
ยูเครนปิดล้อมทำเนียบยกระดับไล่รัฐบาล
ยูเครนปิดล้อมทำเนียบรัฐบาลได้แล้ว ขวางไม่ให้ข้าราชการทำงานได้ กดดันรัฐบาลลาออก ประธานาธิบดีนายกรัฐมนตรี ยังเงียบกริบ
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
ยูเครนปิดล้อมทำเนียบรัฐบาลได้แล้ว ขวางไม่ให้ข้าราชการทำงานได้ กดดันรัฐบาลลาออก ประธานาธิบดีนายกรัฐมนตรี ยังเงียบกริบ
ผู้ประท้วงชาวยูเครนราว 1,000 คน เข้าปิดล้อมทำเนียบรัฐบาลได้แล้วเมื่อวันที่ 2 ธ.ค. ในการประท้วงขับไล่ประธานาธิบดี วิคเตอร์ ยานูโควิช หลังจาก ที่รัฐบาลกลับลำไม่ยอมลงนามในข้อตกลงการค้า กับสหภาพยุโรป และกลับไปฝักใฝ่รัสเซียดังเดิม
สถานการณ์การประท้วงมีขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว โดยเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมานั้น ตำรวจได้ใช้ แก๊สน้ำตาเข้าสลายผู้ประท้วงทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก
อย่างไรก็ตาม ล่าสุดนั้นผู้ประท้วงสามารถปิดล้อมอาคารทำเนียบรัฐบาลในกรุงเคียฟได้แล้วทั้งหมด ทำให้ข้าราชการไม่สามารถเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ โดยผู้ประท้วงนำสิ่งของต่างๆ มาขวางถนนเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็น ถังขยะ ตู้คอนเทนเนอร์ รวมไปถึงกระถางต้นไม้ด้วย
ทางด้านโฆษกของนายกรัฐมนตรี มีโกลา อาซารอฟ กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ในระหว่างการเจรจากับผู้ประท้วงเพื่อขอให้ข้าราชการกลับเข้าไปทำงาน ซึ่งตัวนายกรัฐมนตรีเองก็ยังไม่สามารถกลับเข้าไปทำงานได้เช่นกัน
ทั้งนี้ ผู้ประท้วงพุ่งเป้าปิดล้อมอาคารทำเนียบรัฐบาลโดยมีฝ่ายค้านให้ความร่วมมือในการประท้วงครั้งนี้ โดยเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมานั้น ได้มีประชาชนออกมารวมตัวประท้วงกันมากถึง 3.5 แสนคนทั่วกรุงเคียฟ ซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศ
กระนั้นก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีท่าทีใดๆ จากประธานาธิบดี ยานูโควิช ซึ่งมีกำหนดเดินทางเยือนจีนในวันนี้ ขณะที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายข่าวของรัฐบาลยืนยันว่าข้าราชการและลูกจ้างรัฐยังคงปฏิบัติงานได้ตามปกติ แต่ปฏิเสธว่าประธานาธิบดีอยู่ที่ใด
ทั้งนี้ แกนนำฝ่ายค้านและผู้ประท้วงได้เรียกร้องให้ประธานาธิบดีและรัฐบาลลาออกยกชุด หลังจากที่เกิดความไม่พอใจขึ้นที่รัฐบาลกลับลำไม่ยอมลงนามใน ข้อตกลงการค้ากับสหภาพยุโรป ซึ่งเป็นก้าวสำคัญที่จะทำให้ยูเครนเข้าเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพยุโรป อีกทั้งรัฐบาลยังกลับลำนโยบายการค้าไปอิงกับรัสเซียอีกด้วย สร้างความไม่พอใจให้กับประชาชนอย่างยิ่ง
เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ได้เกิดการปะทะกันอย่างรุนแรงระหว่างผู้ประท้วงและตำรวจปราบจลาจลที่ยิงแก๊สน้ำตาเข้าใส่ฝูงชน อีกทั้งยังใช้กระบองไล่ทุบตี ซึ่งในเวลาต่อมาผู้ประท้วงได้สวมหน้ากากป้องกันแก๊สและบุกเข้าไปล้มอนุสาวรีย์ วลาดิมีร์ เลนิน ผู้ก่อตั้งอดีตสหภาพโซเวียต ซึ่งยูเครนเคยเป็นส่วนหนึ่งมาก่อน
พรรคฝ่ายค้านยังเรียกร้องให้มีการประท้วงหยุดงานทั่วประเทศโดยเริ่มตั้งแต่เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. อย่างไร ก็ตามยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าเสียงเรียกร้องดังกล่าวได้รับการตอบสนองหรือไม่อย่างไร
รายงานระบุว่า ธนาคารแห่งชาติซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับทำเนียบรัฐบาลยังคงเปิดทำการเป็นปกติ แต่ทว่าศาลาว่าการเมืองนั้นถูกผู้ประท้วงเข้ายึดแล้ว ขณะที่เจ้าหน้าที่ประจำศาลว่าการนั้นได้รับคำสั่งให้หยุดงานอยู่บ้าน







