
ยูเครนชุมนุมใหญ่ล้านคนลั่นไม่เจรจาถ้า ปธน.ไม่ลาออก
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
ผู้ประท้วงชาวยูเครนราว 2 แสนคนต่างหลั่งไหลกันออกมารวมตัวที่จัตุรัสประกาศเอกราชในกรุงเคียฟ เมื่อวันที่ 8 ธ.ค.ที่ผ่านมา เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการชุมนุมทางการเมืองครั้งใหญ่ที่ตั้งเป้าไว้ที่ 1 ล้านคน ในขณะที่พรรคฝ่ายค้านยูเครนประกาศก้องว่าจะเจรจากับประธานาธิบดี วิกเตอร์ ยานูโควิช ก็ต่อเมื่อ ยานูโควิช ประกาศลาออกและแต่งตั้งผู้นำยูเครนคนใหม่ที่พร้อมเดินหน้าความร่วมมือกับฝั่งสหภาพยุโรป (อียู) ให้แนบแน่นขึ้นเท่านั้น
เอเอฟพี รายงานว่า ยูเลีย ทีโมเชนโก อดีตนายกรัฐมนตรีของยูเครน ที่ถูกจำคุกอยู่ในขณะนี้ ระบุผ่านแถลงการณ์ซึ่งอ่านโดยลูกสาวของเจ้าตัวระบุว่า ขณะนี้พรรคฝ่ายค้านของยูเครนต้องการให้ ยานูโควิช ลาออกในทันที ซึ่งภายหลังจากอ่านแถลงการณ์เสร็จ กลุ่มผู้ชุมนุมได้ตะโกนโห่ร้องคำว่า “ลาออก” พร้อมกันหลายครั้ง
ส่วนบรรยากาศการชุมนุมก็เป็นไปอย่างคึกคัก โดยผู้ประท้วงต่างโบกสะบัดธงสัญลักษณ์ของสหภาพยุโรป(อียู) และธงชาติยูเครน รวมถึงธงตราสัญลักษณ์ที่ใช้ในสมัยกองกำลังต่อต้านคอมมิวนิสต์สีแดงดำในอดีตขึ้นมาใช้อีกด้วย ขณะที่ผู้ชุมนุมบางส่วนได้สวมหมวกเหล็กเพื่อป้องกันตนเอง ถ้าหากเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าสลายการชุมนุม
ขณะที่เอพีรายงานว่าการชุมนุมใหญ่วานนี้คาดว่าจะเป็นการประท้วงครั้งใหญ่สุดในรอบ 3 สัปดาห์ หรืออาจใหญ่สุดนับตั้งแต่การปฏิวัติสีส้มในปี 2004 เพื่อประท้วงประธานาธิบดียูเครนที่ยกเลิกการทำข้อตกลงการค้ากับอียู และหันไปกระชับความสัมพันธ์กับรัสเซีย ซึ่งเป็นพันธมิตรเก่าเมื่อครั้งยุคอดีตสหภาพโซเวียตแทน
แม้การชุมนุมที่จัตุรัสประชาธิปไตยกลางกรุงเคียฟจะอยู่ในสภาพที่หนาวจัดพร้อมมีหิมะโปรยปราย ทว่าประชาชนเรือนแสนก็ทยอยไปชุมนุมกันอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 7 ธ.ค. โดยมีการตั้งเต็นท์ทำอาหารเพื่อแจกจ่ายผู้ชุมนุมอย่างทั่วถึงกับการกินนอนในที่ชุมนุม พร้อมทั้งมีการเชิญบาทหลวงมาทำพิธีทางศาสนาในวันอาทิตย์ให้กับผู้ชุมนุมถึงที่อีกด้วย
ทั้งนี้ บรรยากาศของการต่อต้านทางการเมืองเป็นไปอย่างตึงเครียดมากขึ้น หลังจากที่ ยานูโควิช เดินทางไปรัสเซียเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งทำให้พรรคฝ่ายค้านและกลุ่มผู้ประท้วงวิตกว่าผู้นำยูเครนจะแอบไปลงนามข้อตกลงความร่วมมือใดๆ กับรัสเซีย ซึ่งจะทำให้เกิดความสัมพันธ์ในรูปแบบที่คล้ายกับยุคโซเวียตกลับมาอีกครั้ง ในขณะที่ปัจจุบันนี้ชาวยูเครนจำนวนมากต้องการให้รัฐบาลหันไปผนึกความร่วมมือกับฝั่งยุโรปแทนมากกว่า







