
ไออุ่นที่ปรารถนา
ลองคิดดูว่า ในขณะที่อุณหภูมิกำลังลดต่ำลงเรื่อยๆ แต่เราต้องใช้ชีวิตอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไร้ซึ่งไออุ่น
ลองคิดดูว่า ในขณะที่อุณหภูมิกำลังลดต่ำลงเรื่อยๆ แต่เราต้องใช้ชีวิตอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไร้ซึ่งไออุ่น จะรู้สึกทรมานแค่ไหน ประสบการณ์ดังกล่าวเป็นที่คุ้นเคยกันอย่างดีในหมู่ชาวจีนทางใต้ที่ต้องผ่านพ้นฤดูหนาวของทุกปี แน่นอนว่าการได้รับไออุ่นจากเครื่องคลายความหนาวนานาชนิด ถือเป็นความสุขอย่างหนึ่งของการดำเนินชีวิตในช่วงที่อากาศหนาวเย็น ทว่าการส่งผ่านความร้อนผ่านท่อส่วนกลางนั้น แต่ไหนแต่ไรมามีให้เฉพาะชาวจีนที่อาศัยอยู่ทางตอนเหนือของประเทศเท่านั้น จึงมีคำถามตามมาว่า ชาวจีนทางใต้ที่บางพื้นที่ก็มีอากาศหนาวเย็นไม่แพ้กันควรได้รับไออุ่นดังกล่าวด้วยหรือไม่
มาตรฐานอุณหภูมิห้องของพื้นที่ทางเหนือในช่วงฤดูหนาวอยู่ที่ 1624 องศาเซลเซียส ถือเป็นค่าที่สูงมากในสายตาของชาวจีนทางใต้ที่ไม่ได้รับไออุ่นจากเครื่องคลายความหนาวผ่านท่อส่วนกลาง อย่างไรก็ดี การวางระบบส่งความร้อนผ่านท่อส่วนกลางของชาวจีนทางใต้จะมีความเป็นไปได้มากน้อยเพียงใด ยังคงเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ในขณะนี้
ร่างกายมนุษย์เราสามารถเผชิญกับสภาพอากาศที่มีอุณหภูมิไม่ต่ำกว่า 16 องศาเซลเซียส เพราะหากต่ำกว่านั้น ก็จะรู้สึกได้ถึงความหนาวเย็นและไม่สบายตัว เราจะสังเกตได้ว่า สถิติอุณหภูมิในช่วงฤดูหนาวที่เกิดขึ้นกับพื้นที่ทางตอนใต้ในช่วงหลายปีมานี้ มีแนวโน้มลดต่ำลงเรื่อยๆ และโดยมากมักมีอุณหภูมิต่ำกว่าเกณฑ์การยอมรับได้ของร่างกายดังที่กล่าวไว้ข้างต้น
เซี่ยงไฮ้ มณฑลเจ้อเจียง มณฑลเจียงซี มณฑลหูเป่ย์ เป็นต้น ซึ่งถือเป็นจุดคาบเกี่ยวระหว่างพื้นที่ที่มีอากาศหนาวเย็นและอากาศอบอุ่นของประเทศ ในช่วงฤดูหนาวผู้คนที่อาศัยอยู่บริเวณเหล่านี้จะรู้สึกถึงไอเย็นยะเยือก อุณหภูมิลดลงไปแตะที่ระดับ 0 องศาเซลเซียส หรือต่ำกว่านั้น ขณะที่อุณหภูมิที่ระดับ 5 องศาเซลเซียส กินเวลาอย่างมากเพียง 12 เดือน นั่นหมายความว่าเวลาที่เหลืออีกเกือบเดือน คนเหล่านั้นต้องทนกับความหนาวเหน็บ เพียงเพราะได้ชื่อว่าเป็นพื้นที่ทางตอนใต้
พื้นที่ทางตอนใต้โดยเฉพาะแถบที่อยู่ใกล้ๆ แม่น้ำแยงซีเกียง อากาศหนาวเย็นเป็นพิเศษในช่วงฤดูหนาว ยิ่งช่วง 23 ปีที่ผ่านมา ภาวะโลกร้อนส่งผลให้ปริมาณไอน้ำในอากาศเพิ่มขึ้น ทวีความรุนแรงให้แก่อากาศในช่วงฤดูหนาวบริเวณพื้นที่เหล่านี้อย่างมาก และมีความชื้นในอากาศเพิ่มขึ้น
นับแต่ปี 2008 เป็นต้นมา ประเด็นเรื่องการเรียกร้องให้ภาครัฐดำเนินนโยบายส่งความร้อนผ่านท่อส่วนกลางไปยังบ้านพักอาศัยของชาวจีนทางใต้มีการหยิบยกมาพูดคุยกันหนาหูขึ้น หากจะกล่าวว่าการส่งความร้อนผ่านท่อในช่วงฤดูหนาว ถือเป็นความจำเป็นอย่างมากของคนทางเหนือ ขณะที่การส่งความร้อนผ่านท่อไปสู่บ้านเรือนประชาชน ถือเป็นความต้องการในเรื่องการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนทางใต้ก็คงไม่ผิดอะไรนัก สำหรับพื้นที่ที่เศรษฐกิจเจริญก้าวหน้าอย่างมาก ความต้องการเรื่องความอบอุ่นภายในบ้านช่วงฤดูหนาวก็ไม่แพ้ทางเหนือแม้แต่น้อย
แต่ก็มีการวิเคราะห์ว่า หากจะให้รัฐส่งผ่านเครื่องคลายความหนาวไปยังผู้ที่อยู่อาศัยทางใต้ก็มีปัญหาด้วยกันนานัปการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความคุ้มค่า เป็นที่รู้กันว่าพอย่างเข้าสู่ฤดูหนาว พื้นที่ที่มีความหนาวเหน็บเป็นพิเศษทางตอนเหนือจะได้รับการส่งผ่านความร้อนยาวนานถึง 210 วัน ขณะที่ในบางพื้นที่จะได้รับ 180 วัน ส่วนพื้นที่อื่นๆ อย่างปักกิ่งหรือมณฑลซานตงจะได้รับ 120 วัน และ 90 วัน ตามลำดับ
ทว่า การสร้างระบบเครือข่ายส่งความร้อนผ่านท่อที่ต้องใช้เงินทุนขนาดใหญ่ แต่ใช้งานจริงเพียงแค่เวลาสั้นมากๆ ให้แก่สภาพอากาศที่หนาวเย็นจัดจะกินเวลาไม่เกิน 60 วันในบางพื้นที่ทางตอนใต้ หรืออาจน้อยกว่านั้นคือกินเวลาเพียง 40 กว่าวัน ถือว่าไม่ค่อยคุ้มค่านัก
อีกอย่างระดับน้ำใต้บาดาลทางตอนใต้ก็สูงมาก ส่งผลต่อการทำลายเครือข่ายท่อส่งผ่านความร้อน ด้วยเหตุนี้การสร้างระบบส่งผ่านความร้อนดังกล่าวจึงอยู่ในภาวะได้ไม่คุ้มเสีย
แม้ว่าประชากรทางตอนใต้ในปัจจุบันจะมีปริมาณมากแต่ก็ยังน้อยกว่าประชากรทางตอนเหนือในช่วงแรกเริ่มที่มีการวางระบบท่อส่งผ่านความร้อน ระบบสาธารณูปโภคใต้ดินที่มีอยู่เดิมของเมืองทางใต้ก็มีความซับซ้อนและมีขนาดใหญ่มาก หากเพิ่มระบบการส่งผ่านความร้อนเข้าไปอีกถือว่ามีความยากลำบากอยู่มาก
สำหรับชาวใต้ที่มีฐานะดี การส่งความร้อนผ่านท่อส่วนกลาง อาจไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญนัก เพราะสามารถซื้อเครื่องคลายความหนาวนานาชนิด ตรงกันข้ามชาวบ้านที่มีรายได้ต่ำ ไม่มีกำลังซื้อเครื่องอำนวยความสะดวกเหล่านี้ หรือถึงจะซื้อมาก็ไม่กล้าใช้งานหนักเพราะกินไฟเยอะมาก คนเหล่านี้จึงต้องเผชิญหน้ากับความหนาวเหน็บอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ปัญหาเรื่องการส่งความร้อนผ่านท่อที่ยังไม่ครอบคลุมไปทั่วประเทศ ยังคงไม่มีบทสรุปอันเป็นผลมาจากเหตุผลหลายประการ ทว่าหากปล่อยให้ประเด็นดังกล่าวยืดเยื้อไปเรื่อยๆ ผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงอย่างชาวบ้านตาดำๆ จำนวนมาก ก็คงต้องผ่านพ้นฤดูหนาวไปด้วยความทรมานทุกครั้งที่ลมหนาวมาเยือน







