posttoday
สื่อผู้ดีเปรียบทักษิณฝาแฝดแบร์ลุสโคนี

สื่อผู้ดีเปรียบทักษิณฝาแฝดแบร์ลุสโคนี

29 พฤศจิกายน 2556

สื่ออังกฤษเปรียบเทียบ ทักษิณ-แบร์ลุสโคนี ฝาแฝดทางการเมืองผู้รักอำนาจมากกว่าเงิน พร้อมทำทุกอย่างเพื่อปกป้องผลประโยชน์ธุรกิจ

สื่ออังกฤษเปรียบเทียบ ทักษิณ-แบร์ลุสโคนี ฝาแฝดทางการเมืองผู้รักอำนาจมากกว่าเงิน พร้อมทำทุกอย่างเพื่อปกป้องผลประโยชน์ธุรกิจ

ดิ อินดีเพ็นเดนต์ หนังสือพิมพ์รายวันของอังกฤษเปิดเผยบทความแสดงความเห็น โดยเปรียบเทียบ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทยกับ ซิลวิโอ แบร์ลุสโคนี อดีตนายกรัฐมนตรี 3 สมัยของอิตาลีว่าเป็นมหาเศรษฐีผู้รักในอำนาจมากกว่าเงิน กระนั้นก็ตาม สาเหตุส่วนหนึ่งในการลงเล่นการเมืองของอดีตนายกฯทั้งสอง ก็เนื่องจากต้องการรักษาผลประโยชน์ของธุรกิจของตนเองไว้

รายงานระบุว่า คู่ฝาแฝดมหาเศรษฐีแห่งระบบการเมืองแบบประชาธิปไตย กลับมาอยู่ในความสนใจอีกครั้ง โดยขณะที่ แบร์ลุสโคนี ถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภาหลังถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานโกงภาษี

ขณะเดียวกันในประเทศไทย ผู้ประท้วงหลายแสนคน ก็ออกมาแสดงพลังต่อต้านกฎหมายที่เปิดทางให้อดีตนายกทักษิณ ซึ่งถูกกล่าวหาว่าคอรัปชั่นและใช้อำนาจในทางที่ผิด กลับประเทศและรอดพ้นจากการถูกลงโทษ ซึ่งผู้เขียนมองว่า ณ เวลานี้ จึงถือเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ควรตั้งคำถามว่า ระบอบประชาธิปไตย จะสามารถคงอยู่ต่อไปและรอดพ้นจากเงื้อมมือของบุคคลสองคนนี้หรือไม่

ปีเตอร์ ป๊อปแฮม ผู้เขียน ขยายความว่า แม้ว่าทั้งแบร์ลุสโคนีและทักษิณ จะมีศัตรูทางการเมืองมากมาย แต่ยังคงได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง เห็นได้จากที่ทักษิณ ประกาศตัวตนผ่านทางทวิตเตอร์ว่า เป็นนายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้งที่อยู่ในอำนาจยาวนานที่สุดของไทย เช่นเดียวกับแบร์ลุสโคนีของอิตาลี ทว่าขณะเดียวกัน ก็สะท้อนให้เห็นว่า มหาเศรษฐีพันล้านสามารถสร้างผลกระทบร้ายแรงต่อระบอบประชาธิปไตยได้อย่างไรบ้าง

รายงานระบุว่า จริงอยู่ที่ระบอบประชาธิปไตยมีปัญหาอยู่แล้ว จึงเป็นเหตุให้มหาเศรษฐีคู่นี้ลงเข้าไปแก้ปัญหา ยกตัวอย่างเช่น แบร์ลุสโคนี ที่ลงเล่นการเมืองครั้งแรกในช่วงเวลาที่อิตาลีเผชิญกับทั้งปัญหาติดสินบนอย่างหนักในหลายพรรคการเมืองตลอดจนปัญหาคอรัปชั่น

และเมื่อสองทศวรรษผ่านไป แบร์ลุสโคนี ก็สามารถก้าวขึ้นเป็นบุคคลสำคัญในเวทีการเมืองของอิตาลี ทว่าไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้แบร์ลุสโคนี มาอยู่จุดนี้ได้ก็เพราะความมั่งคั่งจากการทำธุรกิจต่างๆ ซึ่งช่วยอุดหนุนพรรคการเมืองให้แข็งแกร่งขึ้นภายใต้การบริหารจัดการของลูกน้องในธุรกิจสื่อ และผลักดันให้สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ในความพยายามแรก

อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนมองว่า แบร์ลุสโคนีกลับไร้ประโยชน์ เมื่อเข้ามาอยู่ในวงการการเมือง เพราะถึงแม้ว่าเจ้าตัวจะกล่าวอ้างมาจนถึงทุกวันนี้ว่า ลงเล่นการเมืองเพราะต้องการช่วยประเทศชาติ แต่ความจริงที่ปรากฎกลับกลายเป็นเพราะเจ้าตัวต้องการกอบกู้ธุรกิจครอบครัว โดยผู้เขียนให้เหตุผลว่า ในปัจจุบัน แบร์ลุสโคนี ไม่มีแม้แต่เป้าหมายที่จะดำเนินการแก้ไขปัญหาสำคัญต่างๆของประเทศ เช่น การต่อต้านระบอบคอมมิวนิสต์ หรือแม้แต่การยุติการควบคุมสื่อ โดยหนทางเดียวที่แบร์ลุสโคนีส่งเสริมให้คนมีความมั่งคั่งมากขึ้นก็คือ ช่วยเหลือผู้ที่หลบเลี่ยงภาษี

เช่นเดียวกับ อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ที่มีชะตากรรมเดียวกันกับแบร์ลุสโคนี เนื่องจากอำนาจเงิน ทำให้การลงเล่นการเมืองต้องเผชิญความปั่นป่วน เพราะแม้ว่า นโยบายต่างๆของอดีตนายกทักษิณ จะช่วยยกระดับความเป็นอยู่ของกลุ่มคนรากหญ้า ซึ่งเป็นฐานเสียงสำคัญให้ดีขึ้น แต่ขณะเดียวกัน นโยบายเหล่านั้น ก็มุ่งเป้าเอื้อต่อธุรกิจครอบครัว ซึ่งเป็นรากฐานของความมั่งคั่งเช่นเดียวกัน

นอกจากนี้ ผู้เขียนแสดงความคิดเห็นอีกว่า เหตุประท้วงครั้งใหญ่ของไทยในปัจจุบัน สะท้อนให้เห็นถึงความไร้ประสิทธิภาพของทางฝ่ายค้าน ที่รู้ดีว่า ไม่สามารถเอาชนะทักษิณ หากมีการเลือกตั้งอีกครั้งอย่างแน่นอน

ข่าวล่าสุด

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน