
สต๊อกพุ่งฉุดน้ำมันโลกดิ่งสุดรอบ6เดือน
น้ำมันโลกลดลงต่ำสุดในรอบครึ่งปี นักวิเคราะห์เชื่อลงยาวถึงปีหน้า เหตุสหรัฐผลิตเองได้มากขึ้น
น้ำมันโลกลดลงต่ำสุดในรอบครึ่งปี นักวิเคราะห์เชื่อลงยาวถึงปีหน้า เหตุสหรัฐผลิตเองได้มากขึ้น
ราคาน้ำมันดิบไลต์ สวีต ในตลาดไนเม็กซ์ เมื่อวันที่ 27 พ.ย.ตามเวลาในสหรัฐ ปรับตัวดิ่งลงแรงถึง 1.38 เหรียญสหรัฐ ลงมาปิดที่ 92.30 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งนับเป็นระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 6 เดือน หลังจากสหรัฐเปิดเผยรายงานน้ำมันดิบสำรองเพิ่มสูงขึ้น ในขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าราคาน้ำมันดิบโลกจะยังคงอยู่ในทิศทางขาลงจนถึงปีหน้า
เอเอฟพีระบุว่า ราคาน้ำมันดิบที่ปิดตลาดต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 31 พ.ค. มีขึ้นหลังกระทรวงพลังงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขน้ำมันดิบสำรองประจำสัปดาห์ล่าสุด ซึ่งพุ่งขึ้นไปอยู่ที่ 3 ล้านบาร์เรล หรือเพิ่มขึ้นถึง 5 แสนบาร์เรล จากการสำรวจนักวิเคราะห์ประจำวอลสตรีท เจอร์นัล
ทิศทางน้ำมันดิบสำรองในสหรัฐนั้นปรับตัวสูงขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่วันที่ 13 ก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งมีน้ำมันดิบสำรองเพื่อการพาณิชย์ปรับเพิ่มขึ้นถึงกว่า 10% หรือ 35.8 ล้านบาร์เรล
“เมื่อมีรายงานตัวเลขการผลิตน้ำมันในประเทศเพิ่มสูงขึ้น บวกกับการนำเข้าน้ำมันที่ยังสูงเกินไป จึงกลายเป็นปัจจัยลบต่อราคาน้ำมันอย่างชัดเจน” แอนดีเลอบาว รองประธานบริษัทอนุพันธ์ด้านพลังงาน เจฟฟรีย์ บาช กล่าว
ก่อนหน้านี้ สำนักงานข้อมูลพลังงานในสหรัฐ (อีไอเอ) เปิดเผยว่า ราคาน้ำมันดิบซึ่งปรับตัวลงในเดือน พ.ย.นี้ มีแนวโน้มที่จะดิ่งลงอย่างต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นปี 2013 และยังคาดว่าราคาน้ำมันจะอยู่ในทิศทางขาลงต่อไปจนถึงปี 2014 อีกด้วย
ทิศทางดังกล่าวเป็นผลมาจากการผลิตน้ำมันที่เพิ่มขึ้นในสหรัฐ โดยในเดือน ต.ค. สหรัฐยังผลิตน้ำมันดิบได้สูงกว่าปริมาณนำเข้าเป็นครั้งแรกในรอบ 8 ปี ซึ่งอีไอเอคาดว่าจะทำให้สหรัฐสามารถผลิตน้ำมันเพิ่มขึ้นได้อีกวันละ 1 ล้านบาร์เรลในปีหน้า และทำให้ประเทศมีกำลังการผลิตน้ำมันได้สูงสุดถึง 8.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน
ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบไลต์ สวีต ในการซื้อขายอิเล็กทรอนิกส์ที่ตลาดสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 28 พ.ย. ยังลดลงต่อเนื่องจากราคาปิดที่ไนเม็กซ์ มาอยู่ที่ 92.22 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ทว่าราคาน้ำมันดิบเบรนต์ทะเลเหนือ ปรับตัวสวนทางขึ้นเล็กน้อย 11 เซนต์ อยู่ที่ 11.42 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เนื่องจากมีปัจจัยความไม่สงบในลิเบีย







