
เศรษฐีลูกทุ่ง (จบ)
ผลการสำรวจของนิตยสารหูยุ่นเกี่ยวกับถู่เหาที่มีทรัพย์สินระดับเงินล้านของจีนประจำปี 2013
ผลการสำรวจของนิตยสารหูยุ่นเกี่ยวกับถู่เหาที่มีทรัพย์สินระดับเงินล้านของจีนประจำปี 2013 ชี้ให้เห็นว่าอายุเฉลี่ยอยู่ที่ 38 ปีกว่าร้อยละ 70 เป็นเพศชาย เฉลี่ยแล้วมีรถ 3 คัน นาฬิกายี่ห้อ 4 เรือน เดินทางต่างประเทศปีละ 2.8 ครั้ง ชอบไปฝรั่งเศสและอเมริกา เพื่อไม่ให้ลูกหลานเป็นคนมีฐานะแต่ไร้ซึ่งรสนิยม คนกลุ่มนี้จึงมักส่งลูกหลานไปเรียนอเมริกาหรืออังกฤษ
ถู่เหาเป็นชื่อเรียกที่บ่งบอกถึงความมีฐานะและเกี่ยวพันกับเรื่อง “การซื้อ” ถือเป็นผู้บริโภคที่ขึ้นชื่อเรื่องการใช้เงิน ไม่ว่าจะเป็นรถ เพชร นาฬิกา เครื่องบิน บ่อน้ำมัน เหมือง ฯลฯ โดยเฉพาะของมียี่ห้อและสินค้านำเข้า
รายงานวิเคราะห์การซื้อสินค้าฟุ่มเฟือยของชาวจีนประจำปี 2012 ระบุว่า ปีที่ผ่านมาชาวจีนถือเป็นผู้ซื้อสินค้าประเภทดังกล่าวติดอันดับที่ 1 ของโลก ภายในปีเดียวกันกำลังซื้อของชาวจีนครองสัดส่วนตลาดดังกล่าวมากถึง 1 ใน 4 คงไม่ต้องสงสัยเลยว่า “ถู่เหา” ถือเป็นกลุ่มผู้ซื้อรายใหญ่ของสินค้าประเภทนี้ เมื่อเทียบความแตกต่างระหว่างผู้นิยมซื้อสินค้าฟุ่มเฟือยในต่างแดนที่มีอายุราว 4070 ปีแล้ว ถือว่าอายุของผู้ซื้อสินค้ากลุ่มนี้ในประเทศจีนต่ำกว่ามาก คืออยู่ในเกณฑ์ต่ำกว่าอายุ 40 ปี โดยเฉพาะวัยรุ่นและวัยทำงานที่มีรายได้ระดับกลางหรือระดับสูง มักใช้สินค้าประเภทดังกล่าวเพื่อช่วยยกระดับฐานะทางสังคมของตน
ไม่น่าเชื่อว่าชาวตะวันตกต้องมีชีวิตยืนยาวถึง 400 ปี จึงจะเห็นความเหลื่อมล้ำทางรายได้ของคนในสังคม แต่ชาวจีนใช้เวลาเพียงแค่ 40 ปี ก็สามารถเห็นความแตกต่างดังกล่าวได้ ทุกวันนี้การบริโภคทางด้านวัตถุของชาวจีนถือว่ามีอิทธิพลอย่างมากในตลาด และกลายเป็นกลุ่มเป้าหมายของธุรกิจนานาประเภท โดยเฉพาะ “ถู่เหา” ที่ซื้อทุกอย่างที่ขวางหน้าขอเพียงชอบใจ
ข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นบ่อยกับบรรดาถู่เหาในอดีต เช่น พวกเขามักไม่ติดป้ายยี่ห้อสินค้าเวลาที่ซื้อเสื้อสูทยี่ห้อดัง เพราะคิดว่าเป็นการโชว์ความภูมิฐานอย่างหนึ่ง แต่ยุคที่ผ่านมา น้อยคนนักที่จะรู้ว่าเป็นเสื้อผ้ายี่ห้อดังระดับโลก แต่ถู่เหายุคใหม่มักออกตัวว่าไม่ชอบใส่เสื้อสูทราคาแพง ไม่ได้รักการดื่มเหล้านอกเหมือนที่ผ่านมา พวกเขากลับชอบด้านเทคโนโลยีใหม่ๆ
การใช้จ่ายอย่างที่ถู่เหาทำกันมีเป้าหมายหลักอยู่ที่พยายามจะสร้างความสำเร็จให้ตัวเอง อันที่จริงแล้วพฤติกรรมเช่นนี้กลับแสดงถึงการขาดความเชื่อมั่นและจิตใจที่เคว้งคว้างของคนกลุ่มนี้ การร่ำรวยเงินทองภายในเวลาชั่วพริบตาย่อมทำให้พวกเขาปรารถนาที่จะมีสถานภาพทางสังคมที่สูงขึ้นตามความมั่งคั่ง อยากได้รับการนับหน้าถือตาและคำชื่นชม เปลี่ยนจากการถูกมองว่า “รวย” เป็น “สูงส่ง” พวกเขาจึงมักยกระดับฐานะตัวเองด้วยการซื้อของล้ำค่านานาชนิด
ปัจจุบันเศรษฐีเงินล้านชาวจีนมีมากกว่า 1 ล้านคน หรือทุกๆ 1,300 คน จะมีคนที่มีฐานะระดับดังกล่าว 1 คน แต่ในจำนวนนี้ก็มีคนรวยที่ได้ชื่อว่าเป็นพวก “ถู่เหา” อย่างคนที่รวยในชั่วข้ามคืน คนที่ฟันฝ่าอุปสรรคจนสามารถก้าวสู่ชนชั้นคนรวยกลุ่มใหม่ ปัญหาก็คือ คนรวยกลุ่มนี้จะแสดงให้เห็นถึงรสนิยมและความเป็นคนรวยของพวกเขาได้อย่างไร จะทำอย่างไรให้เงินทองที่กองพะเนินแปลงเป็นความรู้สึกที่รับรู้ได้และจับต้องได้ ที่สำคัญคือ พวกเขาจะเพิ่มพูนความรู้เชิงวัฒนธรรมให้วัฒนาเทียบเคียงกับเงินทองของตนด้วยวิธีใด สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปัญหาทางใจที่คนกลุ่มนี้กำลังกลัดกลุ้มอยู่
ในช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมา กลุ่มคนมีฐานะมั่งคั่งจำนวนไม่น้อยพยายามเปลี่ยนแปลงตัวเองดังเห็นได้จากการเปลี่ยนจากการดื่มเหล้าขาวมาเป็นการดื่มไวน์ การเปลี่ยนจากการขับรถเบนซ์มาเป็นการวิ่งมาราธอน การเปลี่ยนจากการลงทุนในผับบาร์มาเป็นการลงทุนสร้างภาพยนตร์ การเปลี่ยนจากการเล่นไพ่นกกระจอกมาเป็นการตีกอล์ฟ ฯลฯ นั่นแสดงให้เห็นถึงความปรารถนาที่จะแสวงหารูปแบบการดำเนินชีวิตใหม่ๆ ที่บ่งบอกถึงการก้าวตามกระแสสังคม
แต่ถึงอย่างนั้นคนในระดับกลางและระดับล่างก็ยังมองว่าคนรวยกลุ่มนี้ยังคงได้ชื่อว่าเป็น “ถู่เหา” วันยังค่ำ เพราะการจะกระเสือกกระสนขึ้นไปอยู่ในสังคมชนชั้นสูงของประเทศเพียงเพราะมีเงินทองมากมายก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากมีช่องว่างเพียงเล็กน้อยให้กระเบียดกระเสียร ที่สำคัญคือชนชั้นสูงที่มีทั้งฐานะและการศึกษามักมองพฤติกรรมของคนกลุ่มนี้ว่าขัดตา วิธีการโต้ตอบที่ได้ผลอย่างรวดเร็วก็คือ การมองพวกเขาด้วยสายตาที่ดูถูกเหยียดหยาม เห็นเป็นตัวตลก ไม่เข้าพวก คนกลุ่มนี้จึงได้แต่อยู่เหลื่อมล้ำระหว่างชนชั้นกลางและชนชั้นสูง เพิ่มความเหลื่อมล้ำทางรายได้ระหว่างคนรวยกับคนจนให้มากขึ้น
การที่คำว่า “ถู่เหา” กลับมาใช้กันอย่างแพร่หลายอีกครั้ง ย่อมแฝงไว้ซึ่งมุมมองที่มีต่อชนชั้นกลุ่มนี้ในสังคม โดยมากมักเป็นคำเรียกในเชิงประชดประชัน เสียดสี การขจัดความรู้สึกเหล่านี้ออกจากความคิดของผู้อื่นขึ้นอยู่กับการทบทวนพฤติกรรมการใช้จ่ายและการแสดงออกอย่างไร้รสนิยมของคนกลุ่มนี้







