
สื่อนอกจับตาชุมนุมค้านกม.นิรโทษในไทย
สื่อนอกตีข่าวชุมนุมค้านพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมประเทศไทยอย่างพร้อมเพรียง
สื่อนอกตีข่าวชุมนุมค้านพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมประเทศไทยอย่างพร้อมเพรียง
สื่อต่างประเทศหลายสำนักพร้อมใจรายงานข่าวการรวมตัวชุมนุมประท้วงเพื่อคัดค้านพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมของประเทศไทยกันอย่างคึกคัก
ทั้งนี้ หลังจากที่นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ของไทย ขึ้นกล่าวแถลงการณ์แสดงเจตนารมณ์ผ่านสถานนีโทรทัศน์ไทยทุกสถานีเมื่อช่วงเที่ยงวันที่ 5 พ.ย. ที่ผ่านมา ประเด็นที่สื่อนอกส่วนใหญ่มุ่งก็คือการคาดการณ์ว่าวุฒิสภาของไทยมีแนวโน้มจะไม่รับรองร่างดังกล่าว เพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดทางการเมือง
สถานีโทรทัศน์บีบีซีแห่งอังกฤษรายงานว่าคำกล่าวของนายกรัฐมนตรีไทยที่ให้คำมั่นว่าจะเคารพการตัดสินใจของเหล่าวุฒิสมาชิก สามารถตีความได้ไม่ยากว่า หากวุฒิสภาไม่รับร่างพรบ.นิรโทษกรรมฉบับปัจจุบัน รัฐบาลย่อมไม่อาจหลีกเลี่ยงไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ได้
ด้านหนังสือพิมพ์ วอลสตรีทเจอร์นัลเสนอรายงานข่าวไปในทำนองเดียวกับสถานีบีบีซี โดยระบุว่าเมื่อพิจารณาจากถ้อยแถลงของนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ทำให้เชื่อได้ว่ามีความเป็นไปได้อย่างมากที่วุฒิสภาจะไม่รับร่างดังกล่าว โดยเจมส์ ฮุกเวย์ อ้างคำกล่าวของนายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภาที่ออกมายอมรับกลายๆ ว่า การปฎิเสธไม่รับร่าง เป็นทางเลือกที่มีโอกาสสูง เพื่อหลีกเลี่ยงกระแสกราดเกรี้ยวของประชาชนที่ออกมาชุมนุมกันอยู่ในขณะนี้
ขณะที่ทางสถานีโทรทัศน์เอบีซีซึ่งอิงรายงานจากสำนักข่าวเอพี ฟ็อกซ์นิวส์ และสำนักข่าวรอยเตอร์ส นำเสนอรายงานมุ่งเน้นประเด็นว่าการออกแถลงการณ์ของนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร คือความพยายามเพื่อปกป้องพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม โดยผู้นำของไทยย้ำอยู่บ่อยครั้งว่าประเทศไทยต้องเรียนรู้ที่จะให้อภัย เพื่อให้ประเทศสามารถก้าวต่อไปข้างหน้าได้ ก่อนจะกล่าวท้ายในช่วงแถลงการณ์ที่จะเคารพการตัดสินใจของวุฒิสภา ไม่ว่าจะยอมรับหรือคัดค้านร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวก็ตาม
ด้านวอยซ์ ออฟ อเมริกา รายงานว่า สถานการณ์ทางการเมืองไทยทวีความตึงเครียดมากขึ้นทุกขณะหลังจากที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรรับรองร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม รวมถึงส่งผลให้การชุมนุมประท้วงตามท้องถนนหวนกลับมาเป็นกิจวัตรปกติของไทยอีกระลอก
ขณะเดียวกัน สื่อต่างชาติทุกสำนักต่างรายงานโดยชี้ประเด็นตรงกันว่า ปัญหาสำคัญที่ทำให้พระราชบัญญัตินิรโทษกรรมฉบับนี้ไม่เป็นที่ยอมรับ ใจความสำคัญหลักใหญ่อยู่ที่ความพยายามของรัฐบาลที่โจ่งแจ้งเกินไปในการนำทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทยซึ่งถูกรัฐประหารโค่นล้มจากตำแหน่งกลับบ้าน และยังกลับมาในฐานะผู้ไร้ความผิดใดๆ รวมถึงคดีทุจริตคอร์รัปชั่นต่างๆ ที่เป็นสาเหตุให้ทักษิณ ต้องลงจากตำแหน่งผู้นำประเทศ กลายเป็นชนวนที่สร้างความไม่พอใจให้คนส่วนใหญ่ จนฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลสามารถใช้เป็นประเด็นที่นำไปสู่การเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างการชุมนุมประท้วงครั้งใหญ่ตามสถานที่สำคัญต่างๆ ทั่วกรุงเทพฯ เมืองหลวงของไทยในขณะนี้







