบูรณ์และมีความสุข ได้ทานอาหารร้านใหม่ๆ ที่ทัวร์ไม่มีโอกาสได้ไป ได้นอนที่พักแนวใหม่ที่ทัวร์นอนไม่ได้ ได้เที่ยวที่ใหม่ๆ ที่ทัวร์ไปไม่ถึง และได้ประสบการณ์ใหม่ๆ ที่หาไม่ได้จากการไปกับคณะทัวร์ ไม่ใช่ว่าไปกับทัวร์ไม่ดีนะครับ เพราะผมก็เป็นคนทำงานทัวร์ เพียงแต่การไปเที่ยวเองด้วยการขับรถมันสนุกกว่าและมีอิสระมากกว่า และถ้าให้ผมเลือก ผมขอเลือกขับรถเที่ยวเองมากกว่าครับ







